กำลังโหลด...
กำลังโหลด...
ผลการค้นหาสำหรับ "สมุนไพรไทย" พบทั้งหมด 45 บทความ

16/12/2568 • โดย Homeday Aum
“เมืองสุขสยาม” ณ ไอคอนสยาม ชั้น G เมืองสารพัดสุข สนุกแบบไทย ต้อนรับเทศกาลแห่งความสุขและการฉลองเข้าสู่ศักราชใหม่ด้วยเสน่ห์แบบไทยๆ จัดงาน “SOOKSIAM สุขกันเถอะเรา” สัมผัสประสบการณ์ด้านศิลปวัฒนธรรมไทยอันหลากหลาย และกิจกรรมเติมเต็มความสุขมากมาย พร้อมคัดสรรของขวัญของฝากจากงานหัตถศิลป์พื้นบ้านไทยคุณภาพ เพื่อส่งต่อความสุขให้คนพิเศษ ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ภายใต้บรรยากาศรื่นเริงแบบไทย ตั้งแต่วันนี้ – 7 มกราคม 2569 ภายในงานอัดแน่นด้วยกิจกรรมแห่งความสุขมากมาย เริ่มต้นที่ “สุขสัมพันธ์” กับการเลือกของขวัญจากฝีมือชุมชนไทยที่รังสรรค์ขึ้นจากวัสดุธรรมชาติ อาทิ เสื้อผ้า, เครื่องประดับ, กระเป๋า, งานถัก, เครื่องหนัง, ของแต่งบ้าน, ของที่ระลึก, สินค้าเพื่อสุขภาพและความงาม, สมุนไพรไทยต่าง ๆ รวมกว่า 1,000 รายการ ไฮไลต์ที่น่าสนใจ เช่น รองเท้าแตะจากเสื่อกก (Sedge Mat Sandals) จากร้าน One th1ng อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ที่นำเอาภูมิปัญญาท้องถิ่นมาถ่ายทอดใหม่ในรูปแบบรองเท้าสไตล์มินิมอล ผสมผสานความเป็นธรรมชาติเข้ากับความทันสมัยได้อย่างลงตัว , ผ้าผูกผมและกระเป๋าเชือกฟอกถัก จากร้าน Goodday Fabric [...]

2/10/2568 • โดย Homeday Aum
กรุงเทพฯ 2 ตุลาคม 2568 – “ฟู้ด อินกรีเดียนท์ส เอเชีย 2025” (Food ingredients Asia 2025) หรือ Fi Asia 2025 งานแสดงสินค้าเทคโนโลยีและนวัตกรรมส่วนผสมอาหารและเครื่องดื่มแห่งเอเชีย และ “ไวต้าฟู้ดส์ เอเชีย 2025” (Vitafoods Asia 2025) งานแสดงสินค้า เทคโนโลยี และนวัตกรรมส่วนผสมสำหรับผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพที่ยิ่งใหญ่และครบครันที่สุดในเอเชีย ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 17 – 19 กันยายน 2568 เต็มทุกพื้นที่ฮอลล์ชั้น LG, G และชั้น 1 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ได้ปิดฉากลงอย่างงดงาม ตอกย้ำความแข็งแกร่งของทั้งสองงานและความสำเร็จในฐานะมหกรรมด้านส่วนผสมอาหารและผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งเอเชีย งานในปีนี้จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่และได้รับการตอบรับอย่างท่วมท้นจากทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งในประเทศไทย และระดับนานาชาติ ผู้ประกอบการมากกว่า 1,500 แบรนด์ชั้นนำจาก 70 ประเทศทั่วโลก และผู้เข้าชมงานตลอด 3 วัน มารวมตัวกัน ทะลุเป้ามากกว่า 36,000 [...]

2/9/2568 • โดย Homeday Aum
กรุงเทพฯ 2 กันยายน 2568 – อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ผู้จัดงานแสดงสินค้าระดับโลก เตรียมจัดสองงานใหญ่พร้อมกัน ได้แก่ งาน Food ingredients Asia (Fi Asia 2025) และ Vitafoods Asia 2025 ซึ่งเป็นเวทีระดับนานาชาติสำหรับอุตสาหกรรมส่วนผสมอาหารและเครื่องดื่ม และผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและสารสกัด โดยมุ่งเน้นการขับเคลื่อนนวัตกรรมและสร้างโอกาสทางธุรกิจให้กับผู้ประกอบการไทยและภูมิภาคอาเซียน เพื่อ “ปลดล็อค” ศักยภาพของผู้ประกอบการไทย ใช้นวัตกรรมสร้างจุดแข็งสินค้าไทยคว้าโอกาสในตลาดโลก นางสาวรุ้งเพชร ชิตานุวัตร์ ผู้อำนวยการกลุ่มโครงการ – ภูมิภาคอาเซียน อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ เปิดเผยว่า การเติบโตของ Food Ingredient Industry ในไทย จะเกิดขึ้นได้จากการผสมผสานมาตรฐานและความปลอดภัยระดับสากล นวัตกรรมและงานวิจัยเชิงลึก การพัฒนาแบรนด์และการตลาดโลก ความยั่งยืนและการใช้ทรัพยากรให้คุ้มค่า สำคัญคือ ความร่วมมือระหว่างรัฐ – เอกชน – วิชาการ หากทำครบทุกด้าน เชื่อมั่นว่าประเทศไทยมีโอกาสก้าวจาก “ครัวของโลก” (Kitchen [...]

23/6/2568 • โดย Homeday Matoy
มะม่วงหาวมะนาวโห่ หรือที่มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Carissa carandas L. เป็นผลไม้สมุนไพรที่กำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างมากในประเทศไทย ด้วยชื่อที่แปลกตาและสรรพคุณที่หลากหลาย ผลไม้ชนิดนี้จึงกลายเป็นทางเลือกใหม่สำหรับผู้ที่ต้องการปลูกพืชสมุนไพรไว้ใช้ในครัวเรือน3 ความเป็นมาและประวัติของมะม่วงหาวมะนาวโห่ ชื่อ “มะม่วงหาวมะนาวโห่” นั้นเป็นชื่อที่เพี้ยนมาจากชื่อดั้งเดิมว่า “มะม่วงไม่รู้หาวมะนาวไม่รู้โห่” ซึ่งเป็นชื่อที่ปรากฏในวรรณคดีไทยเรื่องพระรถเมรี หรือนางสิบสองด้วย3 ผลไม้ชนิดนี้มีชื่อเรียกแตกต่างกันไปตามภูมิภาค เช่น หนามแดง ในภาคกลาง หนามขี้แฮดในเชียงใหม่ หรือมะนาวโห่ในภาคใต้ถิ่นกำเนิดของมะม่วงหาวมะนาวโห่เชื่อกันว่าอยู่แถบประเทศอินเดีย และได้แพร่กระจายไปยังประเทศต่างๆ ในเอเชีย รวมถึงอินโดนีเซีย มาเลเซีย ศรีลังกา พม่า จีน และไทย ในปัจจุบันสามารถพบได้ทั่วทุกภาคของประเทศไทย แต่ค่อนข้างหายากเนื่องจากหลายคนไม่ทราบถึงคุณประโยชน์จึงตัดทิ้ง ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ที่น่าสนใจ มะม่วงหาวมะนาวโห่เป็นไม้พุ่มยืนต้นขนาดย่อม สูงประมาณ 2-3 เมตร และสามารถสูงได้สูงสุดถึง 5 เมตร ลำต้นและกิ่งก้านมีหนามแหลมยาว 2-5 เซนติเมตร โดยปลายหนามจะมีสีแดงเป็นเอกลักษณ์ ทุกส่วนของต้นจะมียางสีขาวคล้ายน้ำนม ใบของมะม่วงหาวมะนาวโห่เป็นใบเดี่ยวเรียงตรงข้าม รูปไข่กลับ ปลายใบมีลักษณะมนหรือเว้าเข้าเล็กน้อย ผิวใบมีสีเขียวเข้มเป็นมัน เนื้อใบหนาและเหนียวคล้ายแผ่นหนัง ดอกจะออกเป็นช่อสั้นๆ ที่ปลายกิ่ง มีกลีบดอกสีขาวหรือชมพูอ่อนและมีกลิ่นหอมอ่อนๆ ผลไม้ที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง ผลของมะม่วงหาวมะนาวโห่มีลักษณะเป็นรูปทรงกลมรีขนาดเท่าหัวแม่มือ ออกเป็นพวง [...]

23/6/2568 • โดย Homeday Matoy
หญ้าและวัชพืชหลายชนิดที่เราเห็นขึ้นอยู่ตามสวน ริมรั้ว หรือข้างทางเดิน มักถูกมองว่าเป็นพืชไร้ประโยชน์ที่ควรกำจัดทิ้ง แต่ความจริงแล้ว หญ้าบางชนิดมีสรรพคุณทางยาและประโยชน์มากมายที่น่าสนใจ ทั้งยังสามารถนำมาเป็นสมุนไพรเพื่อบำรุงร่างกายและรักษาโรคต่างๆ ได้ หญ้าหวาน: ทางเลือกธรรมชาติแทนน้ำตาล หญ้าหวานหรือสตีเวีย (Stevia rebaudiana) เป็นพืชที่มีความหวานมากกว่าน้ำตาลถึง 10-15 เท่า และสารสกัดสตีวิโอไซด์ที่ได้จากหญ้าหวานมีความหวานมากกว่าน้ำตาลถึง 200-300 เท่า พืชชนิดนี้เป็นพืชล้มลุกที่มีลำต้นเป็นทรงพุ่มเตี้ย ออกใบรูปวงรีมีขอบหยัก ออกดอกสีขาวที่ปลายกิ่ง หญ้าหวานมีประโยชน์สำหรับผู้ป่วยเบาหวานเพราะช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด นอกจากนี้ยังช่วยลดไขมันในเลือด บำรุงตับ และมีสรรพคุณในการรักษาแผลให้สมานเร็ว งานวิจัยพบว่าผู้ป่วยเบาหวานที่รับประทานสารสกัดหญ้าหวานมีระดับน้ำตาลในเลือดลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ขอบคุณภาพจาก : Wazzadu หญ้าแฝก: ผู้ปกป้องดินและสิ่งแวดล้อม หญ้าแฝกมีลักษณะลำต้นเป็นกอ ใบแคบและยาว มีระบบรากฝอยที่สานตัวกันแน่นและยาวมากเป็นพิเศษ พืชชนิดนี้มีประโยชน์มากมายต่อการเกษตรและการรักษาสภาพแวดล้อม โดยช่วยป้องกันการกัดเซาะหน้าดิน พยุงดินให้แน่นหนา และกักเก็บความชื้นในดินได้ดี หญ้าแฝกยังช่วยแก้ปัญหาดินเสื่อมโทรม เนื่องจากสามารถดูดซับสารอาหารได้ดี และรักษาระบบนิเวศโดยการดูดซับสารพิษ นอกจากนี้ยังสามารถนำมาทำงานหัตถกรรมเพื่อสร้างรายได้เสริมได้อีกด้วย ขอบคุณภาพจาก : มหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร แม่สอด หญ้าดอกขาว: สมุนไพรช่วยเลิกสูบบุหรี่ หญ้าดอกขาวหรือหญ้าละออง (Cyanthillium cinereum) เป็นพืชล้มลุกที่มีลำต้นเรียวสูง ลำต้นมีขนสีเทาปกคลุม ออกดอกเป็นช่อที่เริ่มต้นเป็นสีม่วงอมแดงหรือชมพู [...]

23/6/2568 • โดย Homeday Matoy
ต้นตะโกเป็นไม้ยืนต้นพันธุ์ไทยแท้ที่มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Diospyros rhodocalyx Kurz อยู่ในตระกูล EBENACEAE ชื่อภาษาอังกฤษเรียกว่า Ebony และมีชื่อท้องถิ่นหลากหลาย เช่น ตะโกนา, นมงัว, มะโก, มะถ่านไฟผี, โก, ตองโก และพญาช้างดำ ต้นตะโกเป็นไม้ต้นขนาดกลางที่สูงได้ถึง 15 เมตร มีลำต้นสีดำแตกเป็นสะเก็ดหนา ใบเดี่ยวสีเขียวเรียงสลับกัน รูปไข่ กว้างประมาณ 2.5-7 เซนติเมตร ยาว 3-12 เซนติเมตร ออกดอกแยกเพศ ดอกเพศผู้ออกเป็นช่อเล็กประมาณ 3 ดอก ส่วนดอกเพศเมียเป็นดอกเดี่ยว ผลทรงกลม เส้นผ่านศูนย์กลาง 1.5-3 เซนติเมตร ผลอ่อนมีขนสีน้ำตาลแดง ขอบคุณภาพจาก : kapook ต้นตะโกมีความสำคัญทางวัฒนธรรมอย่างไร ต้นตะโกถือเป็นไม้มงคลที่มีคุณค่าทางวัฒนธรรมไทยมาช้านาน ในประวัติศาสตร์การสร้างพระเมรุมาศสำหรับพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ต้นตะโกได้รับการเลือกเป็นพรรณไม้หลักมากกว่า 200,000 ต้น เพื่อประดับพระเมรุมาศ 4 การเลือกใช้ต้นตะโกเป็นเพราะต้นไม้ชนิดนี้ทนทานต่อทุกสภาพอากาศและสื่อถึงแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง ความเชื่อเรื่องไม้มงคลในประเทศไทยมีรากฐานมาจากความเชื่อดั้งเดิมก่อนการเข้ามาของศาสนาพุทธ คนโบราณมีความเชื่อในการกราบไหว้ต้นไม้ใหญ่ เชื่อว่าเป็นที่สิงสถิตของอารักษ์และวิญญาณบรรพบุรุษ เนื่องจากต้นตะโกมีอายุยืนและทนทานต่อความแห้งแล้งได้ดี [...]

10/6/2568 • โดย Homeday Matoy
การปลูกสมุนไพรไทยที่บ้านกำลังเป็นที่นิยมอย่างแพร่หลายในหมู่คนรักสุขภาพและผู้ที่ต้องการความสะดวกในการประกอบอาหาร เนื่องจากสมุนไพรไทยส่วนใหญ่สามารถปลูกได้ง่าย ดูแลไม่ยุ่งยาก และให้ประโยชน์ได้หลากหลายทั้งในด้านการปรุงอาหารและสุขภาพ12 การมีสวนสมุนไพรไว้ที่บ้านไม่เพียงช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการซื้อเครื่องปรุงสด แต่ยังมั่นใจได้ในคุณภาพและความปลอดภัยจากสารเคมี นอกจากนี้ยังเป็นการเพิ่มความร่มรื่นให้กับบริเวณบ้านและสร้างบรรยากาศที่ผ่อนคลายได้อีกด้วย สมุนไพรไทยยอดนิยมสำหรับปลูกที่บ้าน กะเพรา – เครื่องปรุงหลักในครัวไทย กะเพราเป็นพืชล้มลุกที่มี 2 สายพันธุ์หลักคือ กะเพราแดงที่มีลำต้นสีแดงและกะเพราขาวที่มีลำต้นสีเขียว1 ต้นกะเพรามีความสูงตั้งแต่ 30-60 เซนติเมตร ลำต้นตั้งตรงแตกกิ่งก้านสาขา ใบเป็นใบเดี่ยวออกตรงข้ามกัน รูปทรงรี มีรสเผ็ดร้อนกลิ่นฉุน1 กะเพรามีสรรพคุณแก้ปวดท้อง ท้องอืด แก้ลมจุกเสียดแน่นท้อง ขับลมทำให้เรอ เหมาะสำหรับเด็ก ในแง่คุณค่าทางอาหาร กะเพรามีเบต้าแคโรทีนสูง เสริมด้วยแคลเซียมและฟอสฟอรัส ช่วยบำรุงกระดูกและฟัน การปลูกกะเพราทำได้โดยการเพาะเมล็ดหรือปักชำกิ่ง หว่านเมล็ดให้ทั่วแปลง ใช้ฟางกลบหรือปุ๋ยคอกโรยทับบางๆ รดน้ำตามทันที ใช้ฟักบัวรดน้ำต้นไม้รูเล็กๆ เมล็ดจะงอกเป็นต้นกล้าภายใน 7 วัน รอจนต้นกล้าอายุ 1 เดือน ค่อยถอนแยกจัดระยะต้นให้มีระยะห่างระหว่างต้นประมาณ 20-30 เซนติเมตร กะเพราชอบแสงแดดแบบเต็มวัน ควรรดน้ำทุกวัน วันละ 1-2 ครั้ง ปลูกในดินร่วนระบายน้ำดี ขิงและข่า – สมุนไพรตระกูลเดียวกัน ขิงเป็นไม้ล้มลุกมีเหง้าอยู่ใต้ดิน [...]

28/5/2568 • โดย Homeday Matoy
การปลูกผักคะน้าไว้รับประทานเองที่บ้านกำลังเป็นที่นิยมมากขึ้นในหมู่คนรักสุขภาพและผู้ที่ต้องการผักสวนครัวปลอดสารพิษ คะน้าเป็นผักที่ปลูกง่าย เจริญเติบโตเร็ว และให้ผลผลิตได้ตลอดปี ทำให้เป็นตัวเลือกที่เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้นปลูกผัก นอกจากจะได้ผักสดใหม่ปราศจากสารเคมีแล้ว คะน้ายังอุดมไปด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพอย่างมากมาย การศึกษาวิธีการปลูกและดูแลคะน้าอย่างถูกต้องจึงเป็นพื้นฐานสำคัญที่จะนำไปสู่ความสำเร็จในการปลูกผักสวนครัวที่บ้าน ผักคะน้าคืออะไรและทำไมถึงนิยมปลูกในบ้าน? ผักคะน้า หรือที่มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Brassica Oleracea Var alboglabra เป็นผักใบเขียวในวงศ์กะหล่ำ (Cruciferac) ที่มีถิ่นกำเนิดในแถบเอเชีย1 คะน้าเป็นผักที่รับประทานได้ทั้งใบและก้าน ทำให้สามารถใช้ประโยชน์ได้อย่างคุ้มค่า ความนิยมของการปลูกคะน้าในบ้านเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเนื่องจากเป็นผักที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง และสามารถนำไปประกอบอาหารได้หลากหลายเมนู ไม่ว่าจะเป็นการผัด ยำ หรือใส่ในข้าวผัด คะน้าได้รับความนิยมในการปลูกที่บ้านเพราะเป็นพืชที่เติบโตได้ในดินแทบทุกชนิด โดยเฉพาะดินร่วนปนทราย และดินเหนียวปนดินร่วน1 ความสามารถในการปรับตัวที่ดีของคะน้าทำให้เหมาะสำหรับการปลูกในพื้นที่จำกัด ไม่ว่าจะเป็นกระถางหรือแปลงเล็กๆ ในบ้าน นอกจากนี้คะน้ายังเป็นผักที่ปลูกได้ตลอดปี แม้จะมีช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดคือระหว่างเดือนตุลาคมถึงเมษายน ข้อดีอีกประการหนึ่งของการปลูกคะน้าคือระยะเวลาการเก็บเกี่ยวที่รวดเร็ว โดยสามารถเก็บเกี่ยวได้ภายใน 45-55 วันหลังปลูก ซึ่งเป็นระยะเวลาที่ค่อนข้างสั้นเมื่อเทียบกับผักชนิดอื่น การที่คะน้าให้ผลผลิตเร็วนี้ทำให้ผู้ปลูกได้รับความพึงพอใจและแรงบันดาลใจในการปลูกผักอย่างต่อเนื่อง ความง่ายในการดูแลและผลตอบแทนที่รวดเร็วจึงเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้คะน้าเป็นตัวเลือกแรกสำหรับผู้เริ่มต้นปลูกผักสวนครัวที่บ้าน สายพันธุ์คะน้าแบบไหนที่เหมาะสำหรับการปลูกในบ้าน? สายพันธุ์คะน้าที่นิยมปลูกในประเทศไทยส่วนใหญ่เป็นคะน้าจีนที่ได้รับการนำเข้าเมล็ดพันธุ์มาปรับปรุงและพัฒนาให้เหมาะสมกับสภาพภูมิอากาศของไทย1 โดยสามารถแบ่งออกเป็น 3 พันธุ์หลักที่แต่ละพันธุ์มีลักษณะเฉพาะที่แตกต่างกัน ทำให้เหมาะสำหรับการใช้งานและสภาพแวดล้อมที่หลากหลาย การเลือกสายพันธุ์ที่เหมาะสมจึงเป็นขั้นตอนแรกที่สำคัญในการปลูกคะน้าให้ประสบความสำเร็จ พันธุ์ใบกลมเป็นสายพันธุ์ที่มีลักษณะใบกว้างใหญ่ ปล้องสั้น ปลายใบมนและผิวใบเป็นคลื่นเล็กน้อย1 ข้อดีของพันธุ์นี้คือความทนทานต่อสภาพดินฟ้าอากาศได้ดี ทำให้เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้นปลูกหรือพื้นที่ที่มีสภาพแวดล้อมไม่ค่อยเอื้ออำนวย ตัวอย่างสายพันธุ์ที่นิยมได้แก่ พันธุ์ฝางเบอร์ 1 [...]

27/5/2568 • โดย Homeday Matoy
กระชายถือเป็นสมุนไพรพื้นบ้านที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจและการแพทย์แผนไทยอย่างมาก โดยเฉพาะในช่วงที่มีการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัส ราคากระชายได้เพิ่มสูงขึ้นจากหลักสิบเป็นหลักร้อยบาทต่อกิโลกรัม ซึ่งทำให้เกษตรกรหลายรายหันมาสนใจการปลูกกระชายเป็นพืชเศรษฐกิจทางเลือก การปลูกกระชายจากเหง้านั้นมีข้อดีหลายประการ ทั้งในด้านการลงทุนที่ไม่สูงมาก การดูแลที่ไม่ซับซ้อน และสามารถปลูกได้ทั้งในแปลงใหญ่และในกระถางสำหรับครัวเรือน นอกจากนี้กระชายยังมีสรรพคุณทางยาที่หลากหลาย ตั้งแต่การขับลม บำรุงร่างกาย ไปจนถึงการมีฤทธิ์ต้านเชื้อแบคทีเรียและไวรัสในหลอดทดลอง ลักษณะและคุณค่าของกระชายที่ควรรู้ กระชายหรือที่มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Boesenbergia rotunda เป็นพืชล้มลุกในวงศ์ขิงข่า มีลำต้นใต้ดินเป็นเหง้าสั้นค่อนข้างกลมเรียงต่อกัน เหง้าตรงกลางจะมีขนาดใหญ่กว่าเหง้าด้านข้าง เมื่อแก่จะมีสีน้ำตาล เนื้อด้านในสีเหลือง พืชชนิดนี้มีรากอวบยาวปลายแหลมออกเป็นกระจุก ผิวสีน้ำตาลอ่อน เหนือดินเป็นกาบใบสีแดงเรื่อยๆ 3-6 กาบ หุ้มซ้อนกันเป็นชั้น ความสูงต้นประมาณ 80 เซนติเมตร มีใบเดี่ยวเรียงสลับ โคนสอบปลายเรียวแหลม ออกดอกเป็นช่อ มีทั้งดอกสีขาวและสีขาวอมชมพูบริเวณยอด กระชายอุดมไปด้วยคุณค่าทางโภชนาการที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ ใน 100 กรัม ให้พลังงาน 54.04 แคลอรี่ ประกอบด้วยคาร์โบไฮเดรต 9.21 กรัม ไฟเบอร์ 2.4 กรัม น้ำ 84.95 กรัม และแร่ธาตุสำคัญอย่างแคลเซียม เหล็ก วิตามินเอและบี นอกจากนี้ยังพบสารในกลุ่มฟลาโวนอยด์และสารสำคัญในน้ำหอมระเหย เช่น [...]