กำลังโหลด...
กำลังโหลด...
ผลการค้นหาสำหรับ "วิธีปลูก" พบทั้งหมด 75 บทความ

24/5/2568 • โดย Homeday Matoy
โหระพาเป็นหนึ่งในผักสวนครัวยอดนิยมที่ควรมีไว้ในทุกบ้าน เนื่องจากใช้ปรุงอาหารไทยได้หลากหลาย มีกลิ่นหอม และยังอุดมไปด้วยสรรพคุณทางยาสมุนไพร การปลูกโหระพาให้ประสบความสำเร็จต้องเข้าใจเทคนิคการปลูกที่ถูกต้อง ตั้งแต่การเตรียมดิน การเพาะกล้า ไปจนถึงการป้องกันโรคและแมลงศัตรู บทความนี้จะนำเสนอวิธีการปลูกโหระพาแบบครบครันที่จะช่วยให้คุณได้โหระพาที่สด อร่อย และปลอดภัย โหระพาคืออะไร และมีลักษณะพิเศษอย่างไร? โหระพามีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Ocimum basilicum L. จัดอยู่ในวงศ์ Labiatae เป็นวงศ์เดียวกับกะเพราและแมงลัก มีถิ่นกำเนิดในทวีปแอฟริกาและเอเชีย ชื่อภาษาอังกฤษคือ Basil, Sweet Basil และ Thai Basil ซึ่งคำว่า Basil มาจากภาษากรีก Basileus แปลว่า ราชา หรือ ผู้นำของประชาชน ในภาษาไทยยังมีชื่อเรียกตามท้องถิ่นต่างๆ เช่น ห่อกวยซวย ห่อวอซุ และอิ่มคิมขาว โหระพาเป็นพืชล้มลุกอายุสั้น สูงประมาณ 40-60 เซนติเมตร ลำต้นมีลักษณะเป็นสี่เหลี่ยมขนาดเล็ก แตกกิ่งก้านเป็นสีม่วงอมแดงพร้อมขนอ่อนๆ ใบมีรูปไข่ สีเขียวเข้ม กว้างประมาณ 3-4 เซนติเมตร ยาวประมาณ 6 เซนติเมตร [...]

23/5/2568 • โดย Homeday Matoy
ช่วงนี้กระแสการดื่มน้ำขึ้นฉ่ายฝรั่งกำลังฮิตในหมู่คนรักสุขภาพ เพราะมีสรรพคุณที่ดีต่อร่างกาย ช่วยลดน้ำหนัก ดีท็อกซ์ และมีแคลลอรี่ต่ำ แต่การซื้อขึ้นฉ่ายฝรั่งมากินทุกวันอาจทำให้เสียค่าใช้จ่ายไม่น้อย และยังมีความกังวลเรื่องสารเคมีตั้งแต่ยาฆ่าแมลงที่อาจเจือปน1 การปลูกขึ้นฉ่ายฝรั่งไว้กินเองที่บ้านจึงเป็นทางเลือกที่ดี ที่จะช่วยให้เรามั่นใจในความปลอดภัยและประหยัดค่าใช้จ่ายได้อย่างมาก ขึ้นฉ่ายฝรั่งคืออะไร และแตกต่างจากขึ้นฉ่ายจีนอย่างไร ผักในตระกูลขึ้นฉ่ายมีอยู่ 2 สายพันธุ์หลัก คือ ขึ้นฉ่ายจีน และ ขึ้นฉ่ายฝรั่ง โดยขึ้นฉ่ายฝรั่งหรือเซเลอรี่ มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Apium graveolens L. จัดอยู่ในวงศ์ผักชี ลักษณะเด่นของขึ้นฉ่ายฝรั่งคือมีก้านใบขนาดใหญ่และสูงกว่า เมื่อโตเต็มที่ลำต้นจะสูงประมาณ 40-60 เซนติเมตร มีลำต้นสีขาวและใบสีเหลืองอมเขียว ดอกสีขาวออกเป็นช่อคล้ายซี่ร่ม ส่วนใหญ่นิยมทำไปใส่ในสลัด ซุป หรือนำไปทำน้ำผัก1 ในขณะที่ขึ้นฉ่ายจีนจะมีลำต้นหรือก้านใบที่เรียวเล็กกว่า ความสูงประมาณ 30 เซนติเมตร มีสีเข้มและกลิ่นฉุนมากกว่า ไว้สำหรับทำกับข้าวประเภทผัด ยำ หรือแกงจืด ขึ้นฉ่ายฝรั่งจึงเป็นทางเลือกที่เหมาะสำหรับคนที่ต้องการผักที่มีลำต้นหนาใหญ่ เหมาะสำหรับทำน้ำปั่นและใช้ในอาหารสไตล์ตะวันตก คุณค่าทางโภชนาการและประโยชน์ต่อสุขภาพ ขึ้นฉ่ายฝรั่งเป็นผักที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง โดยในน้ำหนัก 100 กรัม ให้พลังงานเพียง 67 กิโลแคลลอรี่ มีน้ำถึง 95 กรัม ทำให้เป็นผักที่มีแคลลอรี่ต่ำมาก [...]

23/5/2568 • โดย Homeday Matoy
การปลูกฟักทองญี่ปุ่นในพื้นที่จำกัดด้วยวิธีการเกษตรอินทรีย์กำลังเป็นที่นิยมมากขึ้น เนื่องจากฟักทองญี่ปุ่นมีราคาค่อนข้างสูงในท้องตลาด แต่สามารถปลูกเองได้ง่ายแม้ในพื้นที่เล็ก การใช้เทคนิคการปลูกแบบเลื้อยขึ้นฟ้าร่วมกับการดูแลด้วยสารธรรมชาติ ทำให้ได้ผลผลิตที่ปลอดภัยและมีคุณภาพดี โดยผู้ที่ทำงานประจำยังสามารถดูแลได้ในช่วงเย็นและวันหยุด นอกจากนี้การใช้สูตรฮอร์โมนไข่และน้ำสมุนไพรไล่แมลงยังช่วยเพิ่มผลผลิตและรักษาความปลอดภัยของพืชผลอีกด้วย เตรียมวัสดุและพื้นที่ปลูกอย่างไรให้เหมาะสม? การเตรียมวัสดุปลูกเป็นขั้นตอนสำคัญที่จะส่งผลต่อความสำเร็จในการปลูกฟักทองญี่ปุ่น วัสดุหลักที่ต้องใช้ ได้แก่ ถุงเพาะชำขนาด 8×13 นิ้ว ที่ไม่เจาะรู กาบมะพร้าวสับผสมกับขุยมะพร้าวในอัตราส่วน 50:50 และปุ๋ยเม็ดสูตร 16-16-16สิ่งสำคัญที่ต้องระวังคือการเตรียมขุยมะพร้าว เนื่องจากมีสารแทนนินที่มีฤทธิ์เป็นกรดและอาจทำให้ต้นกล้าเติบโตไม่ดี ก่อนนำขุยมะพร้าวและกาบมะพร้าวสับมาใช้ จำเป็นต้องแช่น้ำสะอาดทิ้งไว้ 1-2 คืน หรือล้างน้ำหลายครั้งจนกว่าน้ำจะใสไม่เป็นสีน้ำตาลการกำจัดสารแทนนินนี้จะช่วยป้องกันปัญหาต้นไม่โต ใบเหลือง และขอบใบไหม้ นอกจากนี้ควรผสมสารป้องกันแมลงชนิดดูดซึมเข้าทางระบบรากลงในวัสดุปลูก และเพิ่มไตรโคเดอร์มาเพื่อป้องกันโรครากเน่า โดยต้องบ่มเชื้อไว้ประมาณ 7 วัน การย้ายต้นกล้าลงถุงควรทำในช่วงเช้าหรือเย็น หรือช่วงที่อากาศไม่ร้อนจัด เพื่อไม่ให้ต้นกล้าเครียดจากการเปลี่ยนสภาพแวดล้อม หลังจากลงถุงแล้ว ต้นฟักทองจะเติบโตอย่างรวดเร็ว สามารถวัดได้วันละคืบ จึงต้องเตรียมโครงสร้างให้เลื้อยขึ้นไปด้วย โรงเรือนและโครงสร้างสำหรับฟักทองควรสร้างอย่างไร? การสร้างโรงเรือนเล็กสำหรับฟักทองญี่ปุ่นสามารถทำได้ด้วยท่อ PVC ขนาด 6 หุน โดยมีขนาดกว้าง 2-3 เมตร ยาว 3-4 เมตร สูง 2.30 เมตร วัสดุคลุมสามารถใช้พลาสติกใสที่ซื้อมาจากร้านขายอุปกรณ์เกษตร [...]

22/5/2568 • โดย Homeday Matoy
กล้วยเป็นผลไม้ยอดนิยมของคนไทยที่ปลูกง่าย ดูแลไม่ยาก ให้ผลผลิตเร็ว และมีประโยชน์มากมาย ไม่ว่าจะปลูกไว้กินเองที่บ้านหรือปลูกเพื่อสร้างรายได้ก็ทำได้ไม่ยาก บทความนี้จะพาคุณไปรู้จักกับกล้วยให้มากขึ้น ตั้งแต่ประวัติความเป็นมา สายพันธุ์ต่างๆ วิธีปลูกและดูแล ไปจนถึงการนำไปใช้ประโยชน์ ผู้ที่สนใจปลูกกล้วยสามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำไมกล้วยถึงเป็นพืชที่น่าปลูก? ประโยชน์มหาศาลของกล้วยที่หลายคนอาจไม่รู้ กล้วยนับเป็นพืชมหัศจรรย์ที่ใช้ประโยชน์ได้ครบทุกส่วน ตั้งแต่ราก ลำต้น ใบ ดอก ไปจนถึงผล ซึ่งเป็นส่วนที่นิยมรับประทานมากที่สุด กล้วยมีถิ่นกำเนิดในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมีวิวัฒนาการมายาวนานถึง 50 ล้านปี ปัจจุบันแพร่กระจายไปทั่วโลก กล้วยเป็นพืชที่ปลูกง่าย เจริญเติบโตได้ดีในประเทศไทย ทนต่อสภาพอากาศที่แปรปรวน และให้ผลผลิตรวดเร็วเพียง 8-12 เดือนหลังปลูก นอกจากความอร่อยแล้ว กล้วยยังอุดมไปด้วยสารอาหารสำคัญ ทั้งฟอสฟอรัส แคลเซียม คาร์โบไฮเดรต วิตามินหลายชนิด มีประโยชน์ต่อร่างกายมากมาย ทั้งช่วยลดกรดในกระเพาะอาหาร กระตุ้นการขับถ่าย เสริมสร้างพลังงาน ลดอาการอ่อนเพลีย กระตุ้นภูมิคุ้มกัน ตลอดจนช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล ควบคุมความดันโลหิต และแก้อาการท้องอืดท้องเฟ้อได้อีกด้วย สำหรับผู้ที่มีภาวะโลหิตจาง การรับประทานกล้วยเป็นประจำจะมีประโยชน์อย่างยิ่ง เพราะกล้วยมีธาตุเหล็กสูง ซึ่งช่วยในการสร้างเม็ดเลือดแดงได้ดี อย่างไรก็ตาม กล้วยไม่ใช่ยารักษาโรค จึงควรรับประทานควบคู่กับการรักษาตามคำแนะนำของแพทย์ รู้จักกล้วยให้มากขึ้น สายพันธุ์ไหนนิยมปลูกในบ้านเรา? [...]

22/5/2568 • โดย Homeday Matoy
กุหลาบ ราชินีแห่งดอกไม้ (Queen of Flower) เป็นดอกไม้ที่ครองใจคนทั่วโลกมาอย่างยาวนาน ด้วยความงดงามของกลีบดอกที่ซ้อนทับกันอย่างประณีต กลิ่นหอมละมุนที่ชวนให้หลงใหล และความหลากหลายของสีสันที่แต่ละสีล้วนมีความหมายลึกซึ้ง กุหลาบไม่เพียงแต่เป็นสัญลักษณ์ของความรักความโรแมนติก แต่ยังเป็นไม้มงคลที่เชื่อกันว่าจะนำโชคลาภและวาสนามาสู่ผู้ปลูก คุณเคยสงสัยไหมว่ากุหลาบมีกี่สายพันธุ์ แต่ละสีมีความหมายอย่างไร และจะปลูกอย่างไรให้ออกดอกสวยงามตลอดทั้งปี? บทความนี้จะพาคุณไปรู้จักกับกุหลาบให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น กุหลาบคืออะไร? ลักษณะทั่วไปที่ควรรู้ กุหลาบ หรือมีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Rosa spp. จัดอยู่ในวงศ์ Rosaceae มีถิ่นกำเนิดทั่วโลก ทั้งในเอเชีย ยุโรป อเมริกา และแอฟริกา โดยมีลักษณะเป็นไม้พุ่มขนาดเล็กไปจนถึงไม้เลื้อย เป็นไม้ผลัดใบที่มีอายุยืนหลายปี มีความสูงตั้งแต่ 20-300 เซนติเมตร ลำต้นกุหลาบมีทั้งแบบมีหนามและไร้หนาม เมื่อลำต้นยังอ่อนจะมีสีเขียวและค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลเมื่อแก่ขึ้น มีใบประกอบแบบขนนก ปลายใบเรียวแหลม โคนสอบ ขอบใบมีรอยหยัก และมีสีเขียวเข้มตลอดทั้งใบ จุดเด่นที่สุดของกุหลาบอยู่ที่ดอกที่มีสีสันงดงามหลากหลายตามสายพันธุ์ มีกลิ่นหอมอ่อนๆ และมีการจัดเรียงกลีบดอกซ้อนกันประมาณ 4-6 ชั้น ที่น่าสนใจคือ คำว่า “กุหลาบ” มีรากศัพท์มาจากภาษาเปอร์เซีย จากคำว่า “Gul” หรือ “Gol” และมีการเติม [...]

22/5/2568 • โดย Homeday Matoy
บัวเป็นดอกไม้ที่มีความสำคัญและความหมายพิเศษในวัฒนธรรมไทย นอกจากจะเป็นสัญลักษณ์ของความบริสุทธิ์และความศรัทธาแล้ว ยังเป็นไม้น้ำที่นิยมปลูกเพื่อความสวยงามในบ่อหรือภาชนะต่างๆ ภายในบ้าน หลายคนอาจคิดว่าการปลูกบัวเป็นเรื่องยาก แต่ความจริงแล้ว หากเข้าใจวิธีการที่ถูกต้อง ใครๆ ก็สามารถปลูกบัวให้งามและออกดอกสวยได้ตลอดทั้งปี มาทำความรู้จักกับพันธุ์บัว วิธีปลูก และการดูแลบัวให้สวยงามกันดีกว่า รู้จักกับสายพันธุ์บัวที่นิยมปลูกในประเทศไทยมีอะไรบ้าง? บัวในประเทศไทยสามารถแบ่งออกเป็น 3 สกุลใหญ่ โดยแต่ละสกุลมีลักษณะเฉพาะและความสวยงามที่แตกต่างกันไป บัวหลวง หรือ ปทุมชาติ บัวหลวง (Nelumbo nucifera) ได้รับการขนานนามว่า “ราชินีแห่งไม้น้ำ” มีถิ่นกำเนิดในทวีปเอเชีย เช่น จีน อินเดีย และไทย มีลำต้นใต้ดินแบบเหง้าและไหล ใบเมื่อยังอ่อนจะลอยปริ่มน้ำ ส่วนใบแก่จะชูเหนือน้ำ ก้านใบและก้านดอกมีหนาม ดอกชูสูงเหนือน้ำ มีทั้งดอกทรงป้อมและแหลม กลีบดอกมีทั้งชนิดซ้อนและไม่ซ้อน พันธุ์บัวหลวงที่นิยมปลูกในไทยมี 4 พันธุ์หลัก: ปทุม หรือ “บัวแหลมแดง” – ดอกแหลมสีชมพู กลีบดอกไม่ซ้อน ปุณฑริก หรือ “บัวแหลมขาว” – ดอกแหลมสีขาว กลีบดอกไม่ซ้อน สัตตบงกช หรือ “บัวฉัตรแดง” [...]

22/5/2568 • โดย Homeday Matoy
หากคุณเคยลองรับประทานผักสลัดไฮโดรโปนิกส์แล้วพบว่ามีรสขม อาจทำให้รู้สึกเสียดายและไม่อยากทานต่อ บางคนถึงขั้นเข้าใจผิดว่าเป็นเพราะมีสารเคมีตกค้าง แต่ความจริงแล้ว ความขมของผักสลัดมีสาเหตุมาจากหลายปัจจัยที่สามารถควบคุมและแก้ไขได้ บทความนี้จะอธิบายถึงสาเหตุที่ทำให้ผักสลัดขม พร้อมแนะนำวิธีการปลูกและเก็บเกี่ยวที่ถูกต้องเพื่อให้ได้ผักสลัดรสชาติดี กรอบ อร่อย และไม่ขม สาเหตุที่ทำให้ผักสลัดไฮโดรโปนิกส์มีรสขม เมื่อพบว่าผักสลัดที่ปลูกมีรสขม มีหลายสาเหตุที่อาจเป็นไปได้ ซึ่งไม่จำเป็นต้องเกิดจากการปลูกที่ไม่ดีเพียงอย่างเดียว มาดูสาเหตุต่างๆ กัน พันธุ์ผักและลักษณะธรรมชาติของผัก ชนิดและพันธุ์ของผักสลัดบางชนิดมีรสขมเป็นรสชาติพื้นฐานอยู่แล้ว ทำให้ผักที่กินเข้าไปมีรสขม ซึ่งตรงนี้ไม่เกี่ยวกับการเพาะปลูกหรือการดูแลผักแต่อย่างใด ผักสลัดบางสายพันธุ์โดยเฉพาะผักที่มีสีเข้มหรือใบมีสีแดงมักจะมีสารที่ให้รสขมมากกว่าผักสลัดใบสีเขียวอ่อน ดังนั้นการเลือกสายพันธุ์ที่มีรสชาติดีตั้งแต่แรกจะช่วยลดปัญหาความขมได้ อายุผักที่มากเกินไป ผักแก่ส่วนใหญ่จะมีรสขม โดยทั่วไปแล้วระยะเวลาการปลูกผักสลัดไม่ควรเกิน 45 วัน แนะนำให้เพาะต้นกล้าในถาดเพาะ 11 วันและลงแปลง 30 วัน และไม่ควรทิ้งผักสลัดไว้จนเกินอายุ 45 วันหลังเพาะเมล็ด หากปล่อยให้ผักมีอายุมากเกินไป ผักจะเริ่มผลิตน้ำยางที่มีรสขมเพื่อเตรียมออกดอก ช่วงเวลาในการเก็บเกี่ยว ผู้ปลูกผักสลัดส่วนใหญ่จะนิยมเก็บผักในช่วงเช้าหรือเย็น แต่จะไม่นิยมเก็บผักตอนแดดจัด เนื่องจากธรรมชาติของผักสลัดมียางค่อนข้างมาก ในช่วงที่แดดจัดๆ ผักสลัดจะทำการผลิตยางออกมาเพื่อปรับสมดุลให้กับตัวเองเนื่องจากเสียน้ำไปจากสภาวะคายน้ำ จึงส่งผลให้รสชาติของผักในช่วงเวลาดังกล่าวนั้นเกิดความขม การให้ปุ๋ยที่เข้มข้นเกินไป ผู้ปลูกที่อาจไม่เข้าใจธรรมชาติของผักสลัดอย่างรอบด้าน อาจปลูกโดยไม่รู้จักการชดเชยปุ๋ยให้กับผักสลัดตามสัดส่วนและช่วงเวลาที่เหมาะสม ทำให้ผักสลัดที่ได้มีรสขม แทนที่จะออกรสหวานน่ากิน การใช้ปุ๋ยที่เข้มข้นเกินไปโดยเฉพาะช่วง 7-10 วันก่อนเก็บเกี่ยวจะทำให้ผักมียางเยอะ ยิ่งยางเยอะยิ่งขม สภาพแวดล้อมและอุณหภูมิ หากปลูกผักสลัดในบริเวณที่อากาศไม่อบอ้าว [...]

22/5/2568 • โดย Homeday Matoy
ต้นโกสนเป็นไม้ประดับยอดนิยมที่โดดเด่นด้วยใบหลากสีสันสวยงาม นอกจากความสวยงามแล้ว โกสนยังมีความเชื่อเรื่องความเป็นมงคล ช่วยเสริมบารมี และปกป้องคุ้มครองผู้อยู่อาศัย ที่สำคัญคือมีประโยชน์ทางสมุนไพรและสามารถนำมาประกอบอาหารได้อีกด้วย โกสนมีหลากหลายสายพันธุ์ให้เลือกปลูกตามความชอบ แต่ละสายพันธุ์มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวทั้งรูปทรงและสีสันของใบ แม้จะเป็นไม้ที่ต้องการการดูแลพิเศษบ้าง แต่หากเข้าใจธรรมชาติและวิธีการดูแลที่ถูกต้อง ก็จะทำให้ต้นโกสนเจริญเติบโตสวยงามและอยู่กับเราไปนานๆ ลักษณะทั่วไปของต้นโกสน ไม้ประดับสีสันสวยงาม โกสน (Croton) มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Codiaeum variegatum อยู่ในวงศ์ Euphorbiaceae หรือวงศ์ยางพารา เป็นพืชที่มีถิ่นกำเนิดจากหลายประเทศ ได้แก่ มาเลเซีย อินโดนีเซีย ออสเตรเลีย อินเดียตอนใต้ และหมู่เกาะแปซิฟิกตะวันตก ลักษณะเป็นไม้พุ่มไม่ผลัดใบขนาดกลาง มีความสูงประมาณ 2-5 เมตร ลำต้นตั้งตรง เปลือกสีน้ำตาลเทา แตกกิ่งก้านเป็นพุ่มทรงกลม ใบเป็นใบเดี่ยวออกเรียงสลับ ลักษณะใบแตกต่างกันไปตามสายพันธุ์ มีทั้งรูปร่างกลม ยาวแคบ หรือบิดเป็นเกลียว กว้างประมาณ 0.5-8 เซนติเมตร ยาวประมาณ 5-30 เซนติเมตร ปลายใบอาจแหลมหรือมน โคนใบสอบ ขอบใบเรียบหรือหยักเป็นคลื่น สีของใบมีหลากหลายตั้งแต่เขียว เหลือง ส้ม ชมพู แดง ไปจนถึงม่วงและดำ [...]

22/5/2568 • โดย Homeday Matoy
เฟิร์นเป็นหนึ่งในพืชเขียวที่นิยมปลูกเป็นไม้ประดับมาอย่างยาวนาน ด้วยความสวยงามของใบสีเขียวสดที่มีรูปทรงหลากหลาย ทำให้เฟิร์นเป็นที่นิยมในการตกแต่งทั้งภายในและภายนอกบ้าน แต่คุณรู้หรือไม่ว่า นอกจากความสวยงามแล้ว เฟิร์นยังมีคุณประโยชน์มากมายต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม ทั้งช่วยฟอกอากาศ เพิ่มความชื้น และบางชนิดยังมีสรรพคุณทางยาอีกด้วย เฟิร์นคืออะไร และมีลักษณะอย่างไร? เฟิร์นเป็นพืชชั้นต่ำที่มีหลากหลายรูปแบบ มีทั้งแบบลำต้นตั้งตรง ทอดตัวไปกับพื้นดิน และแบบเหง้าใต้ดิน ลำต้นทำหน้าที่เป็นท่อลำเลียงน้ำและอาหาร เฟิร์นเป็นพืชที่ไม่มีดอกหรือเมล็ด แต่สามารถแพร่พันธุ์ได้ด้วยสปอร์ ซึ่งเป็นเซลล์สืบพันธุ์เล็กๆ ที่อยู่บริเวณใต้ใบ เฟิร์นมีประมาณ 20,000 สายพันธุ์ทั่วโลก และสามารถเติบโตได้ในสภาพแวดล้อมที่หลากหลาย ตั้งแต่พื้นที่ชุ่มชื้น ภูเขาสูง พื้นที่เปิดโล่ง ในน้ำ บนหิน หรือแม้แต่บนต้นไม้อื่น ในระบบนิเวศ เฟิร์นหลายชนิดอยู่ร่วมกับเชื้อราไมคอร์ไรซา ซึ่งช่วยในการดูดซึมสารอาหาร ในแง่ของโครงสร้างทางพฤกษศาสตร์ เฟิร์นประกอบด้วยลำต้น (มักเป็นเหง้าใต้ดิน) ใบ และราก บางชนิดอาจมีลำต้นสูงได้ถึง 20 เมตร ขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ ประโยชน์ที่น่าทึ่งของการปลูกเฟิร์นในบ้านมีอะไรบ้าง? การปลูกเฟิร์นไว้ในบ้านมีประโยชน์มากมายนอกเหนือจากความสวยงาม ดังนี้: ช่วยฟอกอากาศได้ดีเยี่ยม เฟิร์นเป็นหนึ่งในพืชที่มีประสิทธิภาพสูงในการฟอกอากาศ สามารถขจัดสารพิษในอากาศได้หลายชนิด เช่น ฟอร์มาลดีไฮด์ที่พบในผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด ไตรคลอโรเอทิลีนในผลิตภัณฑ์ซักแห้ง ไซลีนในสีและกาว และโทลูอีนที่พบในทินเนอร์และน้ำมันเบนซิน การศึกษาหลายชิ้นแสดงให้เห็นว่าเฟิร์นสามารถลดมลพิษในอากาศได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคภูมิแพ้ [...]