กำลังโหลด...
กำลังโหลด...
ผลการค้นหาสำหรับ "ป้องกันอัคคีภัย" พบทั้งหมด 28 บทความ

17/3/2568 • โดย Homeday Matoy
ความสำคัญของระบบสปริงเกลอร์ในอสังหาริมทรัพย์สมัยใหม่ ระบบสปริงเกลอร์ถือเป็นนวัตกรรมด้านความปลอดภัยที่มีความสำคัญอย่างยิ่งในอาคารพักอาศัยและอาคารสาธารณะ เป็นระบบป้องกันอัคคีภัยที่ออกแบบมาเพื่อตรวจจับและระงับเหตุเพลิงไหม้ในระยะเริ่มแรก ทำให้สามารถลดความเสียหายและปกป้องชีวิตของผู้อยู่อาศัยได้อย่างมีประสิทธิภาพ การตรวจสอบและดูแลรักษาระบบสปริงเกลอร์อย่างถูกต้องจึงเป็นสิ่งสำคัญที่เจ้าของอาคารและผู้พักอาศัยไม่ควรมองข้าม การตรวจสอบระบบสปริงเกลอร์อย่างมืออาชีพ 1. การตรวจสอบด้วยสายตา การตรวจสอบเบื้องต้นเริ่มจากการสังเกตสภาพทั่วไปของหัวกระจายน้ำ (สปริงเกลอร์เฮด) ต้องไม่มีสิ่งกีดขวาง เช่น ฝุ่นละออง หยดน้ำ หรือสิ่งสกปรกที่อาจขัดขวางการทำงาน ตรวจสอบความเรียบร้อยของการติดตั้ง ความสมบูรณ์ของท่อน้ำ และการยึดติดที่แน่นหนา หากพบรอยรั่ว สนิม หรือความเสียหายใดๆ ควรดำเนินการแก้ไขทันที 2. การทดสอบความดันน้ำ ความดันน้ำเป็นปัจจัยสำคัญในการทำงานของระบบสปริงเกลอร์ ใช้เกจวัดความดันเพื่อตรวจสอบว่าอยู่ในช่วงที่เหมาะสม โดยทั่วไปความดันน้ำควรอยู่ระหว่าง 10-12 บาร์ หากความดันต่ำหรือสูงเกินไป อาจส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำงานของระบบ 3. การตรวจสอบวาล์วควบคุม วาล์วควบคุมเป็นหัวใจสำคัญของระบบสปริงเกลอร์ ตรวจสอบให้แน่ใจว่าวาล์วทุกตัวสามารถเปิด-ปิดได้อย่างคล่องตัว ไม่มีการติดขัด สนิม หรือรอยรั่ว ควรมีการหล่อลื่นและบำรุงรักษาตามระยะเวลาที่กำหนด 4. การทดสอบการทำงานของระบบ ดำเนินการทดสอบการทำงานของระบบสปริงเกลอร์อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง โดยช่างผู้เชี่ยวชาญ การทดสอบประกอบด้วย การตรวจสอบระบบแจ้งเตือน การทดสอบการไหลของน้ำ การตรวจสอบสถานะของปั๊มน้ำดับเพลิง การประเมินสภาพอุปกรณ์โดยรวม 5. บันทึกและเอกสาร จัดทำบันทึกการตรวจสอบและบำรุงรักษาอย่างเป็นระบบ เก็บรายละเอียดทุกครั้งที่มีการตรวจสอบ ซ่อมแซม [...]

17/3/2568 • โดย Homeday Matoy
การทำธุรกิจโฮมสเตย์กำลังเป็นที่นิยมอย่างมากในปัจจุบัน ด้วยโอกาสทางธุรกิจที่น่าสนใจและการเติบโตของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว การเลือกซื้อบ้านเพื่อทำโฮมสเตย์จึงเป็นการลงทุนที่น่าสนใจสำหรับผู้ประกอบการยุคใหม่ แต่การเลือกซื้อบ้านที่เหมาะสมไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องคำนึงถึงปัจจัยหลายประการเพื่อให้ธุรกิจประสบความสำเร็จและถูกต้องตามกฎหมาย ทำความเข้าใจกฎหมายและข้อบังคับสำหรับโฮมสเตย์ การทำธุรกิจโฮมสเตย์ต้องปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด เริ่มตั้งแต่การจดทะเบียนธุรกิจ การขออนุญาตประกอบกิจการ และการปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับด้านการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬามีแนวทางที่ชัดเจนสำหรับผู้ประกอบการโฮมสเตย์ โดยมีข้อกำหนดหลักที่ควรทราบ อาทิ การขึ้นทะเบียนสถานประกอบการ การจัดทำเอกสารที่ถูกต้อง และการปฏิบัติตามมาตรฐานความปลอดภัย ขั้นตอนการจดทะเบียนโฮมสเตย์ ตรวจสอบคุณสมบัติเบื้องต้นของพื้นที่และอาคาร ยื่นขอใบอนุญาตประกอบกิจการจากหน่วยงานท้องถิ่น จดทะเบียนพาณิชย์ ขอใบรับรองมาตรฐานโฮมสเตย์ไทย เอกสารสำคัญที่ต้องเตรียม สำเนาทะเบียนบ้าน สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน เอกสารสิทธิ์การเป็นเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ แบบแปลนอาคาร เอกสารการตรวจสอบความปลอดภัย การเลือกทำเลที่เหมาะสมสำหรับโฮมสเตย์ ทำเลเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดในการเลือกซื้อบ้านเพื่อทำโฮมสเตย์ ควรพิจารณาองค์ประกอบต่างๆ ดังนี้ ปัจจัยด้านทำเลที่ตั้ง ความใกล้แหล่งท่องเที่ยว การคมนาคมที่สะดวก ระบบสาธารณูปโภคพื้นฐาน ความปลอดภัยของพื้นที่ ภูมิทัศน์และบรรยากาศโดยรอบ การประเมินศักยภาพของทำเล สำรวจจำนวนนักท่องเที่ยวในพื้นที่ วิเคราะห์คู่แข่งในบริเวณใกล้เคียง ตรวจสอบแนวโน้มการเติบโตของการท่องเที่ยว ประเมินความต้องการที่พักในพื้นที่ การออกแบบและปรับปรุงอาคารเพื่อโฮมสเตย์ การออกแบบบ้านมีความสำคัญต่อความสำเร็จของธุรกิจโฮมสเตย์ โดยต้องคำนึงถึงความสวยงาม ความปลอดภัย และความสะดวกสบายของผู้เข้าพัก องค์ประกอบการออกแบบที่สำคัญ พื้นที่ใช้สอยที่เหมาะสม ระบบรักษาความปลอดภัย การออกแบบที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม พื้นที่สำหรับถ่ายภาพและทำกิจกรรม ระบบสาธารณูปโภคที่ครบครัน มาตรฐานความปลอดภัย ติดตั้งกล้องวงจรปิด [...]

15/3/2568 • โดย Homeday Matoy
การซื้อคอนโดเป็นการลงทุนที่สำคัญในชีวิต และการทำความเข้าใจค่าไฟฟ้าส่วนกลางเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ผู้ซื้อไม่ควรมองข้าม ค่าไฟฟ้าส่วนกลางมีความหมายและผลกระทบต่อค่าใช้จ่ายรายเดือนมากกว่าที่คุณคิด ความสำคัญของค่าไฟฟ้าส่วนกลาง ค่าไฟฟ้าส่วนกลางคือค่าใช้จ่ายที่เรียกเก็บเพื่อดูแลพื้นที่ส่วนกลางภายในคอนโดมิเนียม ซึ่งประกอบด้วยระบบไฟฟ้าที่ใช้ร่วมกัน เช่น แสงสว่างบริเวณโถงทางเดิน ลิฟต์ สระว่ายน้ำ ฟิตเนส และระบบรักษาความปลอดภัย การเข้าใจและตรวจสอบค่าไฟฟ้าส่วนกลางจะช่วยให้คุณสามารถบริหารค่าใช้จ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ องค์ประกอบของค่าไฟฟ้าส่วนกลาง พื้นที่สาธารณะ: ครอบคลุมการใช้ไฟฟ้าในบริเวณทางเดิน ล็อบบี้ และพื้นที่พักผ่อนส่วนกลาง ระบบสาธารณูปโภค: รวมถึงลิฟต์ ระบบรักษาความปลอดภัย กล้องวงจรปิด และระบบป้องกันอัคคีภัย พื้นที่สันทนาการ: ค่าไฟฟ้าของสระว่ายน้ำ ฟิตเนส และพื้นที่ออกกำลังกาย ระบบสาธารณูปการ: ระบบบำบัดน้ำเสีย เครื่องสูบน้ำ และระบบบริหารอาคาร วิธีตรวจสอบค่าไฟฟ้าส่วนกลาง 1. ขอเอกสารแสดงรายละเอียด การขอใบแจ้งค่าไฟฟ้าส่วนกลางอย่างละเอียดเป็นสิ่งสำคัญ ควรตรวจสอบรายการต่อไปนี้: รายละเอียดการคำนวณค่าไฟฟ้า การแบ่งสัดส่วนการคิดค่าใช้จ่าย การเปรียบเทียบค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือน 2. เข้าใจวิธีการคำนวณ มี 2 วิธีหลักในการคำนวณค่าไฟฟ้าส่วนกลาง: การคำนวณตามพื้นที่: คำนวณจากขนาดพื้นที่ห้องของคุณ การคำนวณแบบเฉลี่ย: แบ่งค่าใช้จ่ายเท่ากันทุกยูนิต 3. ตรวจสอบความถูกต้อง เปรียบเทียบค่าไฟฟ้าส่วนกลางกับคอนโดใกล้เคียง ตรวจสอบความสมเหตุสมผลของค่าใช้จ่าย สังเกตความผันผวนของค่าใช้จ่าย ผลกระทบต่อการเลือกซื้อคอนโด ค่าไฟฟ้าส่วนกลางมีผลกระทบโดยตรงต่อค่าใช้จ่ายรายเดือนและมูลค่าการลงทุน [...]

14/3/2568 • โดย Homeday
บริษัท เอ็นแอล ดีเวลลอปเมนต์ จำกัด (มหาชน) หรือ “NL” ประกาศเดินหน้าธุรกิจก่อสร้างครบวงจร ครอบคลุมทั้งภาครัฐและเอกชน โดยได้ลงนามสัญญางานก่อสร้างอาคารบริการจอดรถระบบบำบัดน้ำเสียระบบปิดและพักเจ้าหน้าที่ 12 ชั้น สถาบันประสาทวิทยา กรมการแพทย์ มูลค่าโครงการรวม 372 ล้านบาท พร้อมลุยธุรกิจก่อสร้างท่ามกลางความท้าทาย ชูจุดเด่นสถานะทางการเงินแข็งแกร่ง ส่งสัญญาณบวก ปักธงปี 68 ดันเป้ารายได้เติบโตมากกว่า 40% นายศรันย์ โรจน์เลิศจรรยา กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็นแอล ดีเวลลอปเมนต์ จำกัด (มหาชน) หรือ NL เปิดเผยว่า บริษัทฯ ได้ลงนามสัญญาจ้างงานโครงการอาคารบริการจอดรถ ระบบบำบัดน้ำเสียระบบปิดและพักเจ้าหน้าที่ 12 ชั้น สถาบันประสาทวิทยา กรมการแพทย์ แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร โดยมีลักษณะงานก่อสร้างเป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก สูง 12 ชั้น ประกอบด้วยอาคารจอดรถ 10 ชั้น และที่พักเจ้าหน้าที่ 2 ชั้น [...]

14/3/2568 • โดย Homeday Matoy
เหตุใดระบบป้องกันอัคคีภัยจึงเป็นหัวใจสำคัญของอาคารสูง ความปลอดภัยในอาคารสูงไม่ใช่เรื่องที่ควรมองข้าม ระบบป้องกันอัคคีภัยเป็นองค์ประกอบที่สำคัญที่สุดในการรักษาชีวิตและทรัพย์สิน โดยเฉพาะในอาคารขนาดใหญ่ที่มีผู้พักอาศัยหนาแน่น การออกแบบระบบป้องกันอัคคีภัยที่มีประสิทธิภาพจะช่วยลดความเสี่ยงและเพิ่มโอกาสในการอพยพผู้คนออกจากอาคารได้อย่างปลอดภัย องค์ประกอบหลักของระบบป้องกันอัคคีภัย ระบบป้องกันอัคคีภัยที่สมบูรณ์ประกอบด้วยหลายองค์ประกอบที่ทำงานร่วมกัน เริ่มตั้งแต่การตรวจจับเหตุ การแจ้งเตือน และการควบคุมการลุกลามของเพลิง เครื่องตรวจจับควัน เครื่องตรวจจับความร้อน และระบบสัญญาณเตือนภัยเป็นเสมือนหัวใจหลักที่ช่วยให้ผู้พักอาศัยรับรู้เหตุการณ์ได้อย่างรวดเร็ว เทคโนโลยีล่าสุดในการป้องกันอัคคีภัย ระบบสแกนอัจฉริยะเพื่อความปลอดภัย เทคโนโลยีสมัยใหม่ได้นำระบบตรวจจับอัจฉริยะมาใช้ในอาคาร ด้วยเซ็นเซอร์ที่มีความแม่นยำสูง สามารถตรวจจับความผิดปกติได้อย่างรวดเร็ว ระบบกล้องวงจรปิดที่ใช้ปัญญาประดิษฐ์สามารถตรวจสอบพฤติกรรมที่อาจก่อให้เกิดเพลิงไหม้ได้ก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์จริง ระบบดับเพลิงอัตโนมัติ ระบบดับเพลิงอัตโนมัติถือเป็นนวัตกรรมที่ช่วยลดความเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพ หัวกระจายน้ำดับเพลิง (Sprinkler) ที่ติดตั้งตามจุดต่างๆ ของอาคารจะทำงานทันทีเมื่อตรวจพบความร้อนสูง ช่วยควบคุมและลดการลุกลามของเพลิงได้อย่างรวดเร็ว การออกแบบเส้นทางหนีภัยที่ปลอดภัย มาตรฐานการออกแบบช่องทางฉุกเฉิน การออกแบบเส้นทางหนีภัยเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดในความปลอดภัย ประกอบด้วยบันไดหนีไฟที่กว้างเพียงพอ ทางออกฉุกเฉินที่ชัดเจน และป้ายบอกทิศทางที่สังเกตเห็นได้ง่ายแม้ในสภาวะแสงน้อย โดยต้องคำนึงถึงการเข้าถึงของผู้พิการและผู้สูงอายุด้วย การฝึกซ้อมอพยพประจำปี การฝึกซ้อมอพยพเป็นสิ่งสำคัญที่ผู้พักอาศัยและเจ้าหน้าที่ต้องมีส่วนร่วม เพื่อให้ทราบถึงขั้นตอนและวิธีการหนีภัยที่ถูกต้อง การทำความเข้าใจเส้นทางหนีภัยจะช่วยลดความตื่นตระหนกและเพิ่มโอกาสในการรอดชีวิตหากเกิดเหตุการณ์จริง วัสดุและการก่อสร้างเพื่อความปลอดภัย วัสดุทนไฟและกันการลุกลาม การเลือกใช้วัสดุก่อสร้างที่มีคุณสมบัติทนไฟเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์สำคัญ วัสดุบุผนัง ฝ้าเพดาน และประตูที่ผ่านการรับรองมาตรฐานความปลอดภัยจะช่วยชะลอการลุกลามของเพลิง ทำให้มีเวลาในการอพยพมากขึ้น การแบ่งเขตอัคคีภัย การออกแบบให้อาคารมีการแบ่งเขตอัคคีภัย จะช่วยจำกัดพื้นที่การลุกลามของเพลิง ป้องกันไม่ให้เพลิงแพร่กระจายอย่างรวดเร็ว เป็นการเพิ่มระยะเวลาในการอพยพและลดความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น การบำรุงรักษาระบบป้องกันอัคคีภัย การตรวจสอบและบำรุงรักษาอย่างสม่ำเสมอ ระบบป้องกันอัคคีภัยจะมีประสิทธิภาพได้ก็ต่อเมื่อได้รับการดูแลและบำรุงรักษาอย่างต่อเนื่อง การตรวจสอบระบบสัญญาณเตือนภัย หัวกระจายน้ำดับเพลิง และอุปกรณ์ต่างๆ [...]

12/3/2568 • โดย Homeday Matoy
ความสำคัญของระยะห่างระหว่างบ้าน การเลือกทำเลและการวางผังบ้านอย่างถูกต้องเป็นปัจจัยสำคัญที่หลายคนมักมองข้าม แต่กลับส่งผลกระทบอย่างมากต่อคุณภาพชีวิตและมูลค่าอสังหาริมทรัพย์ ระยะห่างระหว่างบ้านไม่ใช่เพียงแค่เรื่องของความสวยงาม หากแต่ยังเกี่ยวข้องกับความปลอดภัย สุขอนามัย และกฎหมายที่ควบคุมการก่อสร้างอีกด้วย การเข้าใจถึงความสำคัญของระยะห่างระหว่างบ้านจะช่วยให้คุณสามารถวางแผนการก่อสร้างหรือเลือกซื้อบ้านได้อย่างชาญฉลาด ป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต และสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับตัวเองและครอบครัว กฎหมายว่าด้วยระยะห่างระหว่างอาคาร กรมโยธาธิการและผังเมืองได้กำหนดระเบียบและข้อบังคับที่ชัดเจนเกี่ยวกับระยะห่างระหว่างอาคาร เพื่อประโยชน์ด้านความปลอดภัย การระบายอากาศ และการป้องกันอัคคีภัย โดยมีหลักเกณฑ์หลักๆ ที่ควรทราบดังนี้ ระยะถอยร่นจากแนวเขตที่ดิน กฎหมายกำหนดให้อาคารต้องมีระยะถอยร่นจากแนวเขตที่ดินตามข้อกำหนดผังเมือง ซึ่งแตกต่างกันไปตามประเภทและความสูงของอาคาร โดยทั่วไปแล้ว มีหลักเกณฑ์ดังนี้: อาคารสูงไม่เกิน 2 ชั้น ต้องถอยร่นจากแนวเขตที่ดินอย่างน้อย 1-2 เมตร อาคารสูงเกิน 2 ชั้น ต้องถอยร่นเพิ่มขึ้นตามความสูงของอาคาร กรณีติดถนนสาธารณะ ระยะถอยร่นจะแตกต่างกันไปตามความกว้างของถนน ระยะห่างระหว่างอาคารข้างเคียง เพื่อความปลอดภัยและการระบายอากาศที่ดี กฎหมายกำหนดระยะห่างระหว่างอาคารข้างเคียงไว้อย่างชัดเจน: อาคารที่มีหน้าต่างช่องแสง ต้องมีระยะห่างไม่น้อยกว่า 3-4 เมตร อาคารที่ไม่มีหน้าต่าง สามารถอยู่ใกล้กันได้มากกว่า แต่ต้องไม่น้อยกว่า 2 เมตร คำนึงถึงความสูงของอาคาร ยิ่งอาคารสูง ระยะห่างจะต้องมากขึ้นตามสัดส่วน เหตุผลทางวิทยาศาสตร์ของการกำหนดระยะห่าง การระบายอากาศและแสงธรรมชาติ ระยะห่างระหว่างอาคารมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการระบายอากาศและแสงธรรมชาติ การวางตำแหน่งบ้านที่เหมาะสมจะช่วย: เพิ่มการไหลเวียนของอากาศ ลดความชื้นและป้องกันการเกิดเชื้อรา [...]

11/3/2568 • โดย Homeday
คุณนิรมล ดิเรกมหามงคล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ลิฟ-24 จำกัด เปิดเผยว่า LIV-24 ก้าวสู่ปีที่ 6 เติบโตอย่างแข็งแกร่งจากบริการโซลูชันเทคโนโลยีอัจฉริยะที่พัฒนามาอย่างต่อเนื่อง โดยมองว่าทิศทางธุรกิจเติบโตสอดคล้องกับดีมานด์ของผู้ประกอบการที่ต้องการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ ๆ มาใช้งาน เพื่อผลักดันความเติบโตให้ทันกับความเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วและการแข่งขันที่มีความท้าทายในยุคปัจจุบัน ส่งผลให้ LIV-24 เอง เติบโตก้าวกระโดดต่อเนื่องทุกปี โดยรายได้ของเราในปีที่ผ่านมา มาจากโครงการที่อยู่อาศัย (Residential) เช่น บ้าน, คอนโดมิเนียม และกลุ่มอุตสาหกรรม (Industrial) เช่น โรงงานและคลังสินค้า เป็นหลัก และมีลูกค้าที่ไว้วางใจเรา เช่น บีจี คอนเทนเนอร์ กล๊าส (BGC), Bangkok Aviation Fuel Services (BAFS), ธนาคารกรุงไทย, โตโยต้า ขอนแก่น, asset five, Pre Built และ สัมมากร เป็นต้น โซลูชันที่ได้รับการตอบรับดีที่สุดในปีที่ผ่านมา คือ AI CCTV [...]

19/2/2568 • โดย Homeday Matoy
คุณสุวรรณี มหณรงค์ชัย กรรมการผู้จัดการ บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เปิดเผยว่า ในปี 2567ที่ผ่านมา ทิศทางธุรกิจเป็นไปในแง่บวก โดยสามารถทำรายได้เป็นไปตามเป้า แม้ภาคอสังหาริมทรัพย์ยังเผชิญกับความท้าทายจากภาวะเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวเปราะบาง อย่างไรก็ตาม ตลาดที่อยู่อาศัยระดับลักซ์ชัวรี่ยังคงเติบโตได้ดี จากแรงขับเคลื่อนของกลุ่มผู้มีกำลังซื้อสูง ขณะที่ทำเลศักยภาพในหัวเมืองท่องเที่ยวอย่างภูเก็ต ขอนแก่น พัทยา ยังคงได้รับความนิยม ส่งผลเชิงบวกต่อภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์โดยรวม ด้วยปัจจัยเหล่านี้ พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ในฐานะผู้ให้บริการบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร ยังคงเติบโตอย่างแข็งแกร่ง สามารถทำรายได้รวมกว่า 1,800 ล้านบาท ในปีที่ผ่านมา จากการบริหารโครงการครอบคลุมทุกประเภท ทั้งโครงการแนวราบ (Low Rise) โครงการแนวสูง (High Rise) และ อาคารเชิงพาณิชย์ (Commercial Building) จำนวนรวมทั้งสิ้น 442 โครงการ มีขนาดพื้นที่รวมทั้งสิ้น 20.2 ล้าน ตร.ม. สะท้อนถึงดีมานด์ด้านบริการหลังการขายและการบริหารจัดการอสังหาฯ ยังคงมีสูง รวมถึงความเชื่อมั่นของลูกค้าที่มีต่อศักยภาพในการบริหารจัดการของพลัสฯ ที่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง มีการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมเข้ามายกระดับการให้บริการ เพื่อรองรับความต้องการของเจ้าของโครงการ ผู้อยู่อาศัย [...]

19/2/2568 • โดย Homeday
คุณสุวรรณี มหณรงค์ชัย กรรมการผู้จัดการ บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เปิดเผยว่า ในปี 2567ที่ผ่านมา ทิศทางธุรกิจเป็นไปในแง่บวก โดยสามารถทำรายได้เป็นไปตามเป้า แม้ภาคอสังหาริมทรัพย์ยังเผชิญกับความท้าทายจากภาวะเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวเปราะบาง อย่างไรก็ตาม ตลาดที่อยู่อาศัยระดับลักซ์ชัวรี่ยังคงเติบโตได้ดี จากแรงขับเคลื่อนของกลุ่มผู้มีกำลังซื้อสูง ขณะที่ทำเลศักยภาพในหัวเมืองท่องเที่ยวอย่างภูเก็ต ขอนแก่น พัทยา ยังคงได้รับความนิยม ส่งผลเชิงบวกต่อภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์โดยรวม ด้วยปัจจัยเหล่านี้ พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ในฐานะผู้ให้บริการบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร ยังคงเติบโตอย่างแข็งแกร่ง สามารถทำรายได้รวมกว่า 1,800 ล้านบาท ในปีที่ผ่านมา จากการบริหารโครงการครอบคลุมทุกประเภท ทั้งโครงการแนวราบ (Low Rise) โครงการแนวสูง (High Rise) และ อาคารเชิงพาณิชย์ (Commercial Building) จำนวนรวมทั้งสิ้น 442 โครงการ มีขนาดพื้นที่รวมทั้งสิ้น 20.2 ล้าน ตร.ม. สะท้อนถึงดีมานด์ด้านบริการหลังการขายและการบริหารจัดการอสังหาฯ ยังคงมีสูง รวมถึงความเชื่อมั่นของลูกค้าที่มีต่อศักยภาพในการบริหารจัดการของพลัสฯ ที่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง มีการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมเข้ามายกระดับการให้บริการ เพื่อรองรับความต้องการของเจ้าของโครงการ ผู้อยู่อาศัย [...]