กำลังโหลด...
กำลังโหลด...
ผลการค้นหาสำหรับ "ดูแลสุนัข" พบทั้งหมด 32 บทความ

26/2/2568 • โดย Homeday Matoy
ในช่วงที่อุณหภูมิลดต่ำลง มนุษย์เรามักจะรู้สึกได้ถึงผลกระทบต่อร่างกายและปรับตัวด้วยการสวมใส่เสื้อผ้าที่อบอุ่น แต่สำหรับสัตว์เลี้ยงของเรา พวกเขาต้องพึ่งพาเจ้าของในการดูแลและปกป้องจากภัยของอากาศหนาว อากาศเย็นส่งผลกระทบต่อสัตว์เลี้ยงหลายชนิดแตกต่างกันไป ทั้งสุนัข แมว นก กระต่าย และสัตว์เลี้ยงอื่นๆ บทความนี้จะอธิบายถึงผลกระทบของอากาศหนาวต่อสัตว์เลี้ยงแต่ละประเภท และวิธีการดูแลพวกเขาให้อบอุ่นและปลอดภัยในช่วงอากาศเย็น ผลกระทบของอากาศหนาวต่อสุนัข สุนัขแต่ละสายพันธุ์มีความทนทานต่ออากาศหนาวแตกต่างกัน บางสายพันธุ์เช่น ไซบีเรียน ฮัสกี้ เซนต์เบอร์นาร์ด หรืออลาสกัน มาลามิวท์ มีขนหนาสองชั้นที่ช่วยปกป้องจากอากาศเย็นได้ดีกว่า ในขณะที่สุนัขขนสั้นอย่าง บอกเซอร์ กรีฮาวด์ หรือชิวาว่า จะทนต่ออากาศหนาวได้น้อยกว่า การเปลี่ยนแปลงทางสรีรวิทยา เมื่ออากาศหนาว ระบบร่างกายของสุนัขจะทำงานหนักขึ้นเพื่อรักษาอุณหภูมิให้คงที่ พวกเขาจะใช้พลังงานมากขึ้นเพื่อให้ความอบอุ่นแก่ร่างกาย ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงดังนี้: การเผาผลาญอาหารเพิ่มขึ้น: สุนัขจะใช้พลังงานมากขึ้นในการรักษาความอบอุ่นของร่างกาย ทำให้ต้องการอาหารมากขึ้น โดยเฉพาะสุนัขที่อาศัยอยู่นอกบ้านหรือออกกำลังกายกลางแจ้งเป็นเวลานาน ความอยากอาหารเพิ่มขึ้น: เพื่อตอบสนองความต้องการพลังงานที่เพิ่มขึ้น สุนัขจะรู้สึกหิวบ่อยขึ้น เจ้าของอาจสังเกตเห็นว่าสุนัขกินอาหารมากขึ้นในช่วงฤดูหนาว ขนเปลี่ยนแปลง: สุนัขหลายสายพันธุ์จะเปลี่ยนขนเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับฤดูหนาว โดยจะมีขนชั้นในที่หนาขึ้นเพื่อเพิ่มการเก็บความร้อน ผิวแห้งและระคายเคือง: อากาศแห้งและเย็นอาจทำให้ผิวของสุนัขแห้งและแตก โดยเฉพาะบริเวณอุ้งเท้าที่สัมผัสกับพื้นผิวเย็นหรือสารเคมีละลายน้ำแข็ง โรคที่มักพบในช่วงอากาศหนาว อากาศหนาวอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคบางชนิดในสุนัข: ไข้หวัด: เช่นเดียวกับมนุษย์ สุนัขสามารถเป็นไข้หวัดได้ในช่วงอากาศหนาว แม้ว่าไวรัสที่ทำให้เกิดไข้หวัดในสุนัขจะแตกต่างจากในมนุษย์ ข้ออักเสบ: สุนัขที่มีอายุมากหรือมีปัญหาข้อต่อมักจะมีอาการปวดข้อมากขึ้นในช่วงอากาศหนาว เนื่องจากความดันบรรยากาศที่เปลี่ยนแปลงและความเย็นที่ทำให้กล้ามเนื้อเกร็ง ภาวะตัวเย็นเกิน [...]

26/2/2568 • โดย Homeday Matoy
การวิ่งกับสุนัขไม่เพียงแต่เป็นกิจกรรมที่สนุกสนาน แต่ยังเป็นการออกกำลังกายที่ดีสำหรับทั้งคุณและสัตว์เลี้ยงของคุณ อย่างไรก็ตาม การพาสุนัขวิ่งไม่ใช่เรื่องที่จะทำได้อย่างง่ายดายโดยปราศจากการเตรียมตัวและความรู้ที่เหมาะสม บทความนี้จะแนะนำวิธีพาสุนัขวิ่งอย่างปลอดภัย เพื่อให้ทั้งคุณและสุนัขของคุณได้รับประโยชน์สูงสุดจากกิจกรรมนี้ ประโยชน์ของการพาสุนัขวิ่ง การวิ่งกับสุนัขมีประโยชน์มากมายทั้งต่อตัวคุณและสุนัข นอกเหนือจากการเผาผลาญพลังงานแล้ว กิจกรรมนี้ยังช่วยสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างคุณกับสุนัข เสริมสร้างสุขภาพร่างกาย และช่วยลดความเครียดได้อีกด้วย สำหรับสุนัข การวิ่งเป็นการออกกำลังกายที่สมบูรณ์แบบ ช่วยควบคุมน้ำหนัก เสริมสร้างกล้ามเนื้อ และเพิ่มความแข็งแรงของหัวใจและปอด นอกจากนี้ การได้ออกไปสำรวจสิ่งแวดล้อมภายนอกยังช่วยกระตุ้นสมองของสุนัข ลดพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ เช่น การกัดทำลายสิ่งของเนื่องจากความเบื่อหรือพลังงานส่วนเกิน สำหรับเจ้าของ การมีเพื่อนวิ่งที่กระตือรือร้นอย่างสุนัขจะช่วยสร้างแรงจูงใจให้ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ การวิจัยหลายชิ้นแสดงให้เห็นว่าเจ้าของสุนัขมีแนวโน้มที่จะมีกิจกรรมทางกายมากกว่าคนที่ไม่มีสุนัข ซึ่งนำไปสู่สุขภาพที่ดีขึ้นโดยรวม การประเมินความพร้อมของสุนัขก่อนเริ่มวิ่ง ก่อนที่จะเริ่มโปรแกรมการวิ่งกับสุนัขของคุณ สิ่งสำคัญคือต้องประเมินว่าสุนัขของคุณเหมาะสมกับการวิ่งหรือไม่ ปัจจัยที่ควรพิจารณามีดังนี้ อายุและการเจริญเติบโต สุนัขที่อายุน้อยเกินไปไม่ควรถูกบังคับให้วิ่งเป็นระยะทางไกล เนื่องจากกระดูกและข้อต่อของพวกเขายังเติบโตไม่เต็มที่ การวิ่งหนักเกินไปในช่วงนี้อาจนำไปสู่ปัญหาข้อต่อและกระดูกในระยะยาว โดยทั่วไป: สุนัขพันธุ์เล็กและขนาดกลาง: รอจนกว่าสุนัขอายุประมาณ 8-12 เดือน สุนัขพันธุ์ใหญ่และยักษ์: รอจนกว่าสุนัขอายุประมาณ 18-24 เดือน ในทางกลับกัน สุนัขสูงอายุอาจมีข้อจำกัดในการเคลื่อนไหวหรือมีปัญหาสุขภาพที่ทำให้การวิ่งเป็นอันตรายได้ สังเกตอาการของสุนัขและปรึกษาสัตวแพทย์หากมีข้อสงสัย สายพันธุ์และโครงสร้างร่างกาย สุนัขบางพันธุ์เหมาะกับการวิ่งมากกว่าพันธุ์อื่น สุนัขที่มีขาที่ยาวกว่าและร่างกายที่บอบบางมักจะเป็นนักวิ่งที่ดีกว่า เช่น: เจอร์มัน เชพเพิร์ด ลาบราดอร์ รีทรีฟเวอร์ บอร์เดอร์ [...]

26/2/2568 • โดย Homeday Matoy
การออกกำลังกายเป็นสิ่งสำคัญต่อสุขภาพของสุนัข เช่นเดียวกับมนุษย์ สุนัขต้องการการเคลื่อนไหวร่างกายเพื่อรักษาสุขภาพที่ดีทั้งทางร่างกายและจิตใจ แต่คำถามที่หลายคนสงสัยคือ “สุนัขควรออกกำลังกายวันละกี่นาที?” คำตอบนั้นไม่ได้ตายตัว เพราะขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง เช่น สายพันธุ์ อายุ ขนาดร่างกาย และสุขภาพโดยรวมของสุนัข บทความนี้จะนำเสนอแนวทางการออกกำลังกายที่เหมาะสมสำหรับสุนัขแต่ละประเภท ผลดีของการออกกำลังกาย กิจกรรมที่แนะนำ สัญญาณที่บ่งบอกว่าสุนัขออกกำลังกายมากหรือน้อยเกินไป และคำแนะนำในการออกกำลังกายให้สุนัขอย่างปลอดภัย ทั้งนี้เพื่อให้เจ้าของสุนัขสามารถวางแผนการออกกำลังกายที่เหมาะสมกับสุนัขของตนเองได้ เวลาการออกกำลังกายที่เหมาะสมตามสายพันธุ์ สุนัขพลังงานสูง (60-90 นาทีต่อวัน) สุนัขพลังงานสูงหรือสุนัขที่ถูกเพาะพันธุ์มาเพื่อการทำงาน มักต้องการการออกกำลังกายประมาณ 60-90 นาทีต่อวัน สายพันธุ์เหล่านี้ได้แก่: บอร์เดอร์ คอลลี่ เจอร์มัน เชพเพิร์ด ไซบีเรียน ฮัสกี้ จัก รัสเซล เทอร์เรียร์ วิซล่า ลาบราดอร์ รีทรีฟเวอร์ บ็อกเซอร์ สุนัขเหล่านี้มีพลังงานสูงและถูกเพาะพันธุ์มาเพื่อทำงานที่ต้องใช้ความอดทนและกำลัง หากไม่ได้รับการออกกำลังกายที่เพียงพอ พวกมันอาจเกิดปัญหาพฤติกรรม เช่น กัดทำลายข้าวของ เห่าหอนมากเกินไป หรือมีพฤติกรรมซุกซน การแบ่งการออกกำลังกายเป็นสองช่วงต่อวันจะช่วยให้สุนัขเหล่านี้ได้ระบายพลังงานได้ดี เช่น การเดินเร็ว 30-45 นาทีในตอนเช้า และการเล่นวิ่งไล่จับหรือฝึกเชื่อฟังคำสั่งอีก 30-45 นาทีในตอนเย็น [...]

21/2/2568 • โดย Homeday Matoy
การตัดขนสุนัขในหน้าร้อนเป็นเรื่องสำคัญที่เจ้าของต้องใส่ใจเป็นพิเศษ เพราะนอกจากจะช่วยให้น้องหมาคลายร้อนแล้ว ยังต้องคำนึงถึงความเหมาะสมกับสายพันธุ์และสภาพผิวของน้องหมาด้วย บทความนี้จะแนะนำวิธีเลือกทรงตัดขนที่เหมาะสมสำหรับสุนัขแต่ละประเภท พร้อมเทคนิคการดูแลขนหลังตัด ทำไมต้องตัดขนน้องหมาในหน้าร้อน? สภาพอากาศร้อนของประเทศไทยส่งผลกระทบต่อสุนัขเลี้ยงโดยตรง โดยเฉพาะสุนัขที่มีขนหนาหรือขนยาว การตัดขนจึงเป็นวิธีหนึ่งที่ช่วยให้น้องหมารู้สึกสบายตัวขึ้น ประโยชน์ของการตัดขนในหน้าร้อนมีดังนี้: ช่วยระบายความร้อน: ขนที่สั้นลงทำให้อากาศถ่ายเทได้ดีขึ้น ลดการสะสมของแบคทีเรีย: ขนที่ชื้นจากเหงื่อเป็นแหล่งสะสมของแบคทีเรีย ง่ายต่อการทำความสะอาด: ขนสั้นทำให้อาบน้ำและแปรงขนได้ทั่วถึง ป้องกันปัญหาผิวหนัง: ลดโอกาสเกิดผื่นคันและการติดเชื้อ ทรงตัดขนที่เหมาะสมสำหรับสุนัขแต่ละประเภท สุนัขขนยาว (เช่น ชิสุ, ยอร์คเชียร์, พุดเดิ้ล) ทรงเทดดี้แบร์: ตัดขนสั้นเสมอกันทั้งตัว ความยาวประมาณ 1-2 นิ้ว ทรงตุ๊กตา: ตัดขนส่วนลำตัวสั้น แต่เก็บขนส่วนหัวและหางให้ยาวกว่า ทรงซัมเมอร์คัท: ตัดขนสั้นมากเกือบติดผิว เหมาะสำหรับอากาศร้อนจัด สุนัขขนหนาสองชั้น (เช่น ไซบีเรียน ฮัสกี้, โกลเด้น รีทรีฟเวอร์) ห้ามโกนขนจนติดผิว เพราะจะทำลายระบบการปรับอุณหภูมิตามธรรมชาติ ควรตัดขนให้สั้นลงประมาณ 50% ของความยาวปกติ เน้นการแปรงขนและกำจัดขนชั้นในที่หลุดร่วง สุนัขขนสั้น (เช่น ปั๊ก, ชิวาวา, บีเกิ้ล) ไม่จำเป็นต้องตัดขนสั้นมาก เน้นการตัดแต่งเพื่อความเรียบร้อย ทำความสะอาดและแปรงขนสม่ำเสมอ [...]

21/2/2568 • โดย Homeday Matoy
สุนัขหน้าสั้นเป็นที่นิยมเลี้ยงมากขึ้นในปัจจุบัน ด้วยรูปร่างกะทัดรัด นิสัยน่ารัก และการดูแลที่ไม่ยุ่งยากมากนัก แต่สิ่งที่เจ้าของควรตระหนักคือ สุนัขกลุ่มนี้มีความเสี่ยงด้านสุขภาพที่เฉพาะตัว เนื่องจากลักษณะทางกายภาพที่ถูกผสมพันธุ์มาให้มีจมูกและใบหน้าสั้น สาเหตุที่ทำให้สุนัขหน้าสั้นมีความเสี่ยงด้านสุขภาพ สุนัขหน้าสั้นหรือที่เรียกทางการแพทย์ว่ากลุ่ม Brachycephalic breeds มีลักษณะโครงสร้างกะโหลกและใบหน้าที่แตกต่างจากสุนัขทั่วไป โดยมีกะโหลกส่วนหน้าสั้นกว่าปกติ ทำให้อวัยวะต่างๆ ในช่องปากและจมูกถูกอัดแน่นในพื้นที่จำกัด ส่งผลให้เกิดปัญหาสุขภาพหลายประการ โดยเฉพาะระบบทางเดินหายใจ สายพันธุ์ที่จัดอยู่ในกลุ่มนี้ได้แก่ ปั๊ก บูลด็อก ชิสุ เปอร์เซีย (แมว) ปักกิ่ง บอสตัน เทอร์เรียร์ โรคและความเสี่ยงที่พบบ่อยในสุนัขหน้าสั้น 1. กลุ่มอาการทางเดินหายใจในสุนัขหน้าสั้น (Brachycephalic Airway Syndrome) เป็นกลุ่มอาการที่เกิดจากความผิดปกติของโครงสร้างทางเดินหายใจหลายส่วน ได้แก่: รูจมูกแคบ เพดานอ่อนยาวเกิน หลอดลมตีบ ถุงลมในช่องคอโป่งพอง อาการที่พบ: หายใจลำบาก มีเสียงดัง ทนความร้อนได้น้อย เหนื่อยง่าย นอนกรน อาจเป็นลมหมดสติเมื่อออกกำลังกายหนัก 2. ปัญหาดวงตา เนื่องจากเบ้าตาตื้นและโปน ทำให้พบปัญหาต่างๆ เช่น: ตาแห้ง แผลที่กระจกตา ตาอักเสบ เยื่อตาม้วนเข้า/ออก 3. [...]

21/2/2568 • โดย Homeday Matoy
การออกกำลังกายเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับสุนัขทุกพันธุ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสุนัขพันธุ์ใหญ่ที่ต้องการการเคลื่อนไหวและกิจกรรมทางกายมากกว่าสุนัขพันธุ์เล็ก บทความนี้จะอธิบายถึงความสำคัญของการออกกำลังกายและวิธีการออกกำลังกายที่เหมาะสมสำหรับสุนัขพันธุ์ใหญ่ ทำไมสุนัขพันธุ์ใหญ่ต้องออกกำลังกายทุกวัน? สุนัขพันธุ์ใหญ่มีความต้องการพลังงานและการเคลื่อนไหวสูงตามธรรมชาติ การออกกำลังกายสม่ำเสมอช่วยในด้านต่างๆ ดังนี้: สุขภาพร่างกาย: ช่วยควบคุมน้ำหนักและป้องกันโรคอ้วน เสริมสร้างกล้ามเนื้อและกระดูกให้แข็งแรง เพิ่มความยืดหยุ่นและความคล่องตัว ช่วยระบบการย่อยอาหารทำงานได้ดี สุขภาพจิตใจ: ลดความเครียดและความวิตกกังวล ป้องกันพฤติกรรมก้าวร้าว สร้างความมั่นใจ กระตุ้นการเรียนรู้และพัฒนาการทางสังคม ประเภทของการออกกำลังกายที่เหมาะสมกับสุนัขพันธุ์ใหญ่ การเดินและวิ่ง: เริ่มต้นด้วยการเดินวันละ 30-45 นาที แบ่งเป็น 2-3 ครั้งต่อวันหากจำเป็น เพิ่มความเร็วและระยะทางตามความแข็งแรง หลีกเลี่ยงการวิ่งบนพื้นแข็งเป็นเวลานาน การว่ายน้ำ: เป็นการออกกำลังกายแบบ low-impact เหมาะสำหรับสุนัขที่มีปัญหาข้อต่อ ช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อรอบด้าน ควรเริ่มต้นในน้ำตื้นและมีการดูแลอย่างใกล้ชิด การเล่นเกมและกิจกรรม: เล่นขว้างและรับของเล่น เล่นชักเย่อด้วยเชือก ฝึกวิ่งตามคำสั่ง การเล่นซ่อนหาของรางวัล ข้อควรระวังในการออกกำลังกาย สภาพอากาศ: หลีกเลี่ยงช่วงอากาศร้อนจัด ให้น้ำดื่มเพียงพอ สังเกตอาการเหนื่อยล้า เตรียมร่มเงาสำหรับพัก การเริ่มต้น: เริ่มจากเบาไปหนัก เพิ่มความเข้มข้นทีละน้อย สังเกตการตอบสนอง ปรึกษาสัตวแพทย์หากมีข้อสงสัย อุปกรณ์และความปลอดภัย: ใช้สายจูงที่แข็งแรง สวมปลอกคอที่พอดี เลือกพื้นที่ปลอดภัย มีไฟส่องสว่างในเวลากลางคืน การวางแผนการออกกำลังกาย [...]

20/2/2568 • โดย Homeday Matoy
สุนัขพันธุ์เล็กเป็นที่นิยมในการเลี้ยงเป็นสัตว์เลี้ยงมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะในสังคมเมืองที่พื้นที่อยู่อาศัยมีจำกัด แต่หลายคนอาจไม่ทราบว่าสุนัขพันธุ์เล็กต้องการการดูแลที่พิเศษกว่าสุนัขพันธุ์ใหญ่ในหลายด้าน บทความนี้จะอธิบายถึงเหตุผลและวิธีการดูแลที่เหมาะสม โครงสร้างร่างกายที่บอบบาง ต้องการการปกป้องเป็นพิเศษ สุนัขพันธุ์เล็กมีโครงสร้างกระดูกและกล้ามเนื้อที่บอบบางกว่าสุนัขพันธุ์ใหญ่ กระดูกของพวกเขามีขนาดเล็กและเปราะบางกว่า ทำให้มีความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บได้ง่าย โดยเฉพาะเมื่อกระโดดจากที่สูงหรือเล่นอย่างรุนแรง การป้องกันการบาดเจ็บสามารถทำได้โดย: จัดพื้นที่เล่นที่ปลอดภัย ไม่ลื่น หลีกเลี่ยงการปล่อยให้กระโดดขึ้นลงเฟอร์นิเจอร์สูง ใช้บันไดหรือทางลาดสำหรับขึ้นลงที่นอนหรือโซฟา ระมัดระวังเป็นพิเศษเมื่อต้องอุ้ม ระบบการเผาผลาญอาหารที่แตกต่าง สุนัขพันธุ์เล็กมีระบบเผาผลาญอาหารที่เร็วกว่าสุนัขพันธุ์ใหญ่ ทำให้ต้องการอาหารที่มีพลังงานสูงและต้องกินบ่อยครั้งกว่า แต่ในปริมาณที่น้อยต่อมื้อ การให้อาหารควรคำนึงถึง: เลือกอาหารที่ออกแบบมาเฉพาะสำหรับสุนัขพันธุ์เล็ก แบ่งมื้ออาหารเป็น 3-4 มื้อต่อวัน ควบคุมปริมาณอาหารอย่างเคร่งครัดเพื่อป้องกันโรคอ้วน ให้น้ำสะอาดตลอดเวลา การควบคุมอุณหภูมิร่างกาย สุนัขพันธุ์เล็กมีพื้นที่ผิวมากเมื่อเทียบกับมวลร่างกาย ทำให้สูญเสียความร้อนได้ง่ายในอากาศเย็น และร้อนเกินไปได้ง่ายในอากาศร้อน การดูแลเรื่องอุณหภูมิควรทำดังนี้: จัดเตรียมเสื้อผ้าที่เหมาะสมกับสภาพอากาศ หลีกเลี่ยงการพาออกนอกบ้านในช่วงอากาศร้อนจัด จัดที่นอนให้อบอุ่นในฤดูหนาว ให้อยู่ในที่ร่มและมีอากาศถ่ายเทดี ความต้องการการฝึกที่ละเอียดอ่อน แม้จะตัวเล็ก แต่สุนัขพันธุ์เล็กก็ต้องการการฝึกเช่นเดียวกับสุนัขพันธุ์ใหญ่ แต่ต้องใช้วิธีการที่แตกต่าง: ใช้การเสริมแรงทางบวก ไม่ใช้การลงโทษทางกาย แบ่งการฝึกเป็นช่วงสั้นๆ หลายครั้งต่อวัน ใช้รางวัลขนาดเล็กที่เหมาะกับขนาดปาก เน้นการสร้างความมั่นใจและลดพฤติกรรมก้าวร้าว การเอาใจใส่ด้านทันตกรรม สุนัขพันธุ์เล็กมักมีปัญหาเรื่องฟันเนื่องจากมีช่องปากขนาดเล็ก ทำให้ฟันอยู่ชิดกันมาก การดูแลสุขภาพช่องปากควรทำดังนี้: แปรงฟันทุกวันด้วยยาสีฟันสำหรับสุนัข ตรวจสอบเหงือกและฟันเป็นประจำ พาไปทำความสะอาดฟันที่สัตวแพทย์ตามกำหนด เลือกของเล่นที่ช่วยทำความสะอาดฟัน การป้องกันอันตรายจากสิ่งแวดล้อม [...]

20/2/2568 • โดย Homeday
ไปรษณีย์ไทยสานสัมพันธภาพคนและสัตว์เลี้ยงผ่านแสตมป์ที่ระลึก “วันรักสัตว์เลี้ยงโลก 2568” พร้อมสนับสนุนการช่วยเหลือสัตว์จรจัด ร่วมกับมูลนิธิเพื่อสุนัขในซอย (ซอยด๊อก) เปิดจำหน่ายแล้ววันนี้ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด เปิดตัวแสตมป์ที่ระลึกชุด “วันรักสัตว์เลี้ยงโลก 2568” ถ่ายทอดเรื่องราวของ มิตรภาพระหว่างบุรุษไปรษณีย์และสุนัข ซึ่งเป็นภาพจำที่หลายคนคุ้นเคยในฐานะคู่กัด แต่แท้จริงแล้วกลับเต็มไปด้วยสายใยแห่งความผูกพัน ผ่านภาพพี่ไปรฯ กับน้องหมาสามขา และน้องหมาตาบอดที่อยู่ภายใต้การดูแลของมูลนิธิเพื่อสุนัขในซอย (ซอยด๊อก) โดยรายได้ส่วนหนึ่งจากการจำหน่ายแสตมป์จะถูกนำไปบริจาคให้กับ มูลนิธิเพื่อสุนัขในซอย (ซอยด๊อก) เพื่อสนับสนุนภารกิจช่วยเหลือและดูแลสุนัขและแมวจรจัดทั่วประเทศ ออกจำหน่ายแล้ววันนี้ ในราคาดวงละ 20 บาท ซองวันแรกจำหน่าย 33 บาท ที่ไปรษณีย์ในกรุงเทพฯ และไปรษณีย์ประจำจังหวัด หรือทางออนไลน์ ผ่านแอปพลิเคชันและเว็บไซต์ www.thailandpostmart.com ดร.ดนันท์ สุภัทรพันธุ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด กล่าวว่า ไปรษณีย์ไทยให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจที่สร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคม แสตมป์ที่ระลึกชุด ‘วันรักสัตว์เลี้ยงโลก 2568’ เป็นอีกหนึ่งโครงการที่สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของไปรษณีย์ไทยในการสนับสนุนกิจกรรมเพื่อสังคม โดยนอกจากจะเป็นของสะสมที่มีคุณค่าแล้ว แสตมป์ชุดนี้ยังสะท้อนถึงภาพลักษณ์ของบุรุษไปรษณีย์และสุนัข ซึ่งมักถูกมองว่าเป็นคู่ปรับกันมาตลอด แต่ความจริงแล้ว พวกเขาต่างเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนที่อยู่ร่วมกันมายาวนาน โดยไปรษณีย์ไทยต้องการนำเสนอแง่มุมของความสัมพันธ์นี้ผ่านแสตมป์ที่ไม่เพียงแต่เป็นของสะสม [...]

18/2/2568 • โดย Homeday Matoy
การต้อนรับสมาชิกใหม่อย่างลูกสุนัขแรกเกิดเข้ามาในบ้านเป็นช่วงเวลาที่น่าตื่นเต้น แต่ก็มาพร้อมกับความรับผิดชอบอันยิ่งใหญ่ บทความนี้จะแนะนำวิธีการดูแลลูกสุนัขแรกเกิดอย่างถูกต้องและปลอดภัย เพื่อให้พวกเขาเติบโตขึ้นมาอย่างแข็งแรงและมีความสุข การเตรียมสถานที่สำหรับลูกสุนัขแรกเกิด ก่อนที่จะนำลูกสุนัขแรกเกิดเข้ามาในบ้าน สิ่งสำคัญที่สุดคือการจัดเตรียมพื้นที่ที่เหมาะสม ลูกสุนัขต้องการพื้นที่ที่อบอุ่น สะอาด และปลอดภัย โดยอุณหภูมิที่เหมาะสมควรอยู่ระหว่าง 85-90 องศาฟาเรนไฮต์ (29-32 องศาเซลเซียส) ในช่วงสัปดาห์แรก และค่อยๆ ลดลงเป็น 75-80 องศาฟาเรนไฮต์ (24-27 องศาเซลเซียส) ในสัปดาห์ที่สาม ควรจัดเตรียม: กล่องหรือคอกที่มีขนาดเหมาะสม ไม่เล็กหรือใหญ่เกินไป ผ้าขนหนูหรือผ้านุ่มๆ สำหรับรองนอน แผ่นรองซับสำหรับทำความสะอาด หลอดไฟให้ความอบอุ่นหากจำเป็น เทอร์โมมิเตอร์สำหรับวัดอุณหภูมิ การให้นมและโภชนาการ ในช่วงแรกเกิดถึง 4 สัปดาห์แรก ลูกสุนัขจำเป็นต้องได้รับนมจากแม่สุนัขหรือนมทดแทนสำหรับลูกสุนัขโดยเฉพาะ การให้นมควรทำทุก 2-3 ชั่วโมงในช่วงสัปดาห์แรก และค่อยๆ เพิ่มระยะห่างเป็น 4-6 ชั่วโมงเมื่อลูกสุนัขอายุมากขึ้น ข้อควรระวังในการให้นม: ตรวจสอบอุณหภูมินมให้อุ่นพอดี ไม่ร้อนหรือเย็นเกินไป ใช้ขวดนมสำหรับลูกสุนัขโดยเฉพาะ ให้ในท่าที่เหมาะสม โดยจับลูกสุนัขในท่าคว่ำเล็กน้อย สังเกตการดูดนมและการกลืนเพื่อป้องกันการสำลัก การทำความสะอาดและสุขอนามัย ลูกสุนัขแรกเกิดยังไม่สามารถควบคุมการขับถ่ายได้ จึงต้องได้รับการทำความสะอาดอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะหลังการให้นมทุกครั้ง ใช้ผ้าชุบน้ำอุ่นเช็ดทำความสะอาดบริเวณท้องน้อยและก้นเบาๆ [...]