กำลังโหลด...
กำลังโหลด...
ผลการค้นหาสำหรับ "พันธุ์ไม้" พบทั้งหมด 112 บทความ

16/7/2568 • โดย Homeday Aum
เอพี ไทยแลนด์ ตอกย้ำความเป็นผู้นำตลาดบ้านแฝดและทาวน์โฮม เดินหน้าส่งมอบ ‘ชีวิตดีๆ ที่เลือกเองได้’ พัฒนาโครงการคุณภาพตอบโจทย์คนเมืองยุคใหม่ พร้อมรักษาตำแหน่ง Market Leader อันดับ 1 ด้วยยอดขายและจำนวนโครงการสูงสุดอย่างต่อเนื่อง ไม่หยุดนิ่งเพื่อ ‘ที่สุดของชีวิตที่ลงตัว’ ขยายพอร์ตสินค้าและพัฒนาโมเดลบ้านใหม่ ทั่วกรุงเทพฯ และปริมณฑล เพื่อมอบทางเลือกบ้านแฝดและทาวน์โฮมคุณภาพที่หลากหลายที่สุด เปิดตัว ‘XAVIER’ ดีไซน์ทาวน์โฮม 3 ชั้นเล่นระดับ โมเดลใหม่ล่าสุด ภายใต้แบรนด์ บ้านกลางเมือง THE EDITION สร้างความแตกต่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ตอบโจทย์คนเมืองเซกเมนต์กลางบนที่มองหา Exclusivity & Long-term Value เพื่อคุณภาพชีวิต ไลฟ์สไตล์ และอนาคตที่ยั่งยืน XAVIER [...]

14/7/2568 • โดย Homeday Aum
กรุงเทพฯ (14 กรกฎาคม 2568) – บริษัท วิมานสุริยา จำกัด ผู้พัฒนา Dusit Central Park โครงการมิกซ์ยูสระดับโลก ภายใต้คอนเซ็ปต์ Here for Bangkok และผู้พัฒนา The Residences at Dusit Central Park โครงการที่อยู่อาศัยระดับลักชัวรี่ที่ดีที่สุดใน Super Core CBD ชวนคนไทยทั่วโลกร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างปรากฏการณ์ครั้งสำคัญ ใน ‘The Landmark of Thai Pride: Roof Park Naming’ แคมเปญประกวดตั้งชื่อ Roof Park พื้นที่สีเขียวที่มีคุณภาพ หนึ่งในองค์ประกอบชิ้นสำคัญของโครงการ Dusit Central Park ที่จะกลายเป็นแลนด์มาร์กแห่งความสุขแห่งใหม่ที่รองรับไลฟ์สไตล์ของทุกคน ทุกเพศ ทุกวัย ทั้งคนไทยและนักท่องเที่ยวทั่วโลก ตั้งแต่วันนี้ – 15 สิงหาคม พ.ศ. [...]

27/6/2568 • โดย Homeday Aum
กรุงเทพฯ (27 มิถุนายน 2568) – บริษัท วิมานสุริยา จำกัด ผู้พัฒนา Dusit Central Park โครงการมิกซ์ยูส ระดับโลก ภายใต้คอนเซ็ปต์ Here for Bangkok และผู้พัฒนา The Residences at Dusit Central Park โครงการที่อยู่อาศัยระดับลักชัวรี่ที่ดีที่สุดใน Super Core CBD โชว์รายละเอียดองค์ประกอบสำคัญของ Thailand’s Largest Urban Roof Park สวนลอยฟ้าใจกลางเมืองที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ที่ตั้งอยู่ภายในโครงการฯ ด้วยพื้นที่ขนาดใหญ่ถึง 7 ไร่ (11,200 ตารางเมตร) สมบูรณ์ไปด้วยไลฟ์สไตล์ฟังก์ชั่นผสานธรรมชาติวิทยา ทั้งต้นไม้ สัตว์ และแมลงตัวเล็กตัวน้อย ปักหมุดเป็นแลนด์มาร์กแห่งความสุขแห่งใหม่ที่รองรับไลฟ์สไตล์ของทุกคน ทุกเพศ ทุกวัย ทั้งชาวไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติ พร้อมชวนคนไทยทั่วโลกร่วมเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์หน้าใหม่ใน ‘Roof Park at Dusit [...]

24/6/2568 • โดย Homeday Matoy
การจัดสวนขวดแก้วหรือ Terrarium ได้กลายเป็นกิจกรรมยอดนิยมสำหรับคนที่ต้องการสร้างพื้นที่เขียวในบ้าน แต่คำถามสำคัญที่หลายคนสงสัยคือ ควรจัดสวนแบบเปิดหรือแบบปิดดีกว่ากัน การเลือกระบบที่เหมาะสมจะส่งผลต่อความสำเร็จของสวนขนาดเล็กของคุณอย่างมาก ข้อแตกต่างหลักระหว่างสวนขวดแก้วแบบเปิดและแบบปิด สวนขวดแก้วแบบเปิดใช้ภาชนะที่มีปากกว้าง เช่น โถแก้วใส ซึ่งช่วยให้อากาศถ่ายเทได้ดี ระดับความชื้นจึงต่ำกว่าระบบแบบปิด ส่วนสวนขวดแก้วแบบปิดจะใช้ภาชนะที่มีฝาปิดหรือปากแคบ สร้างระบบนิเวศที่สามารถรักษาความชื้นและความชื้นสูงสำหรับพืชที่ชอบสภาพแวดล้อมชื้น ระบบแบบปิดสามารถสร้างวัฏจักรน้ำของตัวเอง โดยน้ำจะระเหยจากดินขึ้นสู่อากาศ แล้วควบแน่นบนผนังแก้วและไหลกลับลงสู่ดิน กระบวนการนี้ทำให้ไม่ต้องรดน้ำบ่อยครั้ง ในขณะที่ระบบแบบเปิดต้องการการรดน้ำที่สม่ำเสมอมากกว่า พืชที่เหมาะสมกับสวนขวดแก้วแบบเปิด สวนขวดแก้วแบบเปิดเหมาะสำหรับพืชที่ชอบสภาพแวดล้อมแห้งและต้องการการถ่ายเทอากาศที่ดี กลุ่มพืชที่เหมาะสมได้แก่: พืชอวบน้ำและแคคตัส เป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับระบบแบบเปิด เนื่องจากพืชเหล่านี้มาจากพื้นที่แห้งแล้งและไม่สามารถทนต่อความชื้นสูงได้ หากนำไปใส่ในระบบปิด พืชเหล่านี้จะเน่าเสียได้ง่าย พืชอากาศ (Air Plants) ก็เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ยอดเยี่ยม เนื่องจากในธรรมชาติพืชเหล่านี้เติบโตบนเปลือกไม้ในป่าเขตร้อนและดูดซับสารอาหารจากอากาศ จึงต้องการการถ่ายเทอากาศเพื่อการหายใจ พืชที่เหมาะสมกับสวนขวดแก้วแบบปิด ระบบแบบปิดเหมาะสำหรับพืชที่ชอบความชื้นสูงและสามารถเติบโตในสภาพแสงแก้วอ่อน พืชที่แนะนำมีดังนี้: มอสและเฟิร์น เป็นพืชพื้นฐานที่ขาดไม่ได้ในสวนขวดแก้วแบบปิด มอสช่วยควบคุมความชื้นผ่านการคายน้ำและการดูดซับความชื้น ขณะที่เฟิร์นชอบความชื้นสูง 80% ขึ้นไป พืชใบลาย เช่น พืชจุดโพลกา (Polka Dot Plants) และ Fittonia ที่มีใบสีสันสวยงาม เหมาะสำหรับการสร้างความหลากหลายทางสีสันในระบบปิด เปเปโรเมีย เป็นพืชที่มีความหลากหลายและสามารถเติบโตได้ดีในสภาพแสงน้อย ทำให้เหมาะสำหรับสวนขวดแก้วแบบปิด [...]

19/6/2568 • โดย Homeday Matoy
การตกแต่งบ้านด้วยไม้ประดับที่มีใบสวยงามได้กลายเป็นเทรนด์ที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคที่ผู้คนให้ความสำคัญกับการมีพื้นที่สีเขียวในบ้าน1 ไม้ตัดใบคือพันธุ์ไม้ที่ปลูกเพื่อนำใบมาใช้ในการตกแต่งต่างๆ เช่น จัดช่อดอกไม้หรือปักแจกัน ซึ่งเป็นทางเลือกที่ประหยัดและยั่งยืนกว่าการซื้อดอกไม้จากร้าน ฟิโลเดนดรอน ซานาดู: ไม้ประดับใบแฉกสไตล์เขตร้อน ฟิโลเดนดรอน ซานาดู มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Philodendron xanadu เป็นไม้ประดับที่มีถิ่นกำเนิดจากทวีปอเมริกาใต้ ใบของมันมีลักษณะเฉพาะคือมี 7 แฉกแบบขนนกและมีสีเขียวเข้มเป็นมัน ขนาดใบยาว 17-24 เซนติเมตร กว้าง 13-16 เซนติเมตร การดูแลฟิโลเดนดรอน ซานาดูนั้นค่อนข้างง่าย ต้องการแสงแดดรำไรและดินร่วนที่ระบายน้ำได้ดี จากการศึกษาพบว่าพืชชนิดนี้ควรได้รับแสงสว่างแบบทางอ้อมประมาณ 8 ชั่วโมงต่อวัน และไม่ควรวางไว้ในแสงแดดจัด สำหรับการรดน้ำ ควรให้ผิวดินแห้งก่อนการรดน้ำครั้งถัดไป ฟิโลเดนดรอน เซลลอม: ไม้ประดับใบใหญ่ทรงสวย ฟิโลเดนดรอน เซลลอม หรือชื่อวิทยาศาสตร์ Philodendron bipinnatifidum เป็นพืชในตระกูลเดียวกับซานาดู แต่มีใบใหญ่กว่าโดยมีความกว้าง 20-30 เซนติเมตร และยาว 47-51 เซนติเมตร ใบมี 8 แฉกที่ขอบใบมีหยักลึก ทำให้ดูโดดเด่นและสวยงาม ข้อดีพิเศษของฟิโลเดนดรอนชนิดนี้คือนอกจากจะสวยงามแล้ว ยังมีคุณสมบัติในการกรองอากาศ ช่วยขจัดสารพิษในบ้านได้ [...]

18/6/2568 • โดย Homeday Matoy
บริษัท ดุสิต เอสเตท จำกัด ผู้พัฒนาโครงการ ดุสิต อจารา หัวหิน ที่พักอาศัย Low Rise บนพื้นที่ศักยภาพของหัวหินกว่า 20 ไร่ นำเสนอความเป็น “Multi-generational Living” ในรูปแบบ Branded Residences ตอบโจทย์ที่พักอาศัยที่สามารถตอบสนองไลฟ์สไตล์ครอบคลุมทุกเจเนอเรชัน โชว์ความโดดเด่นด้านงานดีไซน์ที่สร้างสรรค์อย่างประณีตในทุกรายละเอียด ฟังก์ชันการใช้งาน พร้อมแนวคิดการผสานพื้นที่สีเขียวเข้ากับตัวโครงการเพื่อตอบสนองทุกไลฟ์สไตล์และทุกบทบาทในทุกช่วงวัยของชีวิต For All Chapters of Life คุณณัฐภาณุ์ ศรียุกต์สิริ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ดุสิต เอสเตท จำกัด เผยเบื้องลึกของการสร้างสรรค์โครงการ ดุสิต อจารา หัวหิน ว่า “ด้วยศักยภาพของพื้นที่หัวหินที่เป็นทั้งสถานที่ท่องเที่ยวและพักผ่อนของทั้งคนไทยและต่างชาติ ประกอบกับวิสัยทัศน์ของบริษัทฯ ในการขยายธุรกิจเพื่อสร้างความมั่นคงให้กับพอร์ต ทำให้เราได้ริเริ่มโครงการที่อยู่อาศัยระดับลักซ์ชัวรี มูลค่าโครงการกว่า 2,000 ล้านบาท ขึ้น โดยใช้พื้นที่ส่วนหนึ่งของโรงแรมดุสิตธานี หัวหิน ซึ่งเดิมคือพื้นที่ “ดุสิต รีสอร์ท แอนด์ [...]

16/6/2568 • โดย Homeday Matoy
การจัดสวนรอบบ้านด้วยตัวเอง เป็นงานที่หลายคนฝันว่าอยากทำให้สำเร็จ แต่มักคิดว่าเป็นเรื่องยากเกินไป อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนพื้นที่รกร้างให้กลายเป็นสวนสวยด้วยต้นไม้ฟอร์มสวยนั้น ไม่ได้ยากอย่างที่คิด หากมีความรู้และวางแผนที่ถูกต้อง เริ่มต้นจัดสวนอย่างถูกวิธี การสำรวจพื้นที่และวางแผน ก่อนเริ่มจัดสวน ขั้นตอนแรกคือการสำรวจพื้นที่ให้ละเอียด โดยต้องพิจารณาขนาดพื้นที่ ทิศทางแสงแดด และสภาพดินเดิม การวัดขนาดพื้นที่จะช่วยให้เราวางแผนการตกแต่งสวนและเลือกสไตล์ได้อย่างเหมาะสม ตำแหน่งที่จะจัดสวนควรตรวจเช็คให้ดีว่ามีแสงแดดส่องถึงมากหรือน้อย เพื่อจะได้เลือกพันธุ์ไม้ให้เหมาะกับสภาพแวดล้อมมากที่สุด 4 การออกแบบสวนควรร่างแบบลงบนกระดาษหรือในคอมพิวเตอร์ก่อน เพื่อให้เห็นภาพรวมว่าจะใช้ต้นไม้และของตกแต่งสวนแบบไหน จำนวนเท่าไหร่ การเตรียมดินและปรับสภาพพื้นที่ หากพื้นที่มีหญ้ารกหรือดินที่ไม่เหมาะสม ควรนำดินเก่าออกไปบ้าง โดยไม่จำเป็นต้องรื้อดินออกทั้งสวน สำหรับการปลูกไม้พุ่มหรือไม้คลุมดิน ให้ขุดดินออกลึกประมาณ 20-25 เซนติเมตร ส่วนไม้ยืนต้นให้ขุดหลุมปลูกลึกกว่าความสูงของตุ้มดินอีกราว 30 เซนติเมตร การฟื้นฟูดินโดยใส่อินทรียวัตถุเป็นวิธีที่ง่ายและเห็นผลดีที่สุด แหล่งที่มาของอินทรียวัตถุ ได้แก่ เศษซากพืช เช่น ใบไม้ กิ่งไม้ เศษหญ้า รวมทั้งปุ๋ยคอก ปุ๋ยหมัก และวัสดุจากธรรมชาติอื่นๆ เช่น แกลบ ฟางข้าว เปลือกถั่ว กาบมะพร้าวสับ ต้นไม้ฟอร์มสวยยอดนิยมสำหรับจัดสวน ไทรใบสัก – ต้นไม้ฟอกอากาศสุดฮิต ไทรใบสัก (Fiddle Fig) [...]

12/6/2568 • โดย Homeday Matoy
การเลือกปลูกไม้พุ่มที่ทนต่อแสงแดดจัดและออกดอกได้ตลอดทั้งปีเป็นสิ่งสำคัญสำหรับคนรักสวนในประเทศไทย เนื่องจากสภาพอากาศร้อนชื้นและมีแสงแดดจัดเกือบตลอดปี การเลือกพันธุ์ไม้ที่เหมาะสมจะช่วยให้สวนมีสีสันสวยงามตลอดเวลาโดยไม่ต้องดูแลมากเกินไป ทำไมต้องเลือกไม้พุ่มทนแดดสำหรับสวนไทย? ไม้พุ่มทนแดดมีความสำคัญอย่างยิ่งในการจัดสวนในประเทศไทย เนื่องจากสามารถต้านทานอุณหภูมิสูงและความแห้งแล้งได้ดี พืชเหล่านี้มีระบบรากที่พัฒนาเพื่อดูดซับน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ และสามารถปรับตัวกับดินหลากหลายประเภท นอกจากนี้ยังช่วยดึงดูดผีเสื้อและนกนำโปร่งต่างๆ เข้ามาในสวน ทำให้ระบบนิเวศในสวนมีความหลากหลาย รายชื่อไม้พุ่มทนแดดยอดนิยม 10 ชนิด พยับหมอก (Plumbago auriculata) พยับหมอกเป็นไม้พุ่มเตี้ยที่มีต้นกำเนิดจากแอฟริกาใต้ มีดอกสีฟ้าอ่อนหรือฟ้าอมม่วงออกเป็นกระจุกที่ปลายกิ่ง ออกดอกตลอดปี ไม้ชนิดนี้โดดเด่นด้วยความสามารถในการต้านทานภัยแล้งและมีความต้องการน้ำน้อย พยับหมอกยังเป็นที่นิยมในการใช้เป็นไม้คลุมดินหรือปลูกเป็นแนวรั้วธรรมชาติ บานบุรี (Allamanda cathartica) บานบุรีเป็นไม้พุ่มกึ่งเลื้อยที่มีต้นกำเนิดจากบราซิลและอเมริกาเขตร้อน มีดอกสีเหลืองขนาดใหญ่ที่ออกตลอดปี และสามารถปลูกได้ทั้งในที่แดดจัดและแดดรำไร ไม้ชนิดนี้เหมาะสำหรับการปลูกในดินร่วนหรือดินร่วนปนทราย นีออน (Leucophyllum frutescens) นีออนหรือที่รู้จักในชื่อ Silverleaf เป็นไม้พุ่มขนาดเล็กที่มีใบสีเขียวอมเทาพิเศษ เมื่อมีแสงส่องกลางคืนจะทำให้ใบดูเหมือนเรืองแสงได้ มีดอกสีม่วงสดหรือชมพูอมม่วง และต้องการน้ำเพียงเล็กน้อย หากได้รับน้ำมากเกินไปจะไม่ออกดอก พุดศุภโชค (Gardenia jasminoides) พุดศุภโชคเป็นไม้พุ่มที่มีดอกสีขาวหอมหวาน เป็นที่นิยมปลูกเพราะความเชื่อที่ว่าจะนำมาซึ่งความเจริญก้าวหน้าและมั่นคง ต้องการดินที่มีความเป็นกรดเล็กน้อยและการดูแลเป็นพิเศษ ควรปลูกในที่ที่ได้รับแสงแดดตอนเช้าและมีการป้องกันแสงแดดช่วงบ่าย เทียนทอง (Duranta erecta) เทียนทองเป็นไม้พุ่มที่มีใบสีเขียวอ่อนอมเหลืองหรือเหลืองทอง ดอกออกเป็นช่อที่ปลายกิ่งและมีผลสีเหลืองขนาดเล็ก เทียนทองชอบแสงแดดเต็มวันและสามารถปลูกได้ในดินทุกชนิด ต้องการการรดน้ำปานกลางและเมื่อโตเต็มที่จะทนแล้งได้ระดับหนึ่ง ข้าวตอกพระร่วง (Serissa [...]

11/6/2568 • โดย Homeday Matoy
การจัดสวนในคอนโดมิเนียมกำลังเป็นที่นิยมอย่างมากในยุคนี้ เนื่องจากผู้คนต้องการพื้นที่สีเขียวเพื่อการพักผ่อนและเสริมสร้างสุขภาพจิต อย่างไรก็ตาม การจัดสวนในพื้นที่จำกัดของคอนโดนั้นมีข้อจำกัดและข้อควรระวังหลายประการที่ต่างจากการทำสวนในบ้านเดี่ยว โดยเฉพาะเรื่องการรับน้ำหนักของโครงสร้าง การเลือกพันธุ์ไม้ที่เหมาะสม และการใช้พื้นที่อย่างคุ้มค่า บทความนี้จะนำเสนอแนวทางการจัดสวนในคอนโดที่ปลอดภัย สวยงาม และตอบโจทย์การใช้ชีวิตในเมืองสมัยใหม่ ทำไมการเข้าใจพื้นที่และข้อจำกัดจึงเป็นสิ่งแรกที่ต้องรู้? การจัดสวนในคอนโดมิเนียมแตกต่างจากบ้านเดี่ยวอย่างสิ้นเชิง เนื่องจากมีข้อจำกัดหลายประการที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ พื้นที่ของห้องชุดมีจำกัดและถูกออกแบบมาเพื่อการพักผ่อนและใช้งานแบบเต็มพื้นที่ การแบ่งปันพื้นที่พักผ่อนให้กับพื้นที่สีเขียวจึงต้องมีการวางแผนที่ดี ข้อจำกัดภายในห้องชุดมีมากกว่าบ้านเดี่ยว เช่น มุมที่อับกว่าและมีแสงเข้าน้อย ห้องชุดของคอนโดมิเนียมส่วนใหญ่ไม่ได้รับการออกแบบไว้สำหรับปลูกต้นไม้ที่ต้องการดินซึ่งมีน้ำหนักสูง การรับน้ำหนักของแต่ละพื้นที่จึงเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องให้ความสำคัญมาก ตามมาตรฐานการรับน้ำหนักของอาคาร พื้นที่พักอาศัยต้องรับน้ำหนักได้อย่างน้อย 150 กิโลกรัมต่อตารางเมตร ขณะที่อาคารชุดและหอพักต้องรับน้ำหนักได้ 200 กิโลกรัมต่อตารางเมตร อย่างไรก็ตาม ดิน 1 ลูกบาศก์เมตรจะหนักถึง 1,600 กิโลกรัม และน้ำ 1 ลูกบาศก์เมตรเท่ากับน้ำหนัก 1 ตัน ดังนั้นการระมัดระวังในเรื่องน้ำหนักจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง อะไรคือปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อการเลือกพันธุ์ไม้? สภาพแวดล้อมภายในห้องชุดเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องพิจารณาก่อนเลือกพันธุ์ไม้ นอกจากพื้นที่จำกัดแล้ว ห้องชุดบางห้องอยู่ในมุมที่แสงเข้าน้อย หรือไม่มีแสงเข้าได้เลย การดูแสงจึงเป็นลำดับแรกเพื่อให้ต้นไม้อยู่รอดปลอดภัยเมื่อปลูก ต้นไม้ไม่สามารถอยู่ในที่ร่มได้ตลอดเวลาแม้จะเป็นต้นไม้ในร่มก็ตาม ต้นไม้ควรมีโอกาสได้ออกไปรับแดดบ้าง การมีต้นไม้สองเซตไว้สลับเปลี่ยนกันจึงเป็นแนวทางที่ดี เซตหนึ่งนำมาไว้ในห้อง และอีกเซตวางไว้ตรงระเบียงห้อง ระเบียงคอนโดมีขนาดที่จำกัดค่อนข้างมาก โดยความกว้างจะประมาณ 0.6-1.5 เมตร และความยาวประมาณ [...]