กำลังโหลด...
กำลังโหลด...
ผลการค้นหาสำหรับ "ความร้อน" พบทั้งหมด 187 บทความ

18/7/2568 • โดย Homeday
ระยอง, ประเทศไทย 18 กรกฎาคม 2568 – Midea (ไมเดีย) ผู้นำด้านเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านอัจฉริยะระดับโลก เดินหน้าขยายธุรกิจภายใต้ชื่อ Midea Building Technologies (MBT) ขยายทีมบริการครบวงจร เดินหน้าสร้างพันธมิตรคู่ค้าทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อเตรียมความพร้อมรุกตลาดระบบปรับอากาศสำหรับอาคาร พร้อมเปิดโรงงานบนพื้นที่ 46 ไร่ในนิคมอุตสาหกรรมซีพีจีซี จังหวัดระยอง ด้วยงบลงทุน 2,260 ล้านบาท ชูนวัตกรรมระบบปรับอากาศสำหรับอาคารเชิงพาณิชย์ที่ประหยัดพลังงาน ลดต้นทุนการติดตั้ง และมีอายุการใช้งานยาวนาน พร้อมผลักดันอุตสาหกรรมระบบปรับอากาศไทย ขับเคลื่อนแรงงานศักยภาพและเศรษฐกิจของประเทศอย่างยั่งยืน ปัจจุบันความต้องการระบบทำความร้อน ระบายอากาศ และปรับอากาศ (HVAC) ในภาคครัวเรือน เชิงพาณิชย์ และภาคอุตสาหกรรมมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นซึ่งแปรผันตามการขยายตัวของเมืองและการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศกำลังพัฒนา โดยคาดการณ์ว่า อุตสาหกรรมระบบ HVAC ทั่วโลกจะเติบโตต่อปีแบบทบต้น (CAGR) ร้อยละ 6.4 ตั้งแต่ปี 2567 ถึงปี 2574 คิดเป็นมูลค่า 218,320 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในปี 2567 และเติบโตถึง 338,620 [...]

15/7/2568 • โดย Homeday
เบเยอร์เดินเกมรุกตลาดกลางปีแบบไม่มีแผ่ว เปิดตัวแคมเปญ “ละครคูลนะเธอ” ซีรีส์คอมเมดี้ออนไลน์สุดสนุก ที่สอดแทรกเรื่องบ้านและไลฟ์สไตล์แบบเบาๆ พร้อมแนะนำพระเอกตัวจริงของงานนี้ อย่าง BegerCool 2in1 – สีทาภายนอกและภายใน ที่มาพร้อมนวัตกรรมใหม่ ที่มาพร้อมคุณสมบัติ เย็นขึ้น ทนกว่า ลดเวลาทำงานถึง 2 เท่า! ด้วยเทคโนโลยีลดขั้นตอนการทาสี จบงานไว ประหยัดแรง ประหยัดเวลา ทั้งยังช่วยสะท้อนความร้อนได้จริง แรงไม่หยุด! Beger AI ก็ลงสนาม เบเยอร์ยังดันแพลตฟอร์มอัจฉริยะ Beger AI ผ่านช่องทาง Line: @begerclub เข้ามาช่วยเสริมทัพให้คู่ค้าทั้งร้านค้า ช่าง และผู้รับเหมา ด้วยเครื่องมือดิจิทัลที่ช่วยแนะนำสินค้าได้แม่นยำ วิเคราะห์พฤติกรรมลูกค้า และเพิ่มโอกาสการขายให้เห็นผลจริง จัดเต็มโปรโมชั่นคูลๆ รับกลางปี ผ่าน Beger AI โดย ลูกค้าทั่วไป รับส่วนลดสูงสุด 200 บาทต่อถัง ส่วนร้านค้าที่เข้าร่วม รับสิทธิ์ ราคาพิเศษ พร้อมระบบสนับสนุนการขายจาก Beger AI [...]

7/7/2568 • โดย Homeday
บริษัท เบเยอร์ จำกัด ผู้นำด้านนวัตกรรมสีรักษ์โลก เดินหน้ายกระดับมาตรฐานอาคารปลอดภัยและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เปิดตัวโครงการ “โรงเรียนปลอดภัย ห่างไกลอัคคีภัยด้วยนวัตกรรมจากขยะอาหาร” ณ ศูนย์เด็กปฐมวัยเมอร์ซี่ คลองเตย ร่วมกับพันธมิตรภาครัฐและเอกชน ได้แก่ ศูนย์นาโนเทค สวทช., โรงแรมแบงค็อก แมริออท มาร์คีส์ ควีนส์ปาร์ค และกรุงเทพมหานคร หัวใจของโครงการนี้ คือการต่อยอดโดยผนึกกำลัง ขยะอาหาร (Food waste) จากเปลือกหอยนางรม สู่ “สารชีวภาพหน่วงไฟ” ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันอัคคีภัย กับ ผลิตภัณฑ์ BegerCool All-Plus for Interior สีทาภายในระดับพรีเมียมที่มีคุณสมบัติโดดเด่น ทั้งด้านการสะท้อนความร้อน และคุณสมบัติหน่วงไฟ เพื่อลดความเสี่ยงอัคคีภัยในแหล่งชุมชน โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีเด็กเล็กซึ่งมีข้อจำกัดในการอพยพย้ายในภาวะฉุกเฉิน พร้อมยังมีสุขภาวะการอยู่อาศัยที่ดีด้วยอุณหภูมิที่เย็นสบาย (Thermal Comfort) การเติมสารชีวภาพที่พัฒนาจากขยะอาหารในครั้งนี้ ยังช่วย เพิ่มประสิทธิภาพการหน่วงไฟอีกระดับ ผ่านการทดสอบตามมาตรฐาน UL94 V-0 สามารถดับไฟได้ภายใน 10 วินาทีโดยไม่เกิดเปลวไฟหยด ทั้งยังปลอดภัยต่อสุขภาพ ไม่ปล่อยสารระเหยอันตราย ดร.วรวัฒน์ [...]

4/7/2568 • โดย Homeday
ริษัท ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ (LALIN) ผู้พัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์คุณภาพภายใต้คอนเซ็ปต์ ‘บ้านที่ปลูกบนความตั้งใจที่ดี’ จัดแคมเปญพิเศษ “FLASH DEAL จองด่วน! ลดจัดหนัก” มอบส่วนลดสูงสุดถึง 300,000 บาท ตอบโจทย์ครอบครัวรุ่นใหม่ที่กำลังมองหาบ้านคุณภาพ จากแบรนด์ต่างๆ ประกอบด้วย บ้านลลิล Beyond Luxury of Living สง่างามเหนือระดับ บนอาณาจักรส่วนตัว ด้วยบ้านคุณภาพ ดีไซน์สไตล์ฝรั่งเศส, แลนซีโอ Perfection of Living ความสมบูรณ์แบบที่ตอบสนองทุกไลฟ์สไตล์ที่ออกแบบเพื่อทุกคนๆในครอบครัว, ไลโอ Happiness of Living ความสุขที่ลงตัว กับทุกความต้องการของการใช้ชีวิต และลลิล กรีนวิลล์ บ้านเดี่ยวหรู ปราณีตทุกรายละเอียดพร้อมฟังก์ชันที่ตอบสนองไลฟ์สไตล์อันทันสมัยภายใต้สังคมมีระดับ ที่มีราคาให้เลือกหลากหลายตั้งแต่ 2-10 ล้านบาท โดยบ้านทุกหลังได้รับการพัฒนาให้สอดคล้องกับ Green Living Standard เพื่อส่งเสริมการใช้วัสดุที่ช่วยลดความร้อนจากภายนอก บ้านอยู่สบาย ประหยัดค่าไฟ ลดการใช้พลังงาน [...]

24/6/2568 • โดย Homeday
ในยุคที่ปัญหาประชากรล้นเมืองและความกังวลเรื่องความปลอดภัยของอาหารเพิ่มขึ้น การปลูกผักไว้รับประทานเองกลายเป็นแนวทางที่ได้รับความสนใจอย่างมาก การปลูกผักในบ้านไม่เพียงแต่เป็นกิจกรรมที่ช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย แต่ยังมีประโยชน์มากมายที่หลายคนอาจไม่เคยคิดถึง ในบทความนี้ เราจะมาสำรวจเหตุผลสำคัญที่ทำให้การปลูกผักที่บ้านเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับสุขภาพและสิ่งแวดล้อม คุณค่าทางโภชนาการที่เหนือกว่าจากผักสดใหม่ การปลูกผักไว้รับประทานเองช่วยให้เราได้รับคุณค่าทางโภชนาการที่สูงกว่าผักที่ซื้อจากตลาด ผักจะเริ่มสูญเสียวิตามินและเกลือแร่ทันทีที่ถูกเก็บเกี่ยวออกจากต้น และจะสูญเสียเพิ่มเติมระหว่างกระบวนการขนส่งและการเก็บรักษา การวิจัยพบว่าผักที่ต้องผ่านกระบวนการขนส่งระยะไกลและการแช่เย็นจะสูญเสียคุณค่าทางอาหารอย่างมีนัยสำคัญ ผักที่เก็บสดใหม่จากสวนของเราเองจะมีไมโครนิวเทรียนท์หรือสารอาหารรองอย่างวิตามินและเกลือแร่ในปริมาณที่สูงกว่า นอกจากนี้ยังมีพฤษเคมีหรือไฟโตนิวเทรียนท์ที่ทำหน้าที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งช่วยป้องกันโรคไม่ติดต่อเรื้อรังต่างๆ เช่น โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง และมะเร็งบางชนิด องค์การอนามัยโลกยังแนะนำให้บริโภคผักผลไม้อย่างน้อย 400 กรัมต่อวันเพื่อลดความเสี่ยงจากโรคเหล่านี้ การลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและโลกร้อน การปลูกผักที่บ้านมีส่วนสำคัญในการช่วยรักษาสิ่งแวดล้อม ผักที่วางจำหน่ายในตลาดส่วนใหญ่ต้องผ่านกระบวนการขนส่งระยะไกล ซึ่งก่อให้เกิดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการใช้เชื้อเฟื้อและพลังงานในการขนส่ง การศึกษาวิจัยพบว่าการขนส่งผักผลไม้มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะจากการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ การปลูกผักที่บ้านช่วยลดการใช้บรรจุภัณฑ์ที่ไม่จำเป็น ลดความต้องการพลังงานในการแช่แข็งและเก็บรักษา และที่สำคัญคือลด “ฟู้ดไมลส์” หया ระยะทางที่อาหารต้องเดินทางจากแหล่งผลิตถึงผู้บริโภค การปลูกพืชในพื้นที่เมืองยังช่วยสร้างพื้นที่สีเขียว ดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และปลดปล่อยออกซิเจน นอกจากนี้ยังช่วยลดปรากฏการณ์เกาะความร้อนในเมือง ความปลอดภัยจากสารเคมีและยาฆ่าแมลง หนึ่งในความกังวลหลักของผู้บริโภคคือการปนเปื้อนของสารเคมีในผัก การศึกษาพบว่าผักหลายชนิดที่จำหน่ายในตลาดมีสารเคมีตกค้างในปริมาณที่น่าเป็นห่วง ผักที่พบสารเคมีตกค้างสูงที่สุด ได้แก่ กวางตุ้ง คะน้า ถั่วฝักยาว พริก แตงกวา กะหล่ำปลี ผักกาดขาวปลี ผักบุ้งจีน มะเขือ และผักชี การได้รับสารเคมีเหล่านี้ในปริมาณมากอาจทำให้เกิดอาการเวียนศีรษะ หน้ามืด ท้องร่วง [...]

23/6/2568 • โดย Homeday
ในช่วงที่อากาศของประเทศไทยมีความร้อนชื้นสูงตลอดปี ทำให้ยุงและแมลงต่างๆ เพิ่มจำนวนขึ้นอย่างมาก ซึ่งส่งผลให้เกิดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อโรคต่างๆ ที่มียุงเป็นพาหะ เช่น โรคไข้เลือดออก มาลาเรีย และไข้สมองอักเสบ การใช้มุ้งครอบจึงกลายเป็นวิธีการป้องกันที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ โดยไม่ต้องพึ่งพาสารเคมีกันยุงที่อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพ การเลือกมุ้งครอบที่เหมาะสมไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะต้องคำนึงถึงปัจจัยหลายประการ ทั้งขนาดของมุ้ง วัสดุที่ใช้ผลิต ความทนทาน และความสะดวกในการใช้งาน มุ้งครอบสมัยใหม่ได้รับการพัฒนาให้ตอบสนองความต้องการที่หลากหลาย ไม่เพียงแต่ป้องกันยุงและแมลงเท่านั้น แต่ยังช่วยกรองฝุ่นละออง ป้องกันสัตว์มีพิษตัวเล็ก และสร้างพื้นที่ส่วนตัวที่ปลอดภัยสำหรับการพักผ่อน การออกแบบที่เน้นความสะดวกสบายในการใช้งาน ทั้งแบบพับเก็บได้ แบบติดตั้งง่าย และแบบพกพาสะดวก ทำให้มุ้งครอบกลายเป็นเครื่องใช้ที่ขาดไม่ได้ในทุกบ้าน ด้วยเทคโนโลยีการผลิตที่ก้าวหน้า วัสดุที่ใช้ในปัจจุบันมีความทนทาน ระบายอากาศได้ดี และมีราคาที่เข้าถึงได้สำหรับทุกครอบครัว #มุ้งครอบ #มุ้งกันยุง #มุ้งเด็ก #มุ้งผู้ใหญ่ #ป้องกันยุง #ของใช้ในบ้าน #shopzy

20/6/2568 • โดย Homeday
ในยุคที่คุณแม่ยุ่งกับการทำงานและภารกิจมากมายรอบตัว การมีตู้แช่ที่ออกแบบมาเพื่อการเก็บรักษานมแม่โดยเฉพาะ หรือสามารถปรับเป็นทั้งช่องแช่เย็นและช่องแช่แข็งได้อย่างอเนกประสงค์ จึงกลายเป็นตัวช่วยสำคัญที่จะทำให้คุณแม่อุ่นใจว่าสารอาหารสำคัญจะยังคงคุณภาพและปลอดภัยต่อลูกน้อย รวมถึงตอบโจทย์การใช้งานดูแลอาหารต่างๆ ภายในบ้านได้อย่างครบวงจร หลากหลายแบรนด์ชั้นนำจากต่างประเทศมาพร้อมฟีเจอร์เฉพาะ เช่น ระบบควบคุมอุณหภูมิแบบดิจิตอล ฉนวนกันความร้อนคุณภาพสูง ระบบแจ้งเตือนอุณหภูมิผิดปกติ และดีไซน์กะทัดรัดประหยัดพื้นที่ แต่ยังให้ความจุที่เพียงพอต่อการใช้งานจริง โดยรุ่นที่ได้รับความนิยมได้แก่รุ่นจาก Toshiba, Haier, Beko, Sharp, Hitachi, Candy, Sonar, The Cool และ Hisense ทั้งหมดนี้ถูกคัดสรรมาว่าให้ความคงตัวของอุณหภูมิในระดับต่ำกว่า -18 องศา หรือปรับเป็นโหมดเย็นได้ตั้งแต่ 0 ถึง 10 องศา จึงเหมาะทั้งสำหรับเก็บนมแม่และแช่อาหารต่างๆ ภายในครัวเรือน พร้อมดีไซน์ทนทานและใช้งานง่าย มั่นใจได้ว่าทุกหยดของนมแม่และอาหารสำคัญจะถูกเก็บอย่างปลอดภัยสูงสุด #shopzy #ตู้แช่แม่และเด็ก #ตู้แช่แข็ง #ตู้แช่เย็น #นมแม่ #อาหารแช่แข็ง #อุปกรณ์แม่และเด็ก #ประหยัดพลังงาน #ดีไซน์กะทัดรัด #ควบคุมอุณหภูมิ

20/6/2568 • โดย Homeday
เมื่อทารกเข้าสู่ช่วงวัยแรกเกิดจนถึง 12 เดือน การเลือกจุกนมที่เหมาะสมมีความสำคัญต่อการพัฒนาการกล้ามเนื้อลิ้นและขากรรไกรของลูกน้อยเพื่อให้การดูดเป็นไปอย่างเป็นธรรมชาติและสอดคล้องกับแรงดูดตามวัยต่าง ๆ การเลือกวัสดุจุกที่ปลอดสาร BPA และทนความร้อนจะช่วยให้คุณแม่สามารถฆ่าเชื้อและทำความสะอาดได้อย่างปลอดภัยโดยไม่ต้องกังวลเรื่องสารตกค้าง รูปทรงของจุกและขวดทั้งคอแคบและคอกว้างยังส่งผลต่อการไหลของนมซึ่งอาจลดอาการสำลักและโคลิคในเด็กได้อย่างมีประสิทธิภาพ เทคโนโลยีวาล์วกันอากาศ (Anti-Colic Valve) และระบบ Pro-Flow จะช่วยลดการกลืนอากาศขณะดูด ลดอาการท้องอืด ร่วมถึงปัญหากลิ่นคาวของนมในจุกซิลิโคน ความยืดหยุ่นและความนุ่มของซิลิโคนยังส่งเสริมการสังเคราะห์สารเลียนแบบการดูดเต้านมแม่ ช่วยให้เด็กไม่สับสนระหว่างการดูดเต้าและการดูดขวด นอกจากนี้ ขนาดรูจุกแต่ละระดับเช่นช้า กลาง เร็ว หรือ VariFlow จำเป็นต้องเลือกให้เหมาะสมเพื่อควบคุมปริมาณการไหลตามอายุ และไม่ทำให้ลูกลื่นคอหรือสำลัก การพิจารณารวมถึงการใช้งานร่วมกับขวดรุ่นต่าง ๆ ที่คุณมีอยู่แล้ว เช่น คอแคบหรือคอกว้าง จะทำให้การเปลี่ยนจุกนมเป็นไปอย่างราบรื่นและไม่ต้องซื้ออุปกรณ์เสริมเพิ่มเติม บทความนี้จึงได้รวบรวมจุกนมยี่ห้อยอดนิยม 10 รุ่นซึ่งผ่านการรีวิวว่าเหมาะสำหรับทุกช่วงวัยเพื่อให้คุณแม่สามารถตัดสินใจเลือกสินค้าที่ตรงตามความต้องการและงบประมาณ #จุกนม #ขวดนม #shopzy

20/6/2568 • โดย Homeday
การปลูกผักไม้เลื้อยในบ้านเป็นทางเลือกที่ชาญฉลาดสำหรับคนรักสวนที่ต้องการใช้พื้นที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ผักไม้เลื้อยไม่เพียงแต่ให้ผลผลิตที่สามารถนำมารับประทานได้ แต่ยังช่วยสร้างร่มเงาและความสวยงามให้กับบ้านอีกด้วย ในบทความนี้ เราจะมาสำรวจประโยชน์ของผักไม้เลื้อยและแนะนำชนิดที่เหมาะสำหรับปลูกในบ้านของคุณ ทำไมควรปลูกผักไม้เลื้อยในบ้าน? ประหยัดพื้นที่ได้มากกว่า การปลูกผักไม้เลื้อยช่วยให้คุณใช้พื้นที่ในแนวตั้งได้อย่างมีประสิทธิภาพ แทนที่จะปลูกพืชในแนวราบซึ่งต้องใช้พื้นที่มาก คุณสามารถปลูกผักไม้เลื้อยให้เติบโตขึ้นไปตามค้างหรือโครงสร้างที่จัดเตรียมไว้ วิธีนี้เหมาะอย่างยิ่งสำหรับบ้านที่มีพื้นที่จำกัด เช่น คอนโดมิเนียม ทาวน์เฮาส์ หรือบ้านในเมืองที่มีพื้นที่สวนน้อย ให้ร่มเงาและลดความร้อน ผักไม้เลื้อยสามารถช่วยสร้างร่มเงาให้กับบ้านและลดอุณหภูมิโดยรอบได้ เมื่อปลูกให้เลื้อยขึ้นตามซุ้มหรือระแนง ใบของพืชจะช่วยกรองแสงแดดและลดความร้อนที่เข้าสู่บ้าน นี่เป็นประโยชน์อย่างมากในประเทศที่มีอากาศร้อนอย่างประเทศไทย ช่วยประหยัดพลังงานในการใช้เครื่องปรับอากาศได้อีกด้วย ปรับปรุงคุณภาพอากาศ ผักไม้เลื้อยช่วยดูดซับมลพิษและปล่อยออกซิเจนออกมา ทำให้อากาศรอบบ้านสะอาดขึ้น พืชเหล่านี้สามารถกรองฝุ่นละอองและสารพิษต่างๆ ในอากาศ ช่วยให้สภาพแวดล้อมในบ้านดีขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยเพิ่มความชื้นในอากาศ ทำให้บรรยากาศในบ้านน่าอยู่มากขึ้น เพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพ การปลูกผักไม้เลื้อยช่วยดึงดูดแมลงที่เป็นประโยชน์ เช่น ผึ้ง ผีเสื้อ และแมลงช่วยผสมเกสรอื่นๆ สิ่งนี้ช่วยเพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพในพื้นที่บ้านของคุณ และส่งเสริมระบบนิเวศที่สมดุล แมลงเหล่านี้ยังช่วยในการควบคุมศัตรูพืชโดยธรรมชาติอีกด้วย ประโยชน์ต่อสุขภาพ การปลูกผักไม้เลื้อยไว้รับประทานเองที่บ้านช่วยให้คุณได้รับผักที่สดใหม่ ปลอดสารพิษ และมีคุณค่าทางโภชนาการสูง การทำสวนยังช่วยลดความเครียด เพิ่มความสุข และส่งเสริมการออกกำลังกายเบาๆ ได้อีกด้วย การได้สัมผัสกับธรรมชาติผ่านการทำสวนมีผลดีต่อสุขภาพจิตใจอย่างมาก 10 ผักไม้เลื้อยที่ควรปลูกในบ้าน 1. ตำลึง: ผักใบเขียวคุณค่าสูง ตำลึงเป็นไม้เลื้อยที่ปลูกง่ายและเติบโตเร็ว มีลักษณะลำต้นเป็นเถาเลื้อยมีมือเกาะ ใบคล้ายรูปหัวใจ [...]