กำลังโหลด...
กำลังโหลด...
ผลการค้นหาสำหรับ "การป้องกันโรค" พบทั้งหมด 94 บทความ

28/5/2568 • โดย Homeday Matoy
CheckGo by Occicare ผู้นำนวัตกรรมบริการตรวจสุขภาพยุคใหม่ ประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ แม็คโคร–โลตัส มอลล์ เปิดตัว CheckGo by Occicare บริการตรวจสุขภาพ สาขาใหม่ แม็คโคร รังสิต ถือเป็นก้าวสำคัญในการผนึกกำลังระหว่างผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพ และผู้นำธุรกิจค้าปลีกรายใหญ่ของประเทศ พร้อมวางแผนขยายสาขา ผ่านระบบ “แฟรนไชส์” ให้ครบ 50 แห่งในเครือข่าย Makro และ Lotus mall ทั่วประเทศภายในสิ้นปี 2569 ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่และเสริมศักยภาพระบบสุขภาพของไทย หลังได้รับผลตอบรับอย่างดีจากการเปิดบริการตรวจสุขภาพบนสถานีรถไฟฟ้า BTS รายงานผลผ่าน Line Application ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนยุคดิจิทัล นพ.ธณัฐ จิรบันดาลสุข ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจ. เอส. เมดดิคอล เซนเตอร์ จำกัด ผู้ให้บริการตรวจสุขภาพ ได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO15189 สะดวก รวดเร็ว และครบวงจร ภายใต้ชื่อ เช็คโก บาย ออคซิแคร์ [...]

28/5/2568 • โดย Homeday Matoy
การบำรุงดินด้วยวัสดุธรรมชาติจากของใช้ในครัวเรือนเป็นวิธีการที่ประหยัดและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยสามารถใช้เปลือกกล้วยที่อุดมไปด้วยโพแทสเซียม แคลเซียม และฟอสฟอรัส กากกาแฟที่มีไนโตรเจนสูงถึง 1.2-2.4 เปอร์เซนต์ ขี้เถ้าที่ช่วยปรับความเป็นกรดของดิน รวมถึงเปลือกไข่ วัชพืช และน้ำจากตู้ปลาที่ล้วนมีสารอาหารจำเป็นต่อการเจริญเติบโตของพืช วิธีการเหล่านี้ไม่เพียงช่วยลดขยะครัวเรือน แต่ยังเสริมสร้างความอุดมสมบูรณ์ให้กับดินอย่างยั่งยืนและปลอดภัยจากสารเคมี ทำไมต้องบำรุงดินด้วยวัสดุธรรมชาติ? ดินที่อุดมสมบูรณ์เป็นรากฐานสำคัญของการเพาะปลูกที่ประสบความสำเร็จ การใช้วัสดุธรรมชาติในการบำรุงดินไม่เพียงช่วยลดการพึ่งพาปุ๋ยเคมีราคาแพง แต่ยังส่งเสริมระบบนิเวศในดินให้มีความสมดุล การหมุนเวียนสารอาหารในดินผ่านวัสดุอินทรีย์จะช่วยปรับปรุงโครงสร้างดิน เพิ่มความสามารถในการกักเก็บน้ำ และสร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมสำหรับจุลินทรีย์มีประโยชน์ การใช้วัสดุเหลือใช้จากครัวเรือนยังเป็นการลดปริมาณขยะที่ต้องกำจัด โดยเฉพาะขยะอินทรีย์ที่สามารถนำกลับมาใช้ประโยชน์ได้ แนวคิดการเกษตรแบบหมุนเวียน (Circular Agriculture) นี้ช่วยสร้างความยั่งยืนทั้งในด้านเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม เนื่องจากเกษตรกรสามารถลดต้นทุนการผลิต พร้อมทั้งได้ผลผลิตที่มีคุณภาพดีและปลอดภัยต่อผู้บริโภค วัสดุจากครัวเรือนที่ช่วยบำรุงดินได้อย่างไร? วัสดุเหลือใช้จากครัวเรือนหลายชนิดมีคุณค่าทางโภชนาการสูงสำหรับพืช โดยเฉพาะเปลือกผลไม้และเศษอาหารที่มีสารอาหารหลักทั้งไนโตรเจน ฟอสฟอรัส และโพแทสเซียม การแปรรูปวัสดุเหล่านี้ให้เป็นปุ๋ยอินทรีย์จะช่วยเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ของดินแบบค่อยเป็นค่อยไป ทำให้สารอาหารถูกปล่อยออกมาอย่างสม่ำเสมอตามความต้องการของพืช การใช้วัสดุธรรมชาติยังช่วยเพิ่มปริมาณอินทรียวัตถุในดิน ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการปรับปรุงสมบัติทางกายภาพและเคมีของดิน อินทรียวัตถุจะช่วยให้ดินมีความร่วนซุย เพิ่มการระบายอากาศ และสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเจริญเติบโตของรากพืช นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งอาหารสำหรับจุลินทรีย์ในดิน ซึ่งจะช่วยเพิ่มกิจกรรมทางชีวภาพและสร้างความสมดุลในระบบนิเวศดิน วิธีการใช้เปลือกกล้วยเป็นปุ๋ยธรรมชาติ เปลือกกล้วยเป็นแหล่งสารอาหารที่ยอดเยี่ยมสำหรับพืช โดยมีโพแทสเซียม แคลเซียม ฟอสฟอรัส และแมกนีเซียมในปริมาณสูง วิธีการใช้เปลือกกล้วยมีหลายแบบ ตั้งแต่การใช้แบบง่ายที่สุดคือการฝังเปลือกกล้วยสดลงในดินรอบโคนต้นไม้ให้ลึกอย่างน้อย 4 นิ้ว จนถึงการทำเป็นน้ำหมักหรือปุ๋ยผง การทำปุ๋ยผงจากเปลือกกล้วยทำได้โดยการตากเปลือกกล้วยให้แห้งสนิท จากนั้นบดให้ละเอียดแล้วผสมกับดิน [...]

28/5/2568 • โดย Homeday Matoy
ไฮเดรนเยียเป็นดอกไม้ที่มีเอกลักษณ์พิเศษในการเปลี่ยนสีตามสภาพดิน ทำให้ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในการตกแต่งสวนและจัดช่อดอกไม้ ดอกไม้ชนิดนี้ไม่เพียงแต่สวยงามด้วยช่อดอกขนาดใหญ่และสีสันหลากหลาย แต่ยังมีสรรพคุณทางการแพทย์และความหมายทางวัฒนธรรมที่น่าสนใจอีกด้วย การเข้าใจถึงประวัติ วิธีการปลูก และการดูแลที่ถูกต้องจะช่วยให้คุณสามารถเลี้ยงไฮเดรนเยียให้เติบโตสวยงามและออกดอกตามที่ต้องการได้ ไฮเดรนเยียมีประวัติความเป็นมาอย่างไร ไฮเดรนเยียมีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Hydrangea macrophylla อยู่ในวงศ์ Hydrangeaceae โดยชื่อ “Hydrangea” มาจากภาษากรีกที่ประกอบด้วยคำว่า “Hydro” แปลว่าน้ำ และ “Angeion” แปลว่าภาชนะ รวมกันแปลว่า “ถ้วยน้ำ” ซึ่งสื่อถึงรูปทรงของดอกไม้ ดอกไม้ชนิดนี้มีถิ่นกำเนิดในแถบเอเชียตะวันออก โดยเฉพาะประเทศจีน ญี่ปุ่น และเกาหลี ก่อนที่จะแพร่กระจายไปยังอเมริกาเหนือและอเมริกาใต้ ในต่างประเทศ ไฮเดรนเยียมักถูกเรียกว่า “Hortensia” ส่วนในประเทศไทยมีการเรียกชื่อหลากหลาย เช่น ดอกสามเดือน หรือดอกหกเดือน ประวัติการนำเข้าสู่ประเทศไทยคาดว่าเริ่มตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 เนื่องจากพระราชนิยมในการนำดอกไม้นานาชาติมาปลูกในพระราชวัง การแพร่กระจายของไฮเดรนเยียไปยังยุโรปเริ่มขึ้นในปี ค.ศ. 1736 และกลายเป็นไม้ประดับยอดนิยมในเวลาต่อมา ทำไมไฮเดรนเยียถึงเปลี่ยนสีได้ จุดเด่นที่โดดเด่นที่สุดของไฮเดรนเยียคือความสามารถในการเปลี่ยนสีดอกตามค่าความเป็นกรด-ด่างของดิน การเปลี่ยนสีนี้เกิดจากปฏิกิริยาทางเคมีระหว่างสารในกลีบดอกกับธาตุเหล็กและอะลูมิเนียมในดิน หากดินมีสภาพเป็นกรดจะทำให้ดอกเป็นสีน้ำเงินหรือสีม่วง ในขณะที่ดินที่มีสภาพเป็นด่างจะให้สีชมพูหรือสีแดง ส่วนดินที่มีค่าเป็นกลางจะให้สีครีมซีดหรือสีขาว นักปลูกสามารถควบคุมสีของดอกได้โดยการปรับค่า pH ของดิน หากต้องการดอกสีน้ำเงินให้ทำให้ดินมีค่า pH ประมาณ [...]

28/5/2568 • โดย Homeday Matoy
ในยุคที่ปัญหาสารเคมีตกค้างในผักสดที่วางจำหน่ายตามตลาดกลายเป็นประเด็นที่น่าวิตกสำหรับผู้บริโภค การหันมาปลูกผักไว้กินเองที่บ้านจึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับการมีผักสด ๆ ปลอดสารพิษไว้บริโภค การปลูกผักในกระถางไม่เพียงแต่ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายแล้ว ยังสามารถควบคุมคุณภาพและความปลอดภัยของผักที่เรากินได้อย่างมั่นใจ แม้ว่าจะมีพื้นที่จำกัดในบ้านหรือคอนโดมิเนียม ก็สามารถปลูกผักหลากหลายชนิดไว้กินเองได้ง่าย ๆ ด้วยวิธีการที่เรียบง่าย การดูแลที่ไม่ซับซ้อน และได้ผลผลิตที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง ปัญหาสารเคมีตกค้างในผักที่ควรรู้ กรมอนามัยได้เปิดเผยข้อมูลที่น่าตกใจเกี่ยวกับสถานการณ์สารเคมีตกค้างในผักสดที่จำหน่ายในท้องตลาด โดยพบว่าผักสด 10 ชนิดที่มีการบริโภคกันอย่างแพร่หลายมีสารเคมีกำจัดศัตรูพืชตกค้างในระดับสูง ผักเหล่านี้ได้แก่ กวางตุ้ง คะน้า ถั่วฝักยาว พริก แตงกวา กะหล่ำปลี ผักกาดขาวปลี ผักบุ้งจีน มะเขือ และผักชี การได้รับสารเคมีเหล่านี้ในปริมาณมากอาจทำให้เกิดอาการเวียนศีรษะ หน้ามืด ท้องร่วง และในบางกรณีอาจรุนแรงถึงขั้นหัวใจวาย นอกจากผลกระทบในระยะสั้นแล้ว การได้รับสารเคมีในปริมาณน้อย ๆ แต่สะสมในร่างกายเป็นระยะเวลานานยังเป็นสาเหตุของโรคมะเร็งในระยะยาวอีกด้วย ปัญหานี้ทำให้ผู้บริโภคที่ต้องการรับประทานผักเพื่อสุขภาพต้องเผชิญกับความกังวลเรื่องความปลอดภัย ดังนั้นการหันมาปลูกผักไว้กินเองจึงเป็นทางออกที่ดีที่สุดสำหรับการมีผักปลอดสารพิษ การปลูกผักเองยังช่วยให้เราสามารถเลือกใช้วิธีการปลูกที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ไม่ว่าจะเป็นการใช้ปุ๋ยธรรมชาติ การใช้น้ำหมักชีวภาพในการบำรุงพืช หรือการใช้สมุนไพรธรรมชาติในการป้องกันแมลงศัตรูพืช วิธีการเหล่านี้ไม่เพียงแต่ปลอดภัยสำหรับผู้บริโภคแล้ว ยังช่วยรักษาสมดุลของระบบนิเวศในสวนเล็ก ๆ ของเราอีกด้วย วิธีปลูกผักใบเขียวในกระถาง การปลูกกวางตุ้งในกระถาง กวางตุ้งเป็นผักที่สามารถปลูกได้ตลอดทั้งปีและเจริญเติบโตได้ดีในดินทุกชนิด โดยเฉพาะดินร่วนปนทรายที่มีความชื้นสูง การเตรียมดินเริ่มจากการพรวนดินให้พร้อม กำจัดวัชพืชให้หมด แล้วผสมปุ๋ยคอกลงไป จากนั้นหย่อนเมล็ดลงในกระถางเพาะกล้า รดน้ำและใส่ปุ๋ยตามความเหมาะสม [...]

27/5/2568 • โดย Homeday Matoy
กระชายถือเป็นสมุนไพรพื้นบ้านที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจและการแพทย์แผนไทยอย่างมาก โดยเฉพาะในช่วงที่มีการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัส ราคากระชายได้เพิ่มสูงขึ้นจากหลักสิบเป็นหลักร้อยบาทต่อกิโลกรัม ซึ่งทำให้เกษตรกรหลายรายหันมาสนใจการปลูกกระชายเป็นพืชเศรษฐกิจทางเลือก การปลูกกระชายจากเหง้านั้นมีข้อดีหลายประการ ทั้งในด้านการลงทุนที่ไม่สูงมาก การดูแลที่ไม่ซับซ้อน และสามารถปลูกได้ทั้งในแปลงใหญ่และในกระถางสำหรับครัวเรือน นอกจากนี้กระชายยังมีสรรพคุณทางยาที่หลากหลาย ตั้งแต่การขับลม บำรุงร่างกาย ไปจนถึงการมีฤทธิ์ต้านเชื้อแบคทีเรียและไวรัสในหลอดทดลอง ลักษณะและคุณค่าของกระชายที่ควรรู้ กระชายหรือที่มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Boesenbergia rotunda เป็นพืชล้มลุกในวงศ์ขิงข่า มีลำต้นใต้ดินเป็นเหง้าสั้นค่อนข้างกลมเรียงต่อกัน เหง้าตรงกลางจะมีขนาดใหญ่กว่าเหง้าด้านข้าง เมื่อแก่จะมีสีน้ำตาล เนื้อด้านในสีเหลือง พืชชนิดนี้มีรากอวบยาวปลายแหลมออกเป็นกระจุก ผิวสีน้ำตาลอ่อน เหนือดินเป็นกาบใบสีแดงเรื่อยๆ 3-6 กาบ หุ้มซ้อนกันเป็นชั้น ความสูงต้นประมาณ 80 เซนติเมตร มีใบเดี่ยวเรียงสลับ โคนสอบปลายเรียวแหลม ออกดอกเป็นช่อ มีทั้งดอกสีขาวและสีขาวอมชมพูบริเวณยอด กระชายอุดมไปด้วยคุณค่าทางโภชนาการที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ ใน 100 กรัม ให้พลังงาน 54.04 แคลอรี่ ประกอบด้วยคาร์โบไฮเดรต 9.21 กรัม ไฟเบอร์ 2.4 กรัม น้ำ 84.95 กรัม และแร่ธาตุสำคัญอย่างแคลเซียม เหล็ก วิตามินเอและบี นอกจากนี้ยังพบสารในกลุ่มฟลาโวนอยด์และสารสำคัญในน้ำหอมระเหย เช่น [...]

27/5/2568 • โดย Homeday Matoy
การปลูกมะละกอเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับเกษตรกรไทย เนื่องจากเป็นผลไม้ที่มีความต้องการในตลาดสูงและสามารถให้ผลตอบแทนที่ดี โดยมะละกอสามารถนำมาบริโภคได้ทั้งผลดิบและผลสุก มีคุณค่าทางโภชนาการสูง และยังมีการใช้ประโยชน์จากทุกส่วนของต้น1 การเลือกพันธุ์ที่เหมาะสมและการดูแลอย่างถูกต้องจะส่งผลให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพดี โดยต้นมะละกอสามารถเริ่มเก็บเกี่ยวได้ภายใน 5-6 เดือนหลังจากปลูก1 และสามารถให้ผลผลิตต่อเนื่องได้ประมาณ 2 ปี หากมีการดูแลที่เหมาะสม สายพันธุ์มะละกอที่นิยมปลูกในประเทศไทยมีอะไรบ้าง การเลือกพันธุ์มะละกอที่เหมาะสมเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญของการปลูกที่ประสบความสำเร็จ ในประเทศไทยมีสายพันธุ์มะละกอที่นิยมปลูกหลายพันธุ์ ซึ่งแต่ละพันธุ์จะมีลักษณะเฉพาะและความเหมาะสมที่แตกต่างกันไป โดยพันธุ์ที่ได้รับความนิยมสูงสุดคือ แขกดำ ซึ่งมีจุดกำเนิดที่อำเภอดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี และได้แพร่กระจายไปยังภูมิภาคต่างๆ ทั่วประเทศ มะละกอแขกดำ ถือเป็นต้นแบบของสายพันธุ์มะละกอไทย มีลักษณะเด่นคือต้นเตี้ย แข็งแรง สูงประมาณ 2-4 เมตร มีใบหนากว่าพันธุ์อื่น ดอกติดเร็ว ให้ผลไว ผลมีน้ำหนักประมาณ 1.7 กิโลกรัม เมื่อสุกเนื้อจะมีสีแดงเข้มและมีรสหวาน ขณะที่ผลดิบจะมีเปลือกสีเขียวเข้ม เนื้อหนาประมาณ 2.5-3 เซนติเมตร เหมาะสำหรับการบริโภคทั้งแบบสุกและดิบ จากการพัฒนาและปรับปรุงพันธุ์แขกดำ ได้เกิดสายพันธุ์ย่อยที่มีคุณสมบัติเด่นในด้านต่างๆ เช่น แขกดำท่าพระ ที่เป็นผลผสมระหว่างแขกดำกับฟอริดา โทเลอแรนต์ มีความทนทานต่อโรคใบด่างจุดวงแหวนดี ติดผลเร็ว ผลหนักประมาณ 1.5 กิโลกรัม ผลดิบเนื้อกรอบ ผลสุกเนื้อสีเหลืองอมส้ม [...]

26/5/2568 • โดย Homeday Aum
การเลือกน้ำพุสำหรับสัตว์เลี้ยงในปัจจุบันได้กลายเป็นสิ่งสำคัญที่เจ้าของแมวและสุนัขให้ความสนใจมากขึ้น เนื่องจากการดื่มน้ำที่เพียงพอเป็นกุญแจสำคัญต่อสุขภาพของสัตว์เลี้ยง น้ำพุแมวไร้สายจึงเป็นนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ความต้องการของทาสแมวยุคใหม่ที่ต้องการความสะดวกสบายและความปลอดภัยสูงสุดสำหรับเจ้าตัวเล็ก เทคโนโลยีน้ำพุไร้สายได้ปฏิวิติการให้น้ำสัตว์เลี้ยงโดยสิ้นเชิง ด้วยการใช้แบตเตอรี่ลิเธียมที่มีความจุสูงและระบบเซ็นเซอร์อัจฉริยะที่สามารถตรวจจับการเคลื่อนไหวของสัตว์เลี้ยงได้อย่างแม่นยำ ทำให้ไม่จำเป็นต้องเสียบปลั๊กตลอดเวลา ลดความเสี่ยงจากอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นจากสายไฟและการเกิดไฟฟ้าลัดวงจร ระบบการทำงานที่เงียบสนิทและประหยัดพลังงานยังช่วยให้สัตว์เลี้ยงรู้สึกสบายใจมากขึ้น โดยเฉพาะแมวที่มีความไวต่อเสียงรบกวน ระบบกรองน้ำแบบหลายชั้นที่มาพร้อมกับน้ำพุสมัยใหม่ช่วยกำจัดสิ่งสกปรก ขน ฝุ่น และแบคทีเรียต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้สัตว์เลี้ยงได้รับน้ำดื่มที่สะอาดและปลอดภัยตลอดเวลา การออกแบบที่คำนึงถึงพฤติกรรมธรรมชาติของแมวที่ชอบดื่มน้ำไหลยังช่วยกระตุ้นให้สัตว์เลี้ยงดื่มน้ำมากขึ้น ซึ่งเป็นการป้องกันโรคนิ่วในไต โรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบ และปัญหาระบบทางเดินปัสสาวะอื่นๆ #น้ำพุแมวไร้สาย #น้ำพุสัตว์เลี้ยง #น้ำพุแมวอัตโนมัติ #อุปกรณ์สัตว์เลี้ยง #น้ำพุไร้สาย #เซ็นเซอร์แมว #shopzy

26/5/2568 • โดย Homeday Matoy
หลายคนอาจเคยสงสัยว่าการปลูกสตรอว์เบอร์รีที่บ้านเป็นไปได้หรือไม่ ความจริงแล้วการปลูกสตรอว์เบอร์รีไม่ได้ยากอย่างที่คิด และไม่จำเป็นต้องอยู่ในพื้นที่อากาศหนาวเท่านั้น ด้วยเทคนิคการปลูกที่เหมาะสม คุณสามารถมีสตรอว์เบอร์รีสดใหม่ปลอดสารพิษไว้รับประทานที่บ้านได้ตลอดปี การปลูกสตรอว์เบอร์รีสามารถทำได้ทั้งในแปลงผักข้างบ้านและในกระถาง ขึ้นอยู่กับพื้นที่ที่มีอยู่ โดยสิ่งสำคัญที่สุดคือการเตรียมดินที่เหมาะสม การดูแลรักษาอย่างถูกวิธี และการควบคุมสภาพแวดล้อมให้เหมาะกับการเจริญเติบโตของพืชชนิดนี้ การเตรียมดินและวัสดุปลูกที่เหมาะสม การเตรียมดินถือเป็นขั้นตอนสำคัญที่สุดในการปลูกสตรอว์เบอร์รี เนื่องจากพืชชนิดนี้ต้องการดินที่มีการระบายน้ำดี มีความอุดมสมบูรณ์ และมีค่าความเป็นกรด-ด่างที่เหมาะสม สำหรับการปลูกในกระถาง ส่วนผสมของดินที่แนะนำคือดินกับแกลบดิบในอัตราส่วน 1:1 โดยสามารถเพิ่มขุยมะพร้าวประมาณ 1/4 ส่วน และปูนขาวเล็กน้อยเพื่อปรับสภาพดิน วัสดุเหล่านี้จะช่วยให้ดินมีการระบายน้ำที่ดี ไม่อ่างน้ำ และมีความพรุนที่เหมาะสมสำหรับการแพร่กระจายของรากพืช สำหรับการปลูกในแปลงดิน การเตรียมแปลงจะต้องเริ่มจากการกำจัดวัชพืชให้หมด และพรวนดินให้ร่วนซุยก่อน จากนั้นจึงเพิ่มปุ๋ยหมักที่ย่อยสลายแล้วลงไปในดิน โดยปุ๋ยหมักจะช่วยเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ของดินและปรับปรุงโครงสร้างดินให้ดีขึ้น การใช้ปุ๋ยหมักมูลสัตว์ในอัตราส่วนที่เท่ากันกับหน้าดินและดินร่วน พร้อมเพิ่มแกลบดิบและขุยมะพร้าว จะให้ผลลัพธ์ที่ดีในการปลูกสตรอว์เบอร์รี การเตรียมดินที่ดีจะเป็นพื้นฐานสำคัญที่จะทำให้ต้นสตรอว์เบอร์รีเจริญเติบโตได้อย่างแข็งแรงและให้ผลผลิตที่คุณภาพดี ค่าความเป็นกรด-ด่างของดิน (pH) ที่เหมาะสมสำหรับการปลูกสตรอว์เบอร์รีอยู่ในช่วง 6.0-6.8 ซึ่งเป็นค่าที่ออกไปทางกรดเล็กน้อย การควบคุมค่า pH ให้อยู่ในช่วงนี้จะช่วยให้ต้นสตรอว์เบอร์รีสามารถดูดซับธาตุอาหารจากดินได้อย่างมีประสิทธิภาพ หากค่า pH สูงเกินไป ต้นพืชจะไม่สามารถดูดซับธาตุอาหารบางชนิดได้ดี ส่งผลให้การเจริญเติบโตไม่สมบูรณ์ นอกจากนี้ ค่าการนำไฟฟ้า (EC) ที่เหมาะสมสำหรับสตรอว์เบอร์รีอยู่ในช่วง 1800-2000 µS/cm ซึ่งบ่งชี้ถึงความเข้มข้นของธาตุอาหารในดินที่เหมาะสมสำหรับการเจริญเติบโต เทคนิคการปลูกและการจัดวางต้นกล้า [...]

26/5/2568 • โดย Homeday Matoy
การปลูกมะเขือเป็นหนึ่งในกิจกรรมทำสวนครัวที่ได้รับความนิยมสูงในปัจจุบัน เนื่องจากเป็นผักที่มีหลากหลายสายพันธุ์ มีประโยชน์ต่อสุขภาพ และสามารถนำไปประกอบอาหารได้หลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการลวก ผัด ต้ม แกง หรือจิ้มกับน้ำพริก ซึ่งถือเป็นผักที่ถูกปากคนไทยเป็นอย่างมาก การปลูกมะเขือในสวนครัวหลังบ้านจึงเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับผู้ที่ต้องการผักสดใสปลอดสารพิษ และประหยัดค่าใช้จ่ายในครัวเรือน มะเขือมีกี่ชนิดที่เหมาะกับการปลูกที่บ้าน? มะเขือที่นิยมปลูกในประเทศไทยมีหลากหลายสายพันธุ์ โดยแต่ละชนิดจะมีลักษณะเฉพาะตัวและวิธีการดูแลที่แตกต่างกันไป การเลือกชนิดมะเขือที่เหมาะสมจึงเป็นขั้นตอนแรกที่สำคัญสำหรับการปลูกให้ประสบความสำเร็จ มะเขือเปราะ หรือ Solanum Aculeatissinum Jacq. เป็นพืชล้มลุกทรงพุ่มขนาดเล็ก มีลำต้นตั้งตรงผิวเรียบไม่มียาง ใบทรงหัวลูกศรปลายแหลม ผลเป็นทรงกลมเรียบ เนื้อแน่นกรอบฉ่ำน้ำ ส่วนใหญ่เป็นสีเขียว แต่อาจพบสีขาว เหลือง หรือม่วงตามสายพันธุ์ ภายในเป็นเมือกและมีเมล็ดจำนวนมาก ซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะของมะเขือชนิดนี้ มะเขือเทศ หรือ Lycopersicon Esculentum Mill. เป็นพืชล้มลุกสูงประมาณ 1-2 เมตร ลำต้นตั้งตรงกลมแข็งและเหนียว กิ่งก้านเป็นทรงพุ่มมีขนอ่อนปกคลุม มีกลิ่นเฉพาะตัว ผลมีรูปร่างและสีต่างกันตามสายพันธุ์ เมื่อสุกจะเป็นสีแดง ส้ม หรือเหลือง เนื้อในฉ่ำน้ำ รสชาติเปรี้ยวหวานกรอบ มะเขือพวง หรือ Solanum Torvum Sw. เป็นไม้พุ่มยืนต้นที่แตกต่างจากมะเขือชนิดอื่น [...]