กำลังโหลด...
กำลังโหลด...
ผลการค้นหาสำหรับ "การจัดการหนี้" พบทั้งหมด 12 บทความ

29/8/2568 • โดย Homeday Aum
เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2568 ดร.รักษ์ วรกิจโภคาทร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร BAM ได้รับเกียรติขึ้นร่วมเสวนาในหัวข้อ “Household Debt and Financial Vulnerability” ภายในงาน Thailand Focus 2025: Beyond the Challenges ก้าวข้ามความท้าทายสู่โอกาสการลงทุนใหม่ จัดโดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ณ โรงแรมแกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ กรุงเทพฯ ซึ่งถือเป็นครั้งแรกของ BAM ที่ได้รับเชิญไปร่วมเสวนาในเวทีใหญ่ที่สุดของตลาดหลักทรัพย์ฯ ที่รวมผู้นำองค์กรระดับประเทศไว้บนเวทีเดียว การเสวนาในครั้งนี้ยังได้ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองร่วมกับผู้นำและผู้ทรงคุณวุฒิด้านเศรษฐกิจและการเงินของประเทศ ได้แก่ ดร.รุ่ง โปษยานนท์ มัลลิกะมาส รองผู้ว่าการ ด้านเสถียรภาพสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย ดร.ลัษมณ อรรถาพิช ผู้จัดการใหญ่ บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด และนายผยง ศรีวณิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย และประธานกรรมการ สมาคมธนาคารไทย โดย ดร.รักษ์ ได้แสดงมุมมองเกี่ยวกับความท้าทายด้านหนี้ครัวเรือนของไทยและแนวทางรับมือความเปราะบางทางการเงิน [...]

4/8/2568 • โดย Homeday Aum
6 ทางออกสำหรับคนมีบ้าน ที่ไม่อยากเสียทั้งทรัพย์และเครดิต บ้านคือฝันของใครหลายคน แต่เมื่อความฝันมาพร้อมหนี้ก้อนโต การผ่อนบ้านอาจกลายเป็นภาระที่หนักหนากว่าที่คิด โดยเฉพาะในยุคที่ค่าครองชีพสูง รายได้ไม่แน่นอน หรือเกิดเหตุไม่คาดฝันในชีวิต หลายคนจึงต้องเผชิญกับคำถามสำคัญว่า “ถ้าผ่อนบ้านไม่ไหว จะทำยังไงดี?” แม้จะฟังดูน่ากลัว แต่การเผชิญหน้ากับปัญหาอย่างมีสติ ยอมรับสถานการณ์ และลงมือแก้ไขอย่างถูกวิธี คือจุดเริ่มต้นของทางรอดที่เป็นไปได้จริง บทความนี้จะพาไปดูทางเลือกต่างๆ สำหรับผู้ที่กำลังเผชิญภาระผ่อนบ้านไม่ไหว พร้อมคำแนะนำที่ทำได้จริง และควรรีบทำก่อนบ้านจะหลุดมือไปตลอดกาล ผ่อนไม่ไหว อย่าปล่อยให้ยึด หลายคนเข้าใจผิดว่า หากปล่อยให้ธนาคารมายึดบ้าน ทุกอย่างจะจบลงไปเอง แต่ความจริงคือ “ปัญหาจะเริ่มต้น” เมื่อบ้านถูกขายทอดตลาดในราคาต่ำ และธนาคารยังสามารถเรียกเก็บค่าส่วนต่างที่ขาดไปจากผู้กู้ได้ หากผู้กู้ไม่มีเงินชำระเพิ่ม อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมาย หรือถึงขั้นถูกฟ้องล้มละลาย ที่แย่ยิ่งกว่านั้นคือชื่อจะถูกบันทึกในเครดิตบูโรว่าเป็นลูกหนี้ที่ผิดนัด ทำให้อนาคตทางการเงินพังทลายอย่างรุนแรง ดังนั้น สิ่งที่ไม่ควรทำมากที่สุดเมื่อรู้ว่าผ่อนไม่ไหว คือ “นิ่งเฉย” ตั้งหลักให้มั่น แล้วเริ่มลงมือ วิธีที่ดีที่สุดคือการรีบติดต่อธนาคารหรือสถาบันการเงินผู้ให้กู้โดยตรง อย่ารอจนเกิดการค้างชำระ เพราะธนาคารหลายแห่งมีมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ เช่น การปรับโครงสร้างหนี้ ลดดอกเบี้ย ขยายระยะเวลาผ่อน หรือชะลอการชำระชั่วคราวในบางกรณี การแสดงความตั้งใจที่จะชำระหนี้ แม้จะมีอุปสรรคทางการเงิน จะช่วยสร้างความน่าเชื่อถือให้กับตัวผู้กู้ และเป็นทางออกที่ดีกว่าการปล่อยให้กลายเป็นหนี้เสีย แต่หากรายรับกับรายจ่ายยังไม่สมดุล การมองหาทางเลือกอื่น [...]

25/4/2568 • โดย Homeday Matoy
การออมเงินเป็นสิ่งสำคัญสำหรับทุกคน โดยเฉพาะมนุษย์เงินเดือนที่มีรายได้คงที่ในแต่ละเดือน การออมเงินคือการเก็บสะสมเงินเพื่อเป้าหมายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการวางแผนเกษียณอายุ การซื้อสินทรัพย์ เช่น รถยนต์ ที่ดิน บ้าน หรือคอนโดมิเนียม การเริ่มต้นธุรกิจส่วนตัว หรือการเก็บเงินสำรองสำหรับเหตุฉุกเฉิน เช่น การตกงาน อุบัติเหตุ หรือการเจ็บป่วย ในปัจจุบันคนรุ่นใหม่ที่เพิ่งเริ่มทำงานให้ความสำคัญกับการออมเงินมากขึ้น เพราะตระหนักถึงความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจและค่าครองชีพที่สูงขึ้นเรื่อยๆ บทความนี้จะแนะนำวิธีการออมเงินที่มีประสิทธิภาพสำหรับมนุษย์เงินเดือนในปี 2025 ทำไมการออมเงินจึงสำคัญสำหรับมนุษย์เงินเดือนในปัจจุบัน? การออมเงินมีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับมนุษย์เงินเดือนในปัจจุบัน เนื่องจากค่าครองชีพที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่รายได้อาจไม่ได้เพิ่มขึ้นในอัตราเดียวกัน การมีเงินออมช่วยสร้างความมั่นคงทางการเงิน ทำให้มีเงินสำรองในยามฉุกเฉิน และช่วยให้สามารถวางแผนอนาคตได้ดียิ่งขึ้น นอกจากนี้ การออมเงินยังช่วยลดความเครียดทางการเงิน และเพิ่มคุณภาพชีวิตในระยะยาว มนุษย์เงินเดือนที่มีการออมเงินที่ดีจะมีโอกาสในการลงทุนเพื่อสร้างรายได้เพิ่มเติม และมีอิสรภาพทางการเงินมากขึ้นในอนาคต ข้อมูลจากการสำรวจพบว่า มนุษย์เงินเดือนที่มีการวางแผนการออมเงินที่ดีจะมีโอกาสเกษียณอายุได้เร็วกว่าและมีคุณภาพชีวิตที่ดีกว่าหลังเกษียณ การออมเงินจึงไม่ใช่เพียงการเก็บเงินไว้ใช้ในอนาคต แต่ยังเป็นการลงทุนในคุณภาพชีวิตของตนเองในระยะยาวอีกด้วย เทคนิคพื้นฐานที่มนุษย์เงินเดือนต้องรู้ในการออมเงิน เก็บก่อนใช้ – หลักการสำคัญที่ช่วยให้ออมเงินได้อย่างมีวินัย วิธีการออมเงินแบบ “เก็บก่อนใช้” เป็นหนึ่งในเทคนิคพื้นฐานที่มนุษย์เงินเดือนควรนำมาใช้ หลักการคือ การหักเงินออมทันทีที่ได้รับเงินเดือน ไม่ใช่รอให้เหลือจึงค่อยเก็บ การหักเงินออมก่อนเป็นการบังคับตัวเองให้ใช้จ่ายเท่าที่เหลือ ซึ่งช่วยสร้างวินัยในการออมเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ สำหรับผู้ที่เพิ่งเริ่มต้นทำงาน แนะนำให้เริ่มออมเงินประมาณ 10% ของเงินเดือน เช่น หากได้รับเงินเดือน 15,000 [...]

25/4/2568 • โดย Homeday Matoy
การเป็นหนี้อาจฟังดูน่ากลัวสำหรับหลายคน แต่รู้หรือไม่ว่าหนี้ไม่ได้เลวร้ายเสมอไป เพราะในความเป็นจริงแล้วหนี้มีทั้งด้านที่ดีและไม่ดี การเข้าใจความแตกต่างระหว่างหนี้ดีและหนี้เสียจะช่วยให้เราวางแผนการเงินได้อย่างชาญฉลาด เพิ่มโอกาสในการสร้างความมั่งคั่ง และหลีกเลี่ยงกับดักทางการเงินที่อาจนำไปสู่ปัญหาทางการเงินในอนาคต หนี้ดีคืออะไร? มีประเภทใดบ้าง? หนี้ดี หมายถึง หนี้ที่เมื่อก่อขึ้นแล้วสามารถสร้างรายได้หรือผลตอบแทนในอนาคต เป็นหนี้ที่เมื่อลงทุนแล้วมีโอกาสงอกเงย หรือสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผู้กู้ในระยะยาว โดยทั่วไปหนี้ดีมักแบ่งออกเป็น 3 ประเภทหลักๆ ดังนี้ หนี้เพื่อการลงทุนและประกอบอาชีพ หนี้ประเภทนี้เป็นการกู้ยืมเพื่อนำเงินไปลงทุนหรือประกอบธุรกิจที่สามารถสร้างกระแสเงินสดเข้ามาในอนาคต เช่น การกู้เงินเพื่อขยายกิจการ ซื้อเครื่องมือหรืออุปกรณ์สำหรับประกอบอาชีพ หรือการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์เพื่อปล่อยเช่า หนี้เหล่านี้มีศักยภาพในการสร้างรายได้ที่เพียงพอต่อการชำระคืนเงินต้นและดอกเบี้ย พร้อมทั้งอาจมีกำไรเหลือเก็บอีกด้วย หนี้เพื่อการศึกษา การกู้ยืมเพื่อการศึกษาถือเป็นการลงทุนในตัวเอง เพราะการศึกษาจะช่วยพัฒนาความรู้และทักษะที่สามารถนำไปประกอบอาชีพที่มั่นคงและมีรายได้ที่ดีในอนาคต การกู้ยืมเพื่อเรียนต่อในสาขาที่มีความต้องการสูงในตลาดแรงงาน จะช่วยเพิ่มโอกาสในการได้งานที่มีรายได้สูงขึ้น ทำให้สามารถชำระหนี้คืนได้ในระยะเวลาอันสมควร หนี้เพื่อความมั่นคงในระยะยาว หนี้ประเภทนี้มักเกี่ยวข้องกับการลงทุนในสินทรัพย์ที่มีมูลค่าและอาจเพิ่มค่าในระยะยาว เช่น สินเชื่อบ้าน ซึ่งนอกจากจะเป็นที่อยู่อาศัยแล้ว ยังสามารถเพิ่มมูลค่าตามเวลาที่ผ่านไป และอาจสร้างรายได้จากการปล่อยเช่าหรือขายเมื่อราคาสูงขึ้นในอนาคต การผ่อนบ้านยังเป็นการบังคับออมและสร้างความมั่นคงทางที่อยู่อาศัยในระยะยาว หนี้เสียคืออะไร? สาเหตุการเกิดหนี้เสียมีอะไรบ้าง? หนี้เสีย หมายถึง หนี้ที่เมื่อก่อขึ้นแล้วไม่สามารถสร้างรายได้หรือมูลค่าเพิ่มในอนาคต รวมถึงหนี้ที่ผู้กู้ไม่สามารถชำระคืนได้ตามกำหนด จนกลายเป็นหนี้ค้างชำระเกิน 90 วัน ซึ่งเรียกว่า NPL (Non-Performing Loan) หนี้เสียมีหลายรูปแบบและเกิดจากหลายสาเหตุ ดังนี้ ประเภทของหนี้เสีย [...]

24/4/2568 • โดย Homeday Matoy
การคำนวณเงินผ่อนคอนโดต่อเดือนเป็นกระบวนการที่ต้องพิจารณาปัจจัยหลายด้านทั้งรายได้ ภาระหนี้ และค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม การทำความเข้าใจหลักการพื้นฐานทางการเงินจะช่วยให้ผู้ซื้อสามารถวางแผนการผ่อนชำระได้อย่างมีประสิทธิภาพและหลีกเลี่ยงปัญหาทางการเงินในอนาคต วิธีการคำนวณเงินผ่อนคอนโดต่อเดือน การประเมินความสามารถในการผ่อนชำระเริ่มต้นจากการใช้สูตรมาตรฐานที่สถาบันการเงินส่วนใหญ่ยึดถือ โดยอัตราส่วนหนี้สินต่อรายได้ไม่ควรเกิน 40% ของรายได้สุทธิ สูตรการคำนวณพื้นฐานมีดังนี้: ความสามารถในการผ่อนชำระ = (รายได้สุทธิ × 40%) – ภาระหนี้ปัจจุบัน ตัวอย่างเช่น หากมีรายได้เดือนละ 30,000 บาท และมีหนี้สินผ่อนรถเดือนละ 5,000 บาท จะคำนวณได้ว่า:(30,000 × 0.4) – 5,000 = 7,000 บาท/เดือนหมายความว่าสามารถผ่อนคอนโดได้สูงสุดเดือนละ 7,000 บาท โดยไม่กระทบต่อสภาพคล่องทางการเงิน ปัจจัยที่ส่งผลต่อวงเงินกู้ซื้อคอนโด สถาบันการเงินใช้เกณฑ์พิจารณาหลายประการในการอนุมัติวงเงินกู้ หนึ่งในปัจจัยสำคัญคืออัตราส่วนหนี้สินต่อรายได้ (Debt Service Ratio) ซึ่งคำนวณจาก: DSR=(หนี้สินรวมรายได้รวม)×100 DSR=(รายได้รวม/หนี้สินรวม)×100ค่า DSR ที่เหมาะสมไม่ควรเกิน 40% นอกจากนี้ประวัติการชำระหนี้ที่ปรากฏในเครดิตบูโรยังมีผลต่อการตัดสินใจของธนาคาร โดยเฉพาะการชำระหนี้ล่าช้าหรือผิดนัดจะลดโอกาสในการได้รับอนุมัติ ค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมที่ต้องคำนึงถึง นอกจากเงินผ่อนหลักแล้ว ผู้ซื้อต้องเตรียมค่าใช้จ่ายอื่น ๆ เช่น เงินดาวน์ [...]

17/4/2568 • โดย Homeday Matoy
หนี้เสียหรือ NPL (Non-Performing Loan) เป็นปัญหาทางการเงินที่ส่งผลกระทบรุนแรงทั้งต่อบุคคลและเศรษฐกิจโดยรวม โดยเฉพาะในสถานการณ์เศรษฐกิจที่ผันผวน การขาดความเข้าใจเกี่ยวกับหนี้เสียอาจทำให้ผู้กู้ตกอยู่ในสถานการณ์ทางการเงินที่ลำบาก บทความนี้จะอธิบายเกี่ยวกับหนี้เสีย สาเหตุการเกิด ผลกระทบ และวิธีการจัดการแก้ไขปัญหาอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้คุณสามารถเตรียมพร้อมรับมือหรือป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาหนี้เสียได้ หนี้เสีย NPL คืออะไร? ทำไมต้องระวัง? NPL หรือ Non-Performing Loan คือสถานะของหนี้ที่ผู้กู้ไม่สามารถชำระเงินต้นหรือดอกเบี้ยได้ตามกำหนดเวลาที่ตกลงไว้กับสถาบันการเงิน โดยทั่วไปหากค้างชำระเกินกว่า 90 วัน หนี้นั้นจะถูกจัดให้อยู่ในกลุ่ม NPL หรือที่เรียกว่าหนี้เสีย การมีหนี้เสียบ่งชี้ว่าผู้กู้กำลังประสบปัญหาสภาพคล่องทางการเงิน ซึ่งอาจเกิดจากการขาดการวางแผนทางการเงินที่รอบคอบ หรือเผชิญกับเหตุการณ์ไม่คาดฝัน เช่น การสูญเสียรายได้หรือค่าใช้จ่ายฉุกเฉินที่ไม่ได้วางแผนไว้ หนี้เสียเป็นเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญเพราะส่งผลกระทบโดยตรงต่อความน่าเชื่อถือทางการเงิน การมีประวัติหนี้เสียจะถูกบันทึกในฐานข้อมูลเครดิตบูโร ซึ่งทำให้โอกาสในการขอสินเชื่อในอนาคตลดลงอย่างมาก นอกจากนี้ยังอาจนำไปสู่การถูกฟ้องร้องดำเนินคดี หรือการยึดทรัพย์สินที่ใช้ค้ำประกันเงินกู้ เช่น บ้าน หรือรถยนต์ สถาบันการเงินจัดประเภทหนี้เป็น NPL เพื่อบริหารความเสี่ยง เนื่องจากหนี้ที่ค้างชำระนานมีโอกาสสูงที่จะไม่ได้รับคืน สถาบันการเงินจำเป็นต้องกันเงินสำรองเพิ่มขึ้นเพื่อรองรับความเสียหาย ซึ่งส่งผลให้ต้นทุนในการปล่อยสินเชื่อสูงขึ้น และอาจทำให้การอนุมัติสินเชื่อใหม่เป็นไปได้ยากขึ้นสำหรับผู้กู้รายอื่นๆ หนี้เสียมีกี่ประเภท? ลักษณะแต่ละแบบเป็นอย่างไร? หนี้เสียสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกประเภทของสินเชื่อ และแบ่งได้หลายประเภทตามลักษณะของสินเชื่อที่เป็นที่มาของหนี้ ดังนี้: หนี้เสียจากบัตรเครดิต (Credit Card [...]

17/4/2568 • โดย Homeday Matoy
การเป็นเจ้าของบ้านเป็นความฝันของใครหลายคน แต่การเตรียมตัวเพื่อยื่นกู้สินเชื่อบ้านเป็นเรื่องที่ต้องวางแผนอย่างรอบคอบ ไม่ใช่แค่เลือกบ้านที่ชอบและยื่นเรื่องขอกู้เท่านั้น บทความนี้รวบรวมเทคนิคสำคัญในการเตรียมตัวก่อนยื่นกู้ พร้อมวิธีคำนวณวงเงินกู้ที่เหมาะสมกับรายได้ของคุณ เพื่อให้ได้รับการอนุมัติสินเชื่อบ้านอย่างราบรื่นและได้วงเงินสูงตามที่ต้องการ รู้ก่อนกู้: วิธีคำนวณวงเงินสินเชื่อบ้านที่เหมาะกับคุณ การประเมินความสามารถในการกู้ซื้อบ้านด้วยตัวเองเป็นขั้นตอนแรกที่สำคัญ ก่อนที่จะไปติดต่อสถาบันการเงิน ซึ่งช่วยให้คุณวางแผนการเงินได้เหมาะสมและเลือกบ้านที่อยู่ในงบประมาณของตัวเอง มาดูวิธีคำนวณวงเงินกู้กันดังนี้ ขั้นตอนที่ 1: ประเมินรายได้ของตัวเอง รายได้เป็นปัจจัยหลักที่สถาบันการเงินใช้ในการพิจารณาวงเงินกู้สูงสุดที่คุณสามารถขอได้ โดยทั่วไปแล้ว สถาบันการเงินมักกำหนดให้ภาระผ่อนชำระต่อเดือนไม่ควรเกิน 40% ของรายได้สุทธิ ตัวอย่างการคำนวณ: หากคุณมีรายได้ 30,000 บาทต่อเดือน ค่างวดผ่อนบ้านสูงสุดที่คุณสามารถรับภาระได้คือ 30,000 × 40% = 12,000 บาทต่อเดือน ขั้นตอนที่ 2: นำภาระหนี้สินมาหักออก หากคุณมีภาระหนี้อื่นๆ อยู่แล้ว เช่น ผ่อนรถหรือผ่อนสินค้าต่างๆ สถาบันการเงินจะนำภาระหนี้เหล่านี้มาหักออกจากรายได้ เพื่อประเมินความสามารถในการผ่อนชำระที่แท้จริง ตัวอย่างการคำนวณ: รายได้ 30,000 บาทต่อเดือน มีภาระผ่อนรถ 6,000 บาทต่อเดือน รายได้สุทธิหลังหักภาระหนี้ = 30,000 – 6,000 = 24,000 บาท [...]

13/3/2568 • โดย Homeday
หากพูดถึงวิธีการลดดอกเบี้ยบัตรกดเงินสดแล้ว หลายคนมักคิดว่า “รีไฟแนนซ์” เป็นทางออกเดียวที่สามารถช่วยลดภาระด้านนี้ลงได้ เพราะการรีไฟแนนซ์ คือ การเปลี่ยนหรือย้ายไปขอสินเชื่อกับธนาคารหรือสถาบันการเงินแห่งใหม่เพื่อปิดยอดภาระหนี้เดิม และเพื่อให้ได้ดอกเบี้ยที่ต่ำลง จึงช่วยลดยอดที่ต้องชำระคืนในแต่ละเดือนลง ซึ่งโดยทั่วไป การรีไฟแนนซ์จะมีอยู่ 3 รูปแบบ นั่นคือ การรีไฟแนนซ์บ้าน รถยนต์ และบัตรเครดิตหรือบัตรกดเงินสด ซึ่งเป็นวิธีที่ได้รับความสนใจในปัจจุบัน แต่ที่จริงแล้วการรีไฟแนนซ์นั้นอาจไม่เหมาะสำหรับทุกคน เนื่องจากอาจมีเงื่อนไขเพิ่มเติมที่ต้องพิจารณา นอกจากนั้นยังมีทางเลือกอื่น ๆ ที่สามารถช่วยลดดอกเบี้ยได้เช่นกัน เราไปทำความเข้าใจเรื่องของดอกเบี้ยบัตรกดเงินสดและรีไฟแนนซ์พร้อม ๆ กัน ทำความเข้าใจ ‘ดอกเบี้ยบัตรกดเงินสด’ ใช้ให้เป็น ลดภาระได้ง่ายกว่าที่คิด ก่อนจะเข้าสู่วิธีการลดดอกเบี้ยบัตรกดเงินสด มาทำความเข้าใจเกี่ยวกับโครงสร้างของดอกเบี้ยของบัตรกดเงินสดและข้อมูลเบื้องต้นของเครื่องมือทางการเงินนี้กันก่อน เพื่อให้สามารถจัดการลดดอกเบี้ยได้อย่างตรงจุด โครงสร้างดอกเบี้ยของบัตรกดเงินสด ดอกเบี้ยของบัตรกดเงินสดมักจะคำนวณแบบรายวัน โดยคิดจากยอดเงินต้นที่คงเหลืออยู่ในแต่ละวัน ซึ่งหมายความว่ายิ่งเราจ่ายเงินคืนเร็วเท่าไร ดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายก็จะลดลงเท่านั้น โดยวิธีการคำนวณดอกเบี้ยบัตรกดเงินสดเบื้องต้น มีดังนี้ ยอดเงินต้นคงค้าง x อัตราดอกเบี้ยต่อปี x จำนวนวันที่ใช้เงิน /365 = ดอกเบี้ย สิ่งที่ควรระวังเมื่อใช้บัตรกดเงินสด ปัญหาการจ่ายขั้นต่ำ ทำให้ดอกเบี้ยไม่ลดลง เพราะการจ่ายขั้นต่ำเป็นเพียงการชำระยอดหนี้ส่วนหนึ่งเท่านั้น และมักจะครอบคลุมเฉพาะดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมบางส่วน จึงทำให้เงินต้นยังคงอยู่และดอกเบี้ยถูกคิดเพิ่มต่อเนื่อง การชำระคืนล่าช้า [...]

6/3/2568 • โดย Homeday
สหกรณ์ออมทรัพย์ครูประจวบคีรีขันธ์ จำกัด (สหกรณ์ออมทรัพย์ครูประจวบคีรีขันธ์) และบริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด (เครดิตบูโร) ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ “โครงการช่วยเหลือสมาชิกสหกรณ์กลุ่มเปราะบาง” นับเป็นสหกรณ์ออมทรัพย์ครูในภาคตะวันตกแห่งแรกที่เครดิตบูโรได้มีบทบาทสำคัญที่ให้การสนับสนุนการบริหารจัดการหนี้สินของสมาชิกสหกรณ์ฯ โดยเครดิตบูโรจะช่วยจำกัดการขอสินเชื่อ พร้อมทั้งส่งเสริมการปรับพฤติกรรมทางการเงินของสมาชิกให้สามารถจัดการหนี้สินของตนได้อย่างมีประสิทธิภาพ โครงการดังกล่าวยังมุ่งเน้นการเสริมสร้างความรู้วินัยด้านการเงินให้กับข้าราชการครู และให้คำปรึกษาเพื่อช่วยเหลือสมาชิกสหกรณ์ฯ ในการแก้ไขปัญหาหนี้สินอย่างยั่งยืน โดยการร่วมมือในครั้งนี้จะช่วยเสริมแกร่งความรู้ทางการเงินให้แก่ข้าราชการครู ขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาหนี้สินอย่างยั่งยืน พร้อมร่วมให้คำปรึกษาและแนะนำโครงการดังกล่าว นายพัฒชัย วิเศษสมบัติ ประธานคณะกรรมการสหกรณ์ออมทรัพย์ครูประจวบคีรีขันธ์ กล่าวว่า “ตามที่สหกรณ์ออมทรัพย์ครูประจวบคีรีขันธ์ ได้จัดให้มีโครงการช่วยเหลือสมาชิกสหกรณ์กลุ่มเปราะบาง ซึ่งเป็นกลุ่มสมาชิกที่ไม่สามารถเข้าร่วมโครงการแก้ไขปัญหาหนี้สินเดิมที่ทางสหกรณ์ฯ ได้จัดไว้ให้แล้วนั้น เนื่องจากติดเงื่อนไขเงินเหลือหัก ณ ที่จ่ายไม่ถึง 30% และมีเงินงวดเหลือน้อย การช่วยเหลือสมาชิกกลุ่มเปราะบางกลุ่มนี้ ถือเป็นโอกาสดีที่จะได้มีโอกาสถ่ายโอนหนี้จากสถาบันการเงินอื่น ๆ ที่มีดอกเบี้ยเงินกู้สูงมารวมไว้กับสหกรณ์ออมทรัพย์ครูประจวบคีรีขันธ์ ที่คิดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้รวมไว้ให้สมาชิกเพียงร้อยละ 4.50 บาทต่อปี อย่างไรก็ตาม สมาชิกกลุ่มนี้ต้องรักษาวินัยทางการเงินอย่างจริงจัง โดยไม่ไปก่อหนี้ผูกพันกับสถาบันการเงินอื่นอีก ในการนี้ เครดิตบูโรมีส่วนสำคัญในการสนับสนุนข้อมูลเครดิตของสมาชิกกลุ่มดังกล่าวให้กับสถาบันการเงินอื่นๆ ได้พิจารณาการปล่อยสินเชื่อให้กับสมาชิกกลุ่มนี้ตามเงื่อนไขที่ได้ตกลงไว้กับสหกรณ์ออมทรัพย์ครูประจวบคีรีขันธ์ การร่วมมือในครั้งนี้ จะช่วยให้สมาชิกกลุ่มเปราะบางของสหกรณ์ออมทรัพย์ครูประจวบคีรีขันธ์ได้มีโอกาสบริหารจัดการหนี้ของตนเองให้อยู่ในวงเงินที่เหมาะสมตามสถานการณ์ที่สมาชิกกลุ่มนี้ได้ผ่านความยากลำบากสู่การมีสถานะทางการเงินที่มีความคล่องตัวยิ่งขึ้นสามารถพัฒนาคุณภาพชีวิตของตนเอง สามารถพึ่งพาตนเองได้ในอนาคตต่อไป” นายสุรพล โอภาสเสถียร ผู้จัดการใหญ่ เครดิตบูโร เปิดเผยว่า “ความร่วมมือโครงการช่วยเหลือสมาชิกสหกรณ์กลุ่มเปราะบาง มีเป้าหมายในการสนับสนุนการแก้ไขปัญหาหนี้สินของสมาชิกสหกรณ์ฯ และส่งเสริมการปรับพฤติกรรมทางการเงินอย่างยั่งยืน [...]