กำลังโหลด...
กำลังโหลด...
ผลการค้นหาสำหรับ "การป้องกันโรค" พบทั้งหมด 94 บทความ

1/3/2568 • โดย Homeday Matoy
การเลือกชามอาหารที่เหมาะสมสำหรับสัตว์เลี้ยงอาจดูเหมือนเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่ความจริงแล้วมีความสำคัญอย่างมากต่อสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของสัตว์เลี้ยงที่เรารัก ชามอาหารที่เหมาะสมไม่เพียงแต่ทำให้สัตว์เลี้ยงกินอาหารได้สะดวกสบายเท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อสุขอนามัย การป้องกันโรค และคุณภาพชีวิตโดยรวมของพวกเขา บทความนี้จะแนะนำทุกสิ่งที่เจ้าของสัตว์เลี้ยงควรรู้เกี่ยวกับการเลือกชามอาหารที่เหมาะสมที่สุดสำหรับเพื่อนขนฟูของพวกเขา ทำไมการเลือกชามอาหารที่เหมาะสมถึงมีความสำคัญ ชามอาหารที่เหมาะสมไม่ได้เป็นเพียงภาชนะใส่อาหารเท่านั้น แต่ยังเป็นอุปกรณ์ที่มีบทบาทสำคัญต่อสุขภาพและความสุขของสัตว์เลี้ยง มาดูกันว่าทำไมการเลือกชามอาหารที่เหมาะสมถึงมีความสำคัญอย่างมาก ประการแรก ชามอาหารที่ออกแบบอย่างเหมาะสมจะช่วยป้องกันปัญหาทางสุขภาพหลายประการ เช่น อาการปวดคอและหลังเนื่องจากการก้มกินอาหารในท่าที่ไม่ถูกต้อง หรือการป้องกันอาการที่เรียกว่า “สิว” ในสัตว์เลี้ยงที่เกิดจากการสัมผัสกับวัสดุที่ไม่เหมาะสม นอกจากนี้ ชามที่มีความสูงที่เหมาะสมยังช่วยป้องกันอาการท้องอืดและการย่อยอาหารที่ไม่ดีในสุนัขบางสายพันธุ์ได้อีกด้วย ประการที่สอง ชามอาหารที่เหมาะสมยังช่วยส่งเสริมนิสัยการกินที่ดี ชามบางประเภทออกแบบมาเพื่อชะลอการกินอาหารของสัตว์เลี้ยงที่กินเร็วเกินไป ซึ่งสามารถช่วยป้องกันปัญหาสุขภาพที่เกี่ยวข้องกับการกินอาหารเร็วเกินไป เช่น การสำลัก อาการท้องอืด หรือแม้แต่ภาวะกระเพาะบิด ซึ่งเป็นภาวะฉุกเฉินที่อันตรายถึงชีวิตในสุนัขขนาดใหญ่ ประการที่สาม วัสดุที่ใช้ทำชามอาหารสัตว์เลี้ยงยังมีผลต่อสุขอนามัยและความปลอดภัย ชามที่ทำจากวัสดุคุณภาพต่ำอาจมีสารเคมีอันตรายที่สามารถปนเปื้อนในอาหารสัตว์เลี้ยงได้ และชามที่มีรอยแตกหรือรอยขีดข่วนอาจกลายเป็นแหล่งสะสมของแบคทีเรีย ซึ่งนำไปสู่การติดเชื้อและปัญหาสุขภาพอื่นๆ ได้ นอกจากนี้ การเลือกชามอาหารที่เหมาะสมยังเป็นการแสดงความรักและความใส่ใจที่มีต่อสัตว์เลี้ยง การลงทุนในชามอาหารที่มีคุณภาพดีและเหมาะสมกับความต้องการเฉพาะของสัตว์เลี้ยงแต่ละตัวจะช่วยให้พวกเขามีประสบการณ์การกินอาหารที่ดีขึ้น ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อคุณภาพชีวิตโดยรวมของพวกเขา ประเภทของชามอาหารสัตว์เลี้ยง ท้องตลาดปัจจุบันมีชามอาหารสัตว์เลี้ยงหลากหลายประเภทให้เลือก แต่ละประเภทมีคุณสมบัติและประโยชน์ที่แตกต่างกันไป ความเข้าใจในความแตกต่างเหล่านี้จะช่วยให้เจ้าของสัตว์เลี้ยงสามารถเลือกชามที่เหมาะสมที่สุดสำหรับเพื่อนสี่ขาของพวกเขาได้ ชามมาตรฐาน (Standard Bowls) ชามมาตรฐานเป็นชามทรงกลมหรือรูปไข่ธรรมดาที่วางบนพื้น เหมาะสำหรับสัตว์เลี้ยงขนาดเล็กถึงขนาดกลางที่ไม่มีปัญหาสุขภาพเฉพาะ ข้อดีของชามประเภทนี้คือมีราคาไม่แพงและหาซื้อได้ง่าย อย่างไรก็ตาม ชามมาตรฐานอาจไม่เหมาะสมสำหรับสุนัขพันธุ์ใหญ่ที่ต้องก้มตัวลงมากเพื่อกินอาหาร หรือสุนัขที่มีปัญหาเกี่ยวกับการย่อยอาหาร ชามยกสูง (Elevated Bowls) [...]

27/2/2568 • โดย Homeday
เครือโรงพยาบาลพญาไท-เปาโล ตอกย้ำความเป็นองค์กรสุขภาพชั้นนำ คว้ารางวัล “People Management Award of Thailand 2024” ระดับ Gold และ “Special Award” ด้าน Well-being Organization จากสมาคมการจัดการงานบุคคลแห่งประเทศไทย (PMAT) ในงาน Thailand People Management and Well-Being Forum 2024 ซึ่งจัดขึ้นเพื่อเชิดชูองค์กรที่โดดเด่นด้านการบริหารทรัพยากรบุคคลและการสร้างสุขภาวะที่ดีให้กับบุคลากร พิธีมอบรางวัลจัดขึ้น ณ โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพฯ โดยมี อัฐ ทองแตง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เครือโรงพยาบาลพญาไท-เปาโล และ สุภาพร บัญชาจารุรัตน์ ผู้อำนวยการสายทรัพยากรบุคคล เครือโรงพยาบาลพญาไท-เปาโล เข้ารับรางวัลอันทรงเกียรติครั้งนี้ ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจที่สะท้อนถึงมาตรฐานระดับสูงขององค์กรในการบริหารจัดการทรัพยากรบุคคลและส่งเสริมสวัสดิการที่สร้างคุณค่าต่อบุคลากรอย่างแท้จริง พร้อมขับเคลื่อนองค์กรไปสู่ความเป็นเลิศในด้านบริการทางการแพทย์อย่างยั่งยื Healthy Together: นวัตกรรมเพื่อสุขภาวะองค์กรที่ยั่งยืน อัฐ ทองแตง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เครือโรงพยาบาลพญาไท-เปาโล กล่าวว่า หนึ่งในกลยุทธ์สำคัญที่ทำให้เครือโรงพยาบาลพญาไท-เปาโล ได้รับรางวัลอันทรงเกียรตินี้เกิดจากความตั้งใจที่จะใช้ความรู้ความเชี่ยวชาญในการดูแลสุขภาวะที่ดีให้กับคนไข้ในระดับองค์กร [...]

26/2/2568 • โดย Homeday Matoy
เมื่อเข้าสู่ฤดูฝน ความชื้นที่เพิ่มขึ้นนำมาซึ่งปัญหาโรคผิวหนังในสัตว์เลี้ยง ทั้งสุนัขและแมว เจ้าของหลายคนอาจเคยพบว่าสัตว์เลี้ยงของตนเริ่มเกาตัวบ่อย มีผื่นแดง หรือขนร่วงในช่วงนี้ บทความนี้จะแนะนำวิธีป้องกันและดูแลสัตว์เลี้ยงในหน้าฝนอย่างถูกวิธี เพื่อให้พวกเขามีสุขภาพผิวที่ดีตลอดฤดูกาล สาเหตุของโรคผิวหนังในสัตว์เลี้ยงช่วงหน้าฝน หน้าฝนเป็นช่วงเวลาที่สัตว์เลี้ยงเสี่ยงต่อการเกิดโรคผิวหนังมากกว่าฤดูอื่น ด้วยสาเหตุต่างๆ ดังนี้ ความชื้นสูงและอากาศอบอุ่น สภาพอากาศที่ชื้นและอบอุ่นในหน้าฝนเป็นสภาวะที่เหมาะสมสำหรับการเจริญเติบโตของเชื้อรา แบคทีเรีย และไรต่างๆ ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของโรคผิวหนังในสัตว์เลี้ยง เมื่อผิวหนังของสัตว์เลี้ยงสัมผัสกับความชื้นเป็นเวลานาน โอกาสที่จะเกิดการติดเชื้อก็เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะบริเวณซอกพับต่างๆ เช่น ใต้ขาหนีบ ใต้ใบหู หรือระหว่างนิ้วเท้า ขนเปียกและแห้งช้า เมื่อสัตว์เลี้ยงเปียกฝนและขนแห้งช้า จะทำให้ผิวหนังชื้นและอับเป็นเวลานาน ซึ่งเป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรค โดยเฉพาะสุนัขพันธุ์ที่มีขนหนาหรือขนยาว เช่น โกลเด้น รีทรีฟเวอร์ ชิห์ สุ หรือชาวเชาว์ จะมีความเสี่ยงมากกว่าพันธุ์ขนสั้น น้ำท่วมขังและสิ่งสกปรก ในช่วงฝนตก มักมีน้ำท่วมขังตามพื้นที่ต่างๆ ซึ่งอาจปนเปื้อนสารเคมี เชื้อโรค หรือพยาธิ เมื่อสัตว์เลี้ยงเดินลุยน้ำหรือนอนบนพื้นเปียก สิ่งสกปรกเหล่านี้จะสัมผัสกับผิวหนังและอาจก่อให้เกิดการระคายเคืองหรือติดเชื้อได้ แมลงและปรสิตภายนอก หน้าฝนเป็นช่วงที่มีแมลงและปรสิตชุกชุม เช่น เห็บ หมัด ไร และยุง ซึ่งสามารถเป็นพาหะนำโรคมาสู่สัตว์เลี้ยงได้ การกัดของแมลงเหล่านี้ทำให้เกิดอาการคันและระคายเคือง นำไปสู่การเกาที่มากเกินไปจนผิวหนังบาดเจ็บและติดเชื้อ โรคผิวหนังที่พบบ่อยในสัตว์เลี้ยงช่วงหน้าฝน [...]

25/2/2568 • โดย Homeday
ฯพณฯ องคมนตรี พลอากาศเอกชลิต พุกผาสุก เป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงทางวิชาการฯ ระหว่างสมาคมเวชศาสตร์วิถีชีวิตและสุขภาวะไทย และ องค์กรพันธมิตรใหม่ 49 องค์กร เพิ่มจาก 21 องค์กรเดิม และเปิดการประชุมวิชาการเรื่อง“ประชากรสูงอายุและประชากรลดลง : จากการคาดการณ์ สู่การป้องกัน” ฯพณฯ องคมนตรี พลอากาศเอกชลิต พุกผาสุก เป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงทางวิชาการ (MOU) เรื่อง การเผยแพร่ความรู้และส่งเสริมการใช้เวชศาสตร์วิถีชีวิตในการดำเนินชีวิต และประกอบวิชาชีพของบุคลากร และประชาชน ครั้งที่ 2 กับองค์กรพันธมิตร 49 องค์กร และเปิดการประชุมวิชาการเรื่อง “ประชากรสูงอายุและประชากรลดลง : จากการคาดการณ์ สู่การป้องกัน” ซึ่งจัดโดย สมาคมเวชศาสตร์วิถีชีวิตและสุขภาวะไทย (TLWA) ร่วมกับ International Board of Lifestyle Medicine, Lifestyle Medicine Global Alliance องค์กรพันธมิตรเดิม 21 องค์กร และองค์กรพันธมิตรใหม่ ในวันที่ [...]

24/2/2568 • โดย Homeday Matoy
โรคภูมิแพ้ในสัตว์เลี้ยงเป็นปัญหาที่พบได้บ่อยและส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของสัตว์เลี้ยง บทความนี้จะแนะนำวิธีป้องกันและดูแลสัตว์เลี้ยงที่มีภูมิแพ้อย่างถูกต้อง สาเหตุของโรคภูมิแพ้ในสัตว์เลี้ยง โรคภูมิแพ้เกิดจากการที่ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายตอบสนองต่อสารก่อภูมิแพ้มากเกินไป สารก่อภูมิแพ้ที่พบบ่อยในสัตว์เลี้ยงได้แก่: ไรฝุ่นและเศษผงในอากาศ เกสรดอกไม้และพืช สารเคมีในผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด โปรตีนจากอาหารบางชนิด สารก่อภูมิแพ้จากแมลง เช่น หมัด เห็บ อาการของโรคภูมิแพ้มักแสดงออกทางผิวหนังและระบบทางเดินหายใจ เช่น คัน ผื่นแดง จาม น้ำมูกไหล หรือหายใจลำบาก การวินิจฉัยโรคภูมิแพ้ การวินิจฉัยที่แม่นยำเป็นขั้นตอนสำคัญในการรักษาและป้องกัน สัตวแพทย์จะทำการตรวจดังนี้: ตรวจร่างกายทั่วไปและประวัติการเจ็บป่วย การทดสอบภูมิแพ้ทางผิวหนัง การตรวจเลือดหาระดับภูมิแพ้ การทดสอบอาหารที่สงสัยว่าเป็นสาเห วิธีป้องกันโรคภูมิแพ้ 1. การจัดการสภาพแวดล้อม ทำความสะอาดบ้านสม่ำเสมอ โดยเฉพาะพื้นที่ที่สัตว์เลี้ยงใช้เวลาอยู่มาก ใช้เครื่องกรองอากาศ HEPA เพื่อกำจัดสารก่อภูมิแพ้ในอากาศ ซักทำความสะอาดที่นอนและของใช้สัตว์เลี้ยงเป็นประจำ หลีกเลี่ยงการใช้น้ำยาทำความสะอาดที่มีกลิ่นฉุน 2. การดูแลอาหาร เลือกอาหารที่เหมาะสมกับสัตว์เลี้ยงที่มีภูมิแพ้ หลีกเลี่ยงการให้อาหารที่เป็นสาเหตุของการแพ้ ให้อาหารที่มีโอเมก้า-3 เพื่อช่วยลดการอักเสบ ปรึกษาสัตวแพทย์เรื่องอาหารเฉพาะทาง 3. การดูแลผิวหนัง อาบน้ำด้วยแชมพูสำหรับสัตว์เลี้ยงที่มีผิวแพ้ง่าย เช็ดตัวให้แห้งสนิทหลังอาบน้ำ หลีกเลี่ยงการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีน้ำหอมหรือสารเคมีรุนแรง ตรวจสอบผิวหนังสม่ำเสมอเพื่อสังเกตความผิดปกติ 4. การป้องกันปรสิต ให้ยาป้องกันเห็บหมัดอย่างสม่ำเสมอ ตรวจสอบขนและผิวหนังเป็นประจำ ทำความสะอาดพื้นที่อยู่อาศัยเพื่อป้องกันปรสิต [...]

24/2/2568 • โดย Homeday Matoy
การดูแลแม่สัตว์เลี้ยงหลังคลอดเป็นช่วงเวลาสำคัญที่ต้องใส่ใจเป็นพิเศษ เพราะทั้งแม่และลูกสัตว์ต้องการการดูแลอย่างใกล้ชิดเพื่อให้แข็งแรงและปลอดภัย บทความนี้จะแนะนำวิธีการดูแลแม่สัตว์เลี้ยงหลังคลอดอย่างถูกต้องและเหมาะสม การเตรียมพื้นที่สำหรับแม่และลูกสัตว์ การจัดเตรียมพื้นที่ที่เหมาะสมเป็นสิ่งสำคัญอันดับแรก แม่สัตว์ต้องการพื้นที่สะอาด อบอุ่น และปลอดภัยสำหรับการพักฟื้นและดูแลลูก จัดเตรียมกล่องหรือตะกร้าที่มีขนาดเหมาะสม วางในมุมที่เงียบสงบ ห่างจากแสงแดดโดยตรง ใช้ผ้านุ่มหรือผ้าขนหนูสะอาดรองพื้น เปลี่ยนทุกวันหรือเมื่อเปียกชื้น อุณหภูมิห้องควรอยู่ที่ 25-27 องศาเซลเซียส ไม่มีลมโกรก แยกพื้นที่ให้ห่างจากสัตว์เลี้ยงตัวอื่น เพื่อป้องกันการรบกวน โภชนาการสำหรับแม่สัตว์หลังคลอด แม่สัตว์ต้องการสารอาหารมากกว่าปกติ 2-3 เท่าเพื่อผลิตน้ำนมและฟื้นฟูร่างกาย อาหารสำหรับแม่สุนัข ให้อาหารคุณภาพสูงสำหรับสุนัขตั้งท้องและให้นม แบ่งมื้ออาหารเป็น 3-4 มื้อต่อวัน เสริมแคลเซียมตามคำแนะนำของสัตวแพทย์ น้ำสะอาดต้องมีพร้อมตลอดเวลา อาหารสำหรับแม่แมว อาหารสำหรับแมวให้นมที่มีโปรตีนสูง อาหารเปียกผสมอาหารแห้ง เพิ่มความน่ากิน วิตามินรวมสำหรับแมวให้นม น้ำสะอาดวางใกล้พื้นที่พักผ่อน การดูแลสุขภาพและสังเกตอาการผิดปกติ การสังเกตอาการแม่สัตว์อย่างใกล้ชิดช่วยป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้น อาการปกติหลังคลอด มีน้ำคาวปลาสีแดงอ่อนถึงน้ำตาล 2-3 สัปดาห์ เต้านมขยายและอุ่น กินอาหารและดื่มน้ำปกติ ดูแลลูกและให้นมสม่ำเสมอ อาการผิดปกติที่ต้องพบสัตวแพทย์ ไข้สูง ซึม ไม่กินอาหาร น้ำคาวปลามีกลิ่นเหม็น สีเขียวหรือดำ เต้านมแดง ร้อน บวม แข็ง [...]

24/2/2568 • โดย Homeday
เดือนแห่งความรักนี้ มาลองเช็คสุขภาพหัวใจกันหน่อยค่า หัวใจแข็งแรงดีอยู่ไหม? เพราะหัวใจเป็นอวัยวะที่สำคัญ การรักษาสุขภาพหัวใจเป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้าม พญ.กฤดากร เกษรคำ แพทย์ American Board of Anti-Aging Medicine จาก Addlife Anti-Aging Center ชั้น 2 ไลฟ์เซ็นเตอร์ (คิวเฮ้าส์ ลุมพินี) ได้ให้ข้อมูลว่า เนื่องจากโรคหัวใจและหลอดเลือดเป็นสาเหตุหลักของการเสียชีวิตทั่วโลก การเลือกรับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพหัวใจ สามารถช่วยลดความเสี่ยงและส่งเสริมสุขภาพหัวใจให้แข็งแรงขึ้นได้ อาหารที่เรารับประทานทุกวันมีผลโดยตรงต่อระดับคอเลสเตอรอล ความดันโลหิต และการอักเสบในร่างกาย ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ล้วนเกี่ยวข้องกับความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด คุณหมอจึงได้แนะนำหลักการเลือกรับประทานอาหารที่ดีต่อหัวใจ ได้แก่ เลือกอาหารที่มีกรดไขมันโอเมก้า 3 กรดไขมันโอเมก้า 3 เป็นไขมันที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพหัวใจ ช่วยลดการอักเสบ ลดการเกิดลิ่มเลือด และลดความเสี่ยงของโรคหัวใจและหลอดเลือด อาหารที่มีกรดไขมันโอเมก้า 3 ได้แก่ ปลาแซลมอน ปลาแมคเคอเรล ปลาทูน่า ปลาเทราต์ ปลาซาร์ดีน เมล็ดเจีย เมล็ดแฟลกซ์ วอลนัท เลี่ยงอาหารที่มีไขมันทรานส์ ไขมันทรานส์เป็นไขมันที่ผ่านการแปรรูป เพิ่มระดับคอเลสเตอรอลไม่ดี (LDL) [...]

20/2/2568 • โดย Homeday Matoy
สัตว์เลี้ยงเปรียบเสมือนสมาชิกในครอบครัว การสังเกตอาการผิดปกติจึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้พวกเขาได้รับการรักษาทันท่วงที บทความนี้จะแนะนำสัญญาณอันตรายที่บ่งบอกว่าต้องพาสัตว์เลี้ยงไปพบสัตวแพทย์โดยด่วน อาการฉุกเฉินที่ต้องพบสัตวแพทย์ทันที การหายใจผิดปกติเป็นสัญญาณอันตรายอันดับต้นๆ หากสังเกตว่าสัตว์เลี้ยงหายใจเร็วผิดปกติ หายใจลำบาก หอบ หรือมีเสียงผิดปกติขณะหายใจ ควรรีบพาไปพบสัตวแพทย์ทันที เพราะอาจเกิดจากโรคหัวใจ ปอดอักเสบ หรือมีสิ่งแปลกปลอมอุดตันทางเดินหายใจอาการชัก การสูญเสียการทรงตัว หรือเดินโซเซ เป็นอีกสัญญาณที่ต้องได้รับการตรวจวินิจฉัยโดยด่วน เพราะอาจเกิดจากความผิดปกติของระบบประสาท การได้รับสารพิษ หรือเนื้องอกในสมองการอาเจียนหรือท้องเสียรุนแรง โดยเฉพาะหากมีเลือดปน หรือเกิดต่อเนื่องนานเกิน 24 ชั่วโมง อาจทำให้เกิดภาวะขาดน้ำรุนแรงได้ การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมที่ต้องเฝ้าระวัง บาดแผลเปิด กระดูกหัก หรือการบาดเจ็บที่เห็นได้ชัด ต้องได้รับการรักษาทันที เช่นเดียวกับอาการบวมผิดปกติ ก้อนเนื้อที่โตขึ้น หรือการเปลี่ยนแปลงของสีผิวหนังการเปลี่ยนแปลงของสีเหงือกจากชมพูเป็นซีดหรือเขียวคล้ำ อาจบ่งชี้ถึงปัญหาการไหลเวียนเลือดหรือภาวะช็อก ส่วนอาการตาแดง มีน้ำตาไหล หรือมีสิ่งคัดหลั่งผิดปกติ ก็ต้องได้รับการตรวจรักษา การป้องกันและเฝ้าระวัง การตรวจสุขภาพประจำปีเป็นสิ่งสำคัญในการป้องกันโรค ควรสังเกตพฤติกรรมปกติของสัตว์เลี้ยง เพื่อจะได้เห็นความเปลี่ยนแปลงเมื่อเกิดความผิดปกติการเก็บบันทึกประวัติการรักษาและการสังเกตอาการผิดปกติจะช่วยให้สัตวแพทย์วินิจฉัยโรคได้แม่นยำขึ้น สรุป การสังเกตอาการผิดปกติและพาสัตว์เลี้ยงไปพบสัตวแพทย์ทันทีเมื่อพบสัญญาณอันตราย จะช่วยป้องกันภาวะแทรกซ้อนและเพิ่มโอกาสในการรักษาให้หายได้ #สัตว์เลี้ยง #สาระ #สุขภาพสัตว์เลี้ยง #การดูแลสัตว์เลี้ยง #สัตวแพทย์ #ฉุกเฉินสัตว์เลี้ยง #โรคสัตว์เลี้ยง

20/2/2568 • โดย Homeday
นางสาวพิศมัย เรืองศิลป์ ผู้อำนวยการสำนักการศึกษา (สนศ.) กทม. กล่าวถึงการส่งเสริมความรู้เรื่องเพศศึกษาให้แก่เด็กนักเรียนในโรงเรียนสังกัด กทม. ทั้ง 437 โรงเรียนว่า กทม. ได้บูรณาการจัดการเรียนรู้ควบคู่กิจกรรมเรื่องเพศศึกษา อนามัยเจริญพันธุ์ การป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ในกลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา จัดกิจกรรมรณรงค์และให้ความรู้เรื่องการป้องกันการติดเชื้อ HIV โรคเอดส์ การยอมรับและเข้าใจผู้ติดเชื้อ HIV เนื่องในวันเอดส์โลกเป็นประจำทุกปี และยังได้รณรงค์เปิดเพลง “รักเมื่อพร้อม” ของชมรม TO BE NUMBER ONE ประจำโรงเรียนในกิจกรรมหน้าเสาธงเป็นประจำทุกวัน โดยสามารถปรับเป็นกิจกรรมเข้าจังหวะได้ และมีเนื้อหาเตือนใจให้เด็กและเยาวชนเห็นคุณค่าในตนเอง ซึ่งเป็นยุทธศาสตร์การเสริมสร้างภูมิคุ้มกันทางจิตใจให้แก่เยาวชน เพื่อหล่อหลอมให้มีทักษะชีวิต สามารถป้องกันตนเองให้มีความปลอดภัยทางเพศ และเรื่องอื่น ๆ ในการดำเนินชีวิตประจำวัน และเป็นพลเมืองที่มีความรับผิดชอบต่อสังคม นอกจากนี้ กทม. ยังได้ร่วมโครงการพัฒนาแนวทางบูรณาการเรื่องการส่งเสริมสุขภาวะของเยาวชนหลากหลายทางเพศของโรงเรียนในสังกัด หรือโครงการลูกแก้ว ซึ่งเป็นโครงการที่จัดทำโดยมูลนิธิ M PLUS เพื่อส่งเสริมสุขภาวะอย่างรอบด้าน โดยเฉพาะบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศและเยาวชน มีเป้าหมายลดการติดเชื้อ HIV รายใหม่ ลดการเสียชีวิตจากเอดส์ โดยจัดให้มีบริการตรวจ HIV และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) [...]