กำลังโหลด...
กำลังโหลด...
ผลการค้นหาสำหรับ "ฝ้า เพดาน" พบทั้งหมด 220 บทความ

15/4/2568 • โดย Homeday Matoy
การซื้อคอนโดถือเป็นการลงทุนครั้งใหญ่ในชีวิต เมื่อถึงขั้นตอนรับห้อง หลายคนอาจรู้สึกตื่นเต้นจนลืมตรวจสอบความเรียบร้อยให้ถี่ถ้วน หรือบางคนไม่มั่นใจว่าควรตรวจอะไรบ้าง บทความนี้จะแนะนำขั้นตอนการตรวจรับคอนโดด้วยตัวเองอย่างละเอียด เพื่อให้คุณมั่นใจว่าได้ห้องที่สมบูรณ์และคุ้มค่ากับเงินที่จ่ายไป ทำไมต้องตรวจรับคอนโดก่อนโอนกรรมสิทธิ์? การตรวจรับห้องคอนโดไม่ใช่เรื่องยุ่งยากอย่างที่คิด และมีความสำคัญมากสำหรับเจ้าของใหม่ เพราะ: เพิ่มความมั่นใจด้านความปลอดภัย เรื่องความปลอดภัยมาเป็นอันดับหนึ่งเสมอ การตรวจรับห้องช่วยให้มั่นใจว่าทุกส่วนของห้องมีการก่อสร้างได้มาตรฐาน ไม่ว่าจะเป็นโครงสร้าง พื้น เพดาน ระบบไฟฟ้า และระบบประปา ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อความปลอดภัยในการอยู่อาศัย รักษาสิทธิ์ของคุณในฐานะผู้บริโภค คอนโดเป็นสิ่งที่เราไม่ได้ซื้อบ่อยๆ ก่อนโอนกรรมสิทธิ์ การตรวจสอบอย่างละเอียดจะช่วยให้คุณได้รับสิ่งที่คุ้มค่ากับเงินที่จ่ายไป ทั้งในด้านคุณภาพงานก่อสร้าง เฟอร์นิเจอร์ และอุปกรณ์ต่างๆ ลดความวุ่นวายในการแก้ไขภายหลัง การตรวจรับอย่างละเอียดช่วยลดปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต ถ้าพบความเสียหายหรืองานไม่เรียบร้อยหลังจากรับโอนแล้ว การเข้าไปแก้ไขหรือซ่อมแซมภายหลังจะยุ่งยากกว่ามาก ทั้งการติดต่อช่าง ความล่าช้าในการซ่อมแซม หรือแม้แต่ช่างไม่มาตามนัด อุปกรณ์จำเป็นสำหรับการตรวจรับคอนโด หลายคนอาจคิดว่าต้องจ้างผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น แต่ความจริงแล้วคุณสามารถตรวจคอนโดด้วยตัวเองได้ง่ายๆ เพียงเตรียมอุปกรณ์ดังนี้: กระดาษโพสต์-อิท – สำหรับเขียนโน้ตและแปะตามจุดที่ต้องการซ่อมแซม กล้องถ่ายรูปหรือสมาร์ทโฟน – เพื่อบันทึกภาพเป็นหลักฐาน ไขควงหรือสายชาร์จแบตเตอรี่ – ใช้ทดสอบระบบไฟและเต้าเสียบ ลูกแก้ว – สำหรับตรวจสอบความลาดเอียงของพื้น เหรียญ – ใช้เคาะพื้นกระเบื้องเพื่อตรวจสอบคุณภาพ สมุดโน้ตและปากกา – สำหรับจดบันทึกรายการที่ต้องแก้ไข [...]

15/4/2568 • โดย Homeday Matoy
ปัญหาบ้านร้อนอบอ้าวเป็นปัญหาที่พบบ่อยในประเทศไทยที่มีอากาศร้อนตลอดทั้งปีและมีแนวโน้มร้อนขึ้นเรื่อยๆ หลายครอบครัวเลือกแก้ปัญหาด้วยการติดเครื่องปรับอากาศเพิ่ม หรือเปิดใช้งานเป็นเวลานานขึ้น ส่งผลให้ค่าไฟฟ้าพุ่งสูงตามไปด้วย ความจริงแล้วมีหลายวิธีที่สามารถช่วยลดอุณหภูมิภายในบ้านได้โดยไม่ต้องพึ่งเครื่องปรับอากาศมากเกินไป บทความนี้จะแนะนำสาเหตุที่ทำให้บ้านร้อนและวิธีการแก้ไขที่มีประสิทธิภาพเพื่อช่วยให้บ้านของคุณเย็นสบายยิ่งขึ้น สาเหตุหลักที่ทำให้บ้านร้อนอบอ้าว เมื่อต้องการแก้ปัญหาบ้านร้อน เราควรเข้าใจก่อนว่าอะไรคือสาเหตุที่ทำให้บ้านของเรามีอุณหภูมิสูงกว่าปกติ ซึ่งมีหลายปัจจัยที่ส่งผลต่อเรื่องนี้ 1. ขาดพื้นที่สีเขียวรอบบ้าน บ้านจำนวนมากพยายามใช้พื้นที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด จนมองข้ามความสำคัญของพื้นที่สีเขียว หลายครอบครัวเปลี่ยนสนามหญ้าเป็นลานคอนกรีต หรือไม่มีต้นไม้ใหญ่ให้ร่มเงา ทำให้ช่วงหน้าร้อนไม่มีพื้นที่ร่มรื่นภายในบริเวณบ้าน ส่งผลให้แสงแดดส่องกระทบตัวบ้านโดยตรง ทำให้บ้านสะสมความร้อนได้มากขึ้น 2. การวางผังบ้านไม่เหมาะสมกับทิศทาง สาเหตุสำคัญของบ้านร้อนอีกประการคือการวางตำแหน่งห้องในบ้านไม่สอดคล้องกับทิศทาง โดยเฉพาะห้องที่ใช้งานบ่อย เช่น ห้องนั่งเล่น หรือห้องนอน อยู่ในทิศที่รับแสงแดดโดยตรงในช่วงบ่ายทางทิศใต้และทิศตะวันตก นอกจากนี้ การไม่มีกันสาดหรือระแนงกันความร้อน รวมถึงการไม่เปิดหน้าต่างหรือประตูให้ลมถ่ายเท ก็เป็นสาเหตุให้เกิดความร้อนสะสมภายในบ้านได้ 3. การต่อเติมบ้านโดยไม่คำนึงถึงการระบายอากาศ การปรับปรุงหรือต่อเติมบ้านที่ไม่ได้คำนึงถึงหลักการออกแบบที่ถูกต้อง อาจทำให้บ้านร้อนยิ่งขึ้น เช่น การสร้างรั้วสูงทึบที่ปิดกั้นการไหลเวียนของลม หรือการต่อเติมส่วนต่างๆ ของบ้านโดยไม่เว้นช่องว่างให้แสงและลมผ่านเข้าออก ทำให้บ้านอับทึบและสะสมความร้อนได้ง่าย 4. การเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ที่ไม่เหมาะสม เฟอร์นิเจอร์มีส่วนสำคัญต่อการระบายอากาศภายในบ้าน การเลือกเฟอร์นิเจอร์ขนาดใหญ่เกินไป หรือจัดวางในตำแหน่งที่กีดขวางการไหลเวียนของอากาศ จะทำให้บ้านอบอ้าวและระบายความร้อนได้ไม่ดี ควรเลือกเฟอร์นิเจอร์ที่เหมาะกับขนาดห้องและไม่กีดขวางทางลมผ่าน 5. การใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ก่อให้เกิดความร้อนมากเกินไป บ้านที่มีเครื่องใช้ไฟฟ้าจำนวนมากโดยเฉพาะอุปกรณ์ที่ปล่อยความร้อนสูงอย่างเตาอบ เตาไมโครเวฟ หรือคอมพิวเตอร์ จะทำให้อุณหภูมิในบ้านสูงขึ้น นอกจากนี้ การไม่มีเครื่องดูดควันหรือพัดลมระบายอากาศในห้องครัว [...]

15/4/2568 • โดย Homeday Matoy
การซื้อบ้านหลังแรกถือเป็นก้าวสำคัญในชีวิตที่ต้องอาศัยการวางแผนรอบคอบ ตั้งแต่การเตรียมความพร้อมทางการเงิน การเลือกทำเล ไปจนถึงการตรวจสอบคุณภาพก่อนตัดสินใจ บทความนี้รวบรวมคำแนะนำสำคัญที่จะช่วยให้คุณเลือกซื้อบ้านหลังแรกได้อย่างมั่นใจ พร้อมเทคนิคที่จะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายและป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต เพื่อให้บ้านหลังแรกของคุณเป็นมากกว่าแค่ที่พักอาศัย แต่เป็นพื้นที่แห่งความสุขที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ได้อย่างลงตัว การเงินเป็นสิ่งสำคัญอันดับแรกในการซื้อบ้านหลังแรกจริงหรือไม่? การเตรียมความพร้อมทางการเงินถือเป็นปัจจัยสำคัญอันดับแรกที่คุณควรพิจารณาก่อนตัดสินใจซื้อบ้านหลังแรก เนื่องจากการผ่อนบ้านเป็นภาระผูกพันทางการเงินในระยะยาว โดยทั่วไปอยู่ที่ประมาณ 30 ปี ดังนั้น การมีความมั่นคงในหน้าที่การงานและรายได้ที่สม่ำเสมอจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม การประเมินสถานะทางการเงินควรเริ่มจากการบันทึกรายรับและรายจ่ายประจำเดือนอย่างละเอียด ทั้งค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน หนี้บัตรเครดิต และหนี้สินอื่นๆ จากนั้นคำนวณเงินที่เหลือเพื่อดูว่ามีเพียงพอสำหรับการผ่อนบ้านหรือไม่ โดยทั่วไปแล้ว ธนาคารจะกำหนดให้ภาระการผ่อนไม่ควรเกิน 40% ของรายได้สุทธิต่อเดือน นอกจากนี้ คุณควรเตรียมเงินออมสำหรับเงินดาวน์บ้านซึ่งปกติอยู่ที่ 10-20% ของราคาบ้าน และยังควรมีเงินสำรองสำหรับค่าใช้จ่ายอื่นๆ เช่น ค่าโอนกรรมสิทธิ์ ค่าจดจำนอง และค่าตกแต่งบ้านหลังการซื้อ การมีเงินสำรองที่เพียงพอจะช่วยให้คุณไม่เกิดปัญหาทางการเงินในระยะยาว จะประเมินความสามารถในการผ่อนบ้านได้อย่างไร? การประเมินความสามารถในการผ่อนบ้านเป็นขั้นตอนสำคัญที่จะช่วยให้คุณเลือกบ้านที่มีราคาเหมาะสมกับกำลังทรัพย์ของตนเอง ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงในการผิดนัดชำระหนี้ในอนาคต สูตรที่ใช้คำนวณความสามารถในการผ่อนบ้านคือ (เงินเดือน – ภาระหนี้สินต่อเดือน) x 40% = ความสามารถในการผ่อนบ้านต่อเดือน ตัวอย่างเช่น หากคุณมีรายได้ 40,000 บาทต่อเดือนและไม่มีภาระหนี้สิน คุณจะสามารถผ่อนบ้านได้ประมาณ 16,000 บาทต่อเดือน แต่หากมีภาระหนี้สินอื่น เช่น [...]

11/4/2568 • โดย Homeday
เมื่อวันที่ 4 เมษายน 2568 วิศวกรจากสถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย (AIT) ได้เข้าร่วมสำรวจอาคารเรียนในโรงเรียนวิสุทธิกษัตรี จังหวัดสมุทรปราการ เพื่อประเมินสภาพความมั่นคงแข็งแรงของโครงสร้าง และตรวจสอบความปลอดภัยของอาคาร ทั้งโครงสร้างหลัก เช่น เสา คาน ผนังรับแรงด้านข้างและพื้น รวมถึงส่วนอื่น ๆ ของอาคาร เช่น ผนังก่ออิฐ ฝ้าเพดาน ที่อาจจะได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหวครั้งล่าสุด เมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2568 AIT ถือเป็นหนึ่งในองค์กรที่ให้ความร่วมมือภายใต้เครือข่าย วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.) ซึ่งเป็นศูนย์รวมวิศวกรจากสาขาต่าง ๆ ที่ให้การสนับสนุน ความรู้วิชาชีพทางวิศวกรรรมให้แก่หน่วยงานภาครัฐและเอกชน โดยมีบทบาทต่อสังคมด้านสาธารณภัย เหตุการณ์ฉุกเฉิน และภัยพิบัติ การสำรวจในครั้งนี้ AIT ได้ส่งทีมวิศวกรโครงสร้าง (Structural Engineers) ที่มีความเชี่ยวชาญในการตรวจสอบอาคารโดยเฉพาะเข้าร่วม โดยมีหน่วยงานทั้งจากภาครัฐและเอกชนเข้าสำรวจร่วมกัน ได้แก่ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) วิศวกรอาสา และมูลนิธินายช่างไทยใจอาสา ทั้งนี้ได้รับการต้อนรับจากผู้อำนวยการ คณะครู และเจ้าหน้าที่ของโรงเรียนวิสุทธิกษัตรี ได้นำทีมวิศวกรเข้าตรวจสอบพื้นที่ในอาคารโดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อการวางแนวทางการปรับปรุง และซ่อมแซมอาคารเรียนในกรณีที่เกิดความเสียหายให้มีความปลอดภัยต่อการใช้งานในระยะยาว [...]

10/4/2568 • โดย Homeday
คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยพะเยา นำโดย รองศาสตราจารย์ ทันตแพทย์หญิง ดร.พัชราวรรณ ศรีศิลปนันทน์ คณบดีคณะทันตแพทยศาสตร์ พร้อมด้วยทีมทันตแพทย์และบุคลากร ประกอบด้วย ทันตแพทย์ชวลิต ชนินทรสงขลา รองคณบดีฝ่ายยุทธศาสตร์และพัฒนาคุณภาพองค์กร ทันตแพทย์หญิงรวงข้าว พิมลศรี และทันตแพทย์หญิงศรกมล พรมศิลา ลงพื้นที่ให้บริการตรวจและวางแผนการรักษาทางทันตกรรมแก่เด็กที่มีภาวะปากแหว่งเพดานโหว่ ซึ่งเป็นบริการที่ทำมาอย่างต่อเนื่องในพื้นที่อำเภอเมืองพะเยา อำเภอดอกคำใต้ และอำเภอแม่ใจ จังหวัดพะเยา ในวันพุธที่ 8 เมษายน 2568 ที่ผ่านมา เป็นการดำเนินงานภายใต้โครงการ “เติมรอยยิ้มสดใส ฟันดีทุกวัย” ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างคณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยพะเยา และมูลนิธิพัฒนาสตรีภาคเหนือ ภายใต้บันทึกข้อตกลงความร่วมมือด้านบริการวิชาการที่มุ่งเน้นการดูแลสุขภาพช่องปากในกลุ่มผู้ป่วยภาวะปากแหว่งและเพดานโหว่อย่างครอบคลุม เป็นการเสริมสร้างคุณภาพชีวิตในระยะยาว และใช้ชีวิตอย่างมั่นใจ ผู้ป่วยสามารถเข้าถึงบริการทันตกรรมอย่างเท่าเทียม กิจกรรมในครั้งนี้ประกอบด้วย การให้บริการตรวจวินิจฉัย วางแผนการรักษา และให้ความรู้เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพช่องปากแก่ผู้ป่วยและผู้ดูแล ซึ่งได้รับการสนับสนุนและความร่วมมือจากชุมชนในพื้นที่อย่างดียิ่ง สะท้อนให้เห็นถึงบทบาทของสถาบันอุดมศึกษาในการขับเคลื่อนบริการวิชาการเพื่อพัฒนาสังคมอย่างแท้จริง ผ่านการบูรณาการองค์ความรู้จากภาควิชาการสู่การปฏิบัติในระดับชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม

10/4/2568 • โดย Homeday Matoy
บริษัท จระเข้ คอร์ปอเรชั่น จำกัด ตอกย้ำความเป็นผู้นำนวัตกรรมเพื่องานก่อสร้าง ซ่อมแซม และตกแต่ง ครบวงจรตั้งแต่ฐานรากจนถึงหลังคา จับมือพันธมิตรรายสำคัญ “Q-CHANG (คิวช่าง)” ผู้นำแพลตฟอร์มศูนย์รวมช่างคุณภาพและบริการดูแลบ้านครบวงจรเบอร์หนึ่งในใจคนไทย พร้อมด้วยกลุ่มบริษัทฯ พันธมิตร เอสซีจี แฟมิลี่ และผลิตภัณฑ์ตราช้าง เดินหน้าระดมพลังความช่วยเหลือครั้งใหญ่ เปิดตัวแคมเปญ “WE’VE GOT YOUR BACK ขอเพียงส่งเสียงมา จะไปหา” เพื่อให้ความช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์แผ่นดินไหว ซึ่งสร้างความเสียหายต่อบ้านเรือนในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ โดยชวนพันธมิตรมาบูรณาการทรัพยากรอย่างเต็มกำลัง ทั้งทีมช่างผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางที่ผ่านการรับรองคุณภาพ พร้อมด้วยวัสดุก่อสร้างระดับพรีเมียม ที่ผ่านมาตรฐานอุตสาหกรรมระดับสากล ทั้งในกลุ่ม ปูกระเบื้องกาวซีเมนต์ กาวยาแนว วัสดุกันซึม กลุ่มซ่อมแซมโครงสร้าง และกลุ่มสี เพื่อให้ประชาชนสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างปลอดภัยและมั่นใจในที่อยู่อาศัยของตนเองอีกครั้ง Q-CHANG (คิวช่าง) ในฐานะแพลตฟอร์มที่รวบรวมช่างมืออาชีพจากทั่วประเทศกว่า 2,000 ทีม มุ่งมั่นที่จะเป็นกำลังเสริมให้กับเจ้าของบ้านและผู้พักอาศัยในช่วงเวลาที่ยากลำบาก [...]

9/4/2568 • โดย Homeday Matoy
ความสูงของเพดานบ้านเป็นหนึ่งในรายละเอียดที่ผู้ซื้อบ้านมักมองข้าม ทั้งที่เป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อคุณภาพการอยู่อาศัยในระยะยาว บ้านที่มีเพดานสูงเหมาะสมไม่เพียงสร้างความรู้สึกโปร่งโล่งเท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อการระบายอากาศ การประหยัดพลังงาน และมูลค่าของอสังหาริมทรัพย์ในอนาคต บทความนี้จะอธิบายถึงความสำคัญของความสูงเพดานที่ผู้ซื้อบ้านควรพิจารณา ผลกระทบต่อการอยู่อาศัย และข้อควรรู้เพื่อการตัดสินใจซื้อบ้านอย่างชาญฉลาด ความสูงของเพดานกับผลกระทบต่อคุณภาพชีวิต ความสูงของเพดานเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลโดยตรงต่อความรู้สึกเมื่ออยู่อาศัยภายในบ้าน บ้านที่มีเพดานสูงประมาณ 2.8-3 เมตรขึ้นไป จะช่วยสร้างความรู้สึกโปร่งโล่ง ไม่อึดอัด ทำให้ผู้อยู่อาศัยรู้สึกผ่อนคลายและสบายใจมากขึ้น ในทางตรงกันข้าม บ้านที่มีเพดานต่ำกว่า 2.4 เมตร มักทำให้รู้สึกอึดอัด กดดัน และอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพจิตในระยะยาว นอกจากนี้ ความสูงของเพดานยังส่งผลต่อการระบายอากาศภายในบ้าน เพดานที่สูงช่วยให้อากาศหมุนเวียนได้ดีขึ้น อากาศร้อนจะลอยตัวขึ้นสู่เพดาน ทำให้บริเวณที่คนอยู่อาศัยเย็นสบายมากขึ้น โดยเฉพาะในประเทศที่มีอากาศร้อนอย่างประเทศไทย การมีเพดานสูงจึงช่วยลดการใช้เครื่องปรับอากาศและประหยัดค่าไฟฟ้าได้อย่างมีนัยสำคัญ การศึกษาจากนักจิตวิทยาสิ่งแวดล้อมพบว่า ความสูงของเพดานยังส่งผลต่อกระบวนการคิดของผู้อยู่อาศัย เพดานสูงมักกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์และการคิดแบบอิสระ ในขณะที่เพดานต่ำอาจช่วยให้มีสมาธิจดจ่อกับงานที่ต้องการความละเอียดมากขึ้น ดังนั้น ห้องที่มีเพดานสูงจึงเหมาะกับพื้นที่ส่วนกลาง เช่น ห้องนั่งเล่นหรือห้องรับแขก ส่วนเพดานที่ต่ำลงมาอาจเหมาะกับห้องนอนหรือห้องทำงานที่ต้องการสมาธิ ปัญหาที่อาจเกิดขึ้นเมื่อเพดานบ้านมีความสูงไม่เหมาะสม ปัญหาด้านอุณหภูมิและการประหยัดพลังงาน เพดานที่สูงเกินไปอาจทำให้เกิดปัญหาในการควบคุมอุณหภูมิภายในบ้าน โดยเฉพาะในห้องที่มีเครื่องปรับอากาศ เนื่องจากอากาศเย็นจะตกลงสู่พื้น ในขณะที่อากาศร้อนจะลอยตัวขึ้นสู่เพดาน ทำให้ต้องใช้พลังงานมากขึ้นในการทำความเย็น การติดตั้งพัดลมเพดานจึงเป็นสิ่งจำเป็นในบ้านที่มีเพดานสูง เพื่อช่วยให้อากาศหมุนเวียนและกระจายความเย็นได้ทั่วถึง ในทางกลับกัน บ้านที่มีเพดานต่ำเกินไปอาจมีข้อดีในแง่ของการประหยัดพลังงานจากเครื่องปรับอากาศ แต่จะประสบปัญหาเรื่องการระบายอากาศและการสะสมของความร้อน โดยเฉพาะในชั้นบนสุดของอาคารที่รับความร้อนจากหลังคาโดยตรง ทำให้ต้องเปิดเครื่องปรับอากาศตลอดเวลาเพื่อให้อยู่ในอุณหภูมิที่เหมาะสม การคำนวณค่าใช้จ่ายด้านพลังงานในระยะยาวเป็นสิ่งสำคัญ [...]

7/4/2568 • โดย Homeday Matoy
การเลือกซื้อบ้านเป็นการตัดสินใจครั้งสำคัญในชีวิตที่ต้องพิจารณาหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นทำเลที่ตั้ง ราคา หรือขนาดพื้นที่ใช้สอย แต่มีปัจจัยหนึ่งที่หลายคนมองข้ามคือ “ทิศทางลม” ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อคุณภาพการอยู่อาศัยและค่าใช้จ่ายในระยะยาว บทความนี้จะอธิบายว่าทำไมทิศทางลมจึงมีความสำคัญต่อการเลือกซื้อบ้าน และจะส่งผลอย่างไรต่อค่าไฟฟ้าและคุณภาพชีวิตของผู้อยู่อาศัย ความสำคัญของทิศทางลมต่อการออกแบบบ้าน ทิศทางลมมีบทบาทสำคัญในการกำหนดสภาพแวดล้อมภายในบ้าน โดยเฉพาะในประเทศที่มีอากาศร้อนชื้นอย่างประเทศไทย การเข้าใจลักษณะการเคลื่อนที่ของลมตามธรรมชาติจะช่วยให้เราสามารถออกแบบบ้านให้รับลมได้ดีที่สุด บ้านที่ได้รับการออกแบบให้สอดคล้องกับทิศทางลมจะมีการระบายอากาศที่ดี ช่วยลดอุณหภูมิภายในตัวบ้านโดยไม่ต้องพึ่งพาเครื่องปรับอากาศมากเกินไป ลมประจำในประเทศไทยมีสองทิศทางหลัก ได้แก่ ลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ ที่พัดในช่วงเดือนพฤษภาคมถึงตุลาคม และลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ ที่พัดในช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงเมษายน การวางตำแหน่งอาคารให้สัมพันธ์กับทิศทางลมเหล่านี้จะช่วยให้เกิดการไหลเวียนของอากาศที่ดีภายในบ้าน บ้านที่หันหน้าตามทิศทางลมประจำจะได้รับประโยชน์จากการระบายความร้อนตามธรรมชาติ ซึ่งเป็นการลดภาระการทำงานของเครื่องปรับอากาศ นอกจากนี้ การจัดวางช่องเปิดอย่างเหมาะสม เช่น หน้าต่าง ประตู หรือช่องลม ยังสามารถสร้างปรากฏการณ์ “การระบายอากาศข้ามฟาก” (Cross Ventilation) ซึ่งเป็นเทคนิคที่ช่วยให้อากาศไหลเวียนจากด้านหนึ่งของบ้านไปอีกด้านหนึ่ง ทำให้เกิดการระบายความร้อนและความชื้นออกจากตัวบ้านได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผลกระทบของทิศทางลมต่อค่าไฟฟ้าและการใช้พลังงาน บ้านที่ได้รับการออกแบบโดยคำนึงถึงทิศทางลมจะสามารถประหยัดค่าไฟฟ้าได้อย่างมีนัยสำคัญ เมื่อมีการระบายอากาศตามธรรมชาติที่ดี อุณหภูมิภายในบ้านจะลดลง ทำให้ลดความจำเป็นในการใช้เครื่องปรับอากาศ ซึ่งเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่กินไฟมากที่สุดในบ้าน การศึกษาด้านการประหยัดพลังงานพบว่า บ้านที่มีการระบายอากาศตามธรรมชาติที่ดีสามารถลดการใช้พลังงานสำหรับการปรับอากาศได้ถึง 30% เมื่อเทียบกับบ้านที่ไม่ได้คำนึงถึงปัจจัยด้านทิศทางลม นั่นหมายถึงการประหยัดค่าไฟฟ้าได้หลายพันบาทต่อปี นอกจากการประหยัดค่าไฟแล้ว การใช้ประโยชน์จากลมธรรมชาติยังช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งของภาวะโลกร้อน เป็นการช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมและลดการใช้ทรัพยากรของโลกอีกด้วย การประเมินค่าไฟฟ้าที่ประหยัดได้จากการออกแบบบ้านให้สอดคล้องกับทิศทางลมสามารถทำได้โดยการเปรียบเทียบค่าไฟฟ้าระหว่างบ้านที่มีการออกแบบที่ดีกับบ้านทั่วไป โดยเฉลี่ยแล้ว บ้านขนาด 150 [...]

4/4/2568 • โดย Homeday
นายภคิน เอกอธิคม ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารทรัพยากรอาคาร บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด หัวเรือหลักของธุรกิจ ‘ทัช พร็อพเพอร์ตี้’ บริการด้านระบบวิศวกรรมอาคารครบวงจรในเครือพลัสฯ เปิดเผยถึงขั้นตอนในการตรวจสอบอาคารหลังเหตุแผ่นดินไหว ซึ่งเป็นไปตามคู่มือการสำรวจความเสียหายขั้นต้นของโครงสร้างอาคารหลังจากเหตุการณ์แผ่นดินไหว โดยกรมโยธาธิการและผังเมือง กระทรวงมหาดไทย ว่าการสำรวจความเสียหายสามารถแบ่งได้เป็น 2 ระดับ คือ การสำรวจขั้นต้น และ การสำรวจอย่างละเอียดโดยผู้เชี่ยวชาญในจุดที่อาจเกิดอันตรายกับโครงสร้างอาคาร 1. การสำรวจขั้นต้นเป็นการประเมินว่าความเสียหายที่พบมีผลกระทบต่อตัวอาคารหรือไม่ ซึ่งการเข้าตรวจประเมินขั้นต้นนี้ จะใช้ผู้ที่มีความความเข้าใจพื้นฐานในเรื่องวิศวกรรมโครงสร้าง อย่างบริษัทผู้ตรวจสอบอาคารที่ปกติจะมีการเข้าตรวจอาคารประจำปีให้กับอาคารอยู่แล้วมาเป็นผู้ตรวจให้ โดยบริษัทตรวจสอบอาคารมีการขึ้นทะเบียนรับรองโดยกรมโยธาธิการและผังเมืองแล้ว จะเป็นผู้เข้าตรวจพื้นที่ทันทีหลังเกิดเหตุ ในขั้นต้นนี้สามารถสำรวจด้วยตาเปล่า (visual check) โดยจะตรวจดูความเสียหายของสภาพอาคารที่อาจส่งผลกระทบต่ออาคารที่กำลังประเมิน ความเสียหายเมื่อสังเกตจากภายนอกอาคาร และ ความเสียหายของโครงสร้างอาคาร ได้แก่ พื้น คาน เสา กำแพง โครงหลังคา ผนังก่อ ฝ้า เพดาน และ วัสดุมุงหลังคา การประเมินความเสียหายขั้นต้นของอาคารหลังจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวนี้ ผู้ตรวจส่วนใหญ่ใช้แบบสำรวจความเสียหายขั้นต้นของโครงสร้างอาคารหลังจากเหตุการณ์แผ่นดินไหว ของกรมโยธาธิการและผังเมืองกระทรวงมหาดไทย พ.ศ. 2560 โดยแบ่งระดับความเสียหายของอาคารเป็น 3 ระดับ: [...]