กำลังโหลด...
กำลังโหลด...
ผลการค้นหาสำหรับ "ทำความรู้จัก" พบทั้งหมด 213 บทความ

22/5/2568 • โดย Homeday Matoy
มาริโมะ (Marimo) มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Aegagropila linnaei เป็นสาหร่ายน้ำจืดสีเขียวที่จัดอยู่ในวงศ์ Pithophoraceae คำว่า “มาริ” ในภาษาญี่ปุ่นแปลว่า “ลูกบอล” และ “โมะ” แปลว่า “สาหร่าย” เมื่อรวมกันจึงมีความหมายว่า “สาหร่ายก้อนกลม” ซึ่งตรงกับลักษณะทางกายภาพของมันอย่างชัดเจน ลักษณะเฉพาะของมาริโมะคือมีรูปทรงกลมคล้ายลูกบอล มีโครงสร้างภายนอกเป็นเส้นใยสีเขียวสดที่ให้สัมผัสนุ่มคล้ายกำมะหยี่ โดยในธรรมชาติมาริโมะสามารถมีขนาดใหญ่ถึง 20-30 เซนติเมตร แต่ที่พบเห็นในตลาดส่วนใหญ่มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางตั้งแต่ 8-12 นิ้ว ซึ่งราคาจะขึ้นอยู่กับขนาด มาริโมะเป็นพืชน้ำที่เจริญเติบโตช้ามาก โดยมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยเพียง 0.5 เซนติเมตรต่อปีเท่านั้น แต่สามารถมีอายุยืนยาวได้ถึง 100-200 ปี ทำให้มาริโมะเป็นหนึ่งในพืชน้ำที่มีอายุยืนที่สุดในโลก รูปทรงกลมของมาริโมะเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติจากการที่กระแสน้ำในทะเลสาบค่อยๆ กลิ้งและหมุนก้อนสาหร่ายไปมาอย่างสม่ำเสมอ ทำให้เส้นสาหร่ายค่อยๆ เกาะกันเป็นก้อนกลมที่แน่นและสวยงาม ตำนานความรักหลังมาริโมะ เพราะเหตุใดจึงเป็นพืชแห่งความโชคดี? มาริโมะไม่ได้เป็นเพียงสาหร่ายสวยงามเท่านั้น แต่ยังมีตำนานความรักอันลึกซึ้งที่เล่าขานกันมานาน โดยนิทานพื้นบ้านของญี่ปุ่นเล่าว่า มีหญิงสาวผู้สวยงามจากฮอกไกโดตกหลุมรักชายหนุ่มธรรมดา ทั้งคู่รักกันมาก แต่ครอบครัวฝ่ายหญิงไม่เห็นด้วยและพยายามขัดขวางความรักนี้ ด้วยความรักอันแรงกล้า คู่รักตัดสินใจหนีตามกัน แต่ระหว่างการหลบหนี พวกเขาพลัดตกลงไปในทะเลสาบอะกังและจมหายไป ต่อมาตำนานเล่าว่า วิญญาณของทั้งสองได้กลายเป็นลูกกลมสีเขียวที่เราเรียกว่ามาริโมะ ที่อาศัยอยู่ด้วยกันในทะเลสาบอย่างมีความสุขตลอดไป ในประเทศญี่ปุ่น [...]

21/5/2568 • โดย Homeday Matoy
การเลือกดินที่เหมาะสมเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลโดยตรงต่อความสำเร็จในการปลูกต้นไม้ ดินแต่ละประเภทมีคุณสมบัติเฉพาะตัวที่เหมาะกับพืชต่างชนิดกัน หากเลือกดินได้เหมาะสมกับพืชที่ต้องการปลูก จะช่วยให้ต้นไม้เจริญเติบโตได้ดี แข็งแรง และให้ผลผลิตที่มีคุณภาพ บทความนี้จะพาคุณไปทำความรู้จักกับดินประเภทต่างๆ พร้อมแนะนำการเลือกใช้ดินและปุ๋ยให้เหมาะสมกับพืชแต่ละชนิด ดินปลูกต้นไม้มีกี่ประเภท? หากแบ่งตามลักษณะเนื้อสัมผัสของดิน สามารถแบ่งได้เป็น 4 ประเภทหลักที่เหมาะกับการปลูกต้นไม้ แต่ละประเภทมีคุณสมบัติและความเหมาะสมต่อพืชที่แตกต่างกันออกไป ทำให้การเลือกใช้ดินต้องคำนึงถึงชนิดของพืชที่ต้องการปลูกเป็นสำคัญ ดินร่วน (Loam Soil) ดินในอุดมคติสำหรับการปลูกพืช ดินร่วนถือเป็นดินที่ดีที่สุดชนิดหนึ่งสำหรับการปลูกต้นไม้ เนื่องจากมีส่วนผสมที่ลงตัวระหว่างดินเหนียว ทราย ตะกอน และอินทรียวัตถุต่างๆ เช่น ฮิวมัส ดินร่วนมีเนื้อค่อนข้างละเอียดนุ่มมือ เมื่อแห้งจะจับกันเป็นก้อนแข็งพอประมาณ แต่เมื่อชื้นจะมีความยืดหยุ่นได้บ้าง หากสัมผัสหรือคลึงดินจะรู้สึกนุ่มมือแต่อาจรู้สึกสากมืออยู่บ้างเล็กน้อย ดินร่วนมีโครงสร้างที่ดี ช่วยให้รากพืชเจริญเติบโตได้ดี มีการระบายน้ำในระดับที่เหมาะสม ไม่แฉะหรือแห้งเกินไป และสามารถกักเก็บความชื้นได้ในระดับที่พอดี ทำให้พืชสามารถดูดซึมน้ำและธาตุอาหารได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ยังพบแร่ธาตุแคลเซียมในปริมาณที่สูงเมื่อเทียบกับดินประเภทอื่นๆ ข้อดีของดินร่วน มีโครงสร้างดินที่ดี ช่วยทำให้พืชเจริญเติบโตงอกงาม มีความแข็งแรง ระบายน้ำได้ดี ไม่ต้องกังวลว่ารากจะเน่า มีสารอาหารที่จำเป็นสำหรับพืชมากมาย ช่วยป้องกันดินไม่ให้เกิดการพังทลาย ช่วยป้องกันรากพืชไม่ให้เสียหายจากแรงลม เพราะรากพืชสามารถแทรกตัวและยึดเกาะกับดินได้ดี ข้อควรระวังของดินร่วน มีความเป็นกรดเล็กน้อย หากปลูกพืชที่ไม่ชอบดินกรด อาจต้องเติมวัสดุปรับสภาพดิน เช่น ปูนขาว หรือขี้เถ้า การระบายน้ำที่ดีอาจทำให้สารอาหารถูกชะล้างออกไปได้ง่าย [...]

21/5/2568 • โดย Homeday Matoy
กุหลาบหิน (Echeveria) เป็นไม้อวบน้ำที่ได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน ด้วยรูปทรงที่สวยงามคล้ายดอกกุหลาบแต่มีความแข็งแรงทนทาน ทำให้เป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับผู้ที่ต้องการปลูกต้นไม้สวยงามในบ้านแต่ไม่มีเวลาดูแลมาก นอกจากความสวยงามแล้ว กุหลาบหินยังมีความหมายเชิงมงคลโดยเชื่อว่าช่วยเสริมดวงการเงินและนำโชคลาภมาสู่ผู้ปลูกด้วย บทความนี้จะพาทุกท่านไปทำความรู้จักกับกุหลาบหิน ประโยชน์ การดูแล รวมถึงสายพันธุ์ที่น่าสนใจ เพื่อให้ทุกท่านสามารถเลือกและปลูกกุหลาบหินได้อย่างถูกวิธี กุหลาบหินคืออะไร? มีต้นกำเนิดจากที่ไหน? กุหลาบหิน หรือ Echeveria เป็นพืชในวงศ์ Crassulaceae มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Kalanchoe Blossfeldiana มีถิ่นกำเนิดจากมาดากัสการ์และแอฟริกา ลักษณะเป็นไม้อวบน้ำที่มีอายุหลายปี ลำต้นสามารถสูงได้ถึง 30-50 เซนติเมตร มีทั้งแบบทรงกลมและทรงช่อยาว แตกต่างกันไปตามสายพันธุ์ ใบมีลักษณะเป็นรูปรีหรือรูปไข่ ปลายมน มีความหนาอวบน้ำ และเรียงซ้อนกันคล้ายกลีบของดอกกุหลาบ แต่ไม่มีความอ่อนช้อยเท่าดอกกุหลาบจริง จึงได้ชื่อว่า “กุหลาบหิน” ในธรรมชาติมีพืชสกุล Echeveria ประมาณ 200 ชนิด แต่ที่นิยมนำมาปลูกเป็นไม้ประดับมีเพียงไม่กี่สิบชนิดเท่านั้น กุหลาบหินเป็นพืชที่ชอบอากาศร้อนและแห้ง ทนต่อสภาวะแล้งได้ดี เนื่องจากสามารถเก็บน้ำไว้ในใบและลำต้นได้ ทำให้สามารถอยู่รอดได้ในสภาพแวดล้อมที่แห้งแล้ง รากของกุหลาบหินเป็นรากฝอยขนาดเล็กกระจายทั่วไป ดอกจะออกในช่วงฤดูหนาวและบานประมาณ 2-3 เดือน โดยออกเป็นช่อกระจุกแยกแขนง มีก้านดอกยาวและปลายดอกเป็นดอกเล็กๆ เรียงกัน หรืออาจเป็นพวงยาวตามก้านดอก มีหลากหลายสี [...]

20/5/2568 • โดย Homeday Matoy
นางพญาเสือโคร่งหรือชมพูภูพิงค์เป็นไม้ดอกที่สร้างความประทับใจให้กับผู้พบเห็นด้วยดอกสีชมพูสวยงามที่บานสะพรั่งในช่วงฤดูหนาว จนได้รับฉายาว่า “ซากุระเมืองไทย” ด้วยความสวยงามที่ไม่แพ้ดอกซากุระของญี่ปุ่น หลายท่านอาจสงสัยว่าจะสามารถนำมาปลูกในสวนบ้านได้หรือไม่ ต้องดูแลอย่างไร และมีประโยชน์อื่นๆ นอกเหนือจากความสวยงามหรือไม่ บทความนี้จะพาไปทำความรู้จักกับนางพญาเสือโคร่งอย่างละเอียด พร้อมเคล็ดลับการปลูกและดูแลที่ถูกต้อง นางพญาเสือโคร่งคือต้นไม้ชนิดใด และทำไมถึงได้ชื่อว่าซากุระเมืองไทย? นางพญาเสือโคร่ง หรือ ชมพูภูพิงค์ มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Prunus cerasoides D.Don จัดอยู่ในวงศ์ Rosaceae ซึ่งเป็นวงศ์เดียวกับกุหลาบ พีช และแอปเปิ้ล เป็นพันธุ์ไม้ที่พบได้ในเขตเทือกเขาหิมาลัย ตั้งแต่ประเทศปากีสถาน อินเดีย เนปาล ภูฏาน พม่า และภาคเหนือของประเทศไทย ที่มาของชื่อ “ซากุระเมืองไทย” เนื่องจากลักษณะของดอกที่มีความคล้ายคลึงกับดอกซากุระของญี่ปุ่น ทั้งสีสันและการบานสะพรั่งเต็มต้นในช่วงฤดูหนาวถึงต้นฤดูร้อน โดยเฉพาะในช่วงเดือนธันวาคมถึงกุมภาพันธ์ นางพญาเสือโคร่งจะผลัดใบก่อนออกดอก ทำให้เห็นดอกชมพูบานสะพรั่งเต็มต้น สร้างทัศนียภาพที่สวยงามคล้ายทุ่งซากุระ ในประเทศไทย นางพญาเสือโคร่งพบได้เฉพาะในพื้นที่ภาคเหนือ เช่น เชียงใหม่ เชียงราย และน่าน ในระดับความสูงตั้งแต่ 800-2,300 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล ซึ่งมีสภาพอากาศเย็นเหมาะสมต่อการเจริญเติบโต ลักษณะเด่นของนางพญาเสือโคร่งที่ทำให้นิยมปลูกมีอะไรบ้าง? นางพญาเสือโคร่งมีลักษณะเด่นหลายประการที่ทำให้เป็นที่นิยมในการนำมาปลูกเป็นไม้ประดับ ดังนี้ ลำต้นและเปลือก – เป็นไม้ยืนต้นผลัดใบ [...]

20/5/2568 • โดย Homeday Matoy
การเพิ่มผักใบเขียวในอาหารประจำวันถือเป็นเรื่องสำคัญสำหรับการดูแลสุขภาพ นอกจากจะให้วิตามินและแร่ธาตุที่มีประโยชน์แล้ว ผักกินใบยังมีแคลอรี่ต่ำแต่อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระและใยอาหารที่ช่วยในระบบขับถ่าย หากคุณมีพื้นที่เพียงเล็กน้อย คุณสามารถปลูกผักกินใบหลากหลายชนิดได้ที่บ้าน ซึ่งนอกจากจะประหยัดค่าใช้จ่ายแล้ว ยังมั่นใจได้ว่าปลอดสารเคมีอีกด้วย บทความนี้จะพาคุณไปทำความรู้จักกับผักกินใบ 9 ชนิดยอดนิยม พร้อมวิธีปลูกและประโยชน์ต่อสุขภาพที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อน ผักกินใบคืออะไร? ทำความรู้จักให้มากขึ้น ผักกินใบ เป็นหนึ่งในประเภทของผักที่เรานิยมบริโภคส่วนของใบเป็นหลัก แตกต่างจากผักกินดอก ผักกินหัว หรือผักกินผล ผักประเภทนี้มีทั้งใบขนาดเล็กและใบขนาดใหญ่ โดยส่วนใหญ่มีการเจริญเติบโตที่รวดเร็วแต่มีอายุสั้น ใช้เวลาในการปลูกและเก็บเกี่ยวเพียงประมาณ 1-2 เดือนเท่านั้น ผักกินใบมักต้องการปุ๋ยที่มีไนโตรเจนเป็นหลักเพื่อส่งเสริมการเจริญเติบโตของส่วนใบ คุณสมบัติเด่นของผักกินใบคือมีคุณค่าทางโภชนาการสูง เป็นแหล่งวิตามิน แร่ธาตุ และสารต้านอนุมูลอิสระที่สำคัญ ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน บำรุงสายตา และช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคเรื้อรังต่างๆ ทำไมการทานผักใบเขียวจึงมีประโยชน์ต่อสุขภาพ? การรับประทานผักใบเขียวเป็นประจำมีประโยชน์มากมายต่อสุขภาพ จากการศึกษาพบว่าผู้ที่บริโภคผักใบเขียวทุกวันมีอัตราการเสื่อมของระบบสมองที่ช้ากว่าผู้ที่ไม่รับประทาน ผักใบเขียวอุดมไปด้วยสารอาหารที่สำคัญหลายชนิด ได้แก่: วิตามินและแร่ธาตุ: ผักใบเขียวมีวิตามินเอ วิตามินซี วิตามินเค และแร่ธาตุอย่างเช่น แคลเซียม โพแทสเซียม และเหล็ก ซึ่งล้วนมีความสำคัญต่อการทำงานของร่างกาย สารต้านอนุมูลอิสระ: ผักใบเขียวมีสารเบต้าแคโรทีน ลูทีน และซีแซนทีน ช่วยชะลอวัย และลดการเกิดริ้วรอย ใยอาหาร: ช่วยในระบบขับถ่าย ป้องกันอาการท้องผูก และช่วยควบคุมระดับคอเลสเตอรอลในเลือด [...]

20/5/2568 • โดย Homeday Aum
เมื่อพูดถึงรองเท้าแตะที่ให้ความรู้สึกสบายเท้าแบบสุดขีด หลายคนต้องนึกถึงแบรนด์ POSEE ที่ได้รับความนิยมอย่างมากในช่วงปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะในโซเชียลมีเดียต่างๆ ด้วยคุณสมบัติพิเศษของวัสดุ EVA คุณภาพสูงที่ใช้ในการผลิต ทำให้รองเท้ามีความนุ่มนิ่มเป็นพิเศษ ให้ความรู้สึกเหมือนเดินบนก้อนเมฆหรือที่หลายคนบอกว่า “เหมือนเหยียบขี้” ที่นุ่มปุ๊กปิ๊ก (ชื่อรุ่น Poopoo ก็มาจากความรู้สึกนี้) ไม่ว่าจะเป็นการใช้งานภายในบ้าน หรือสวมใส่ออกไปทำกิจกรรมนอกบ้าน รองเท้าแตะ POSEE ก็ตอบโจทย์ได้อย่างดีเยี่ยม ในปี 2025 นี้ POSEE ได้นำเสนอคอลเลคชั่นรองเท้าแตะหลากหลายรูปแบบ ทั้งแบบสวม แบบหูหนีบ แบบรัดส้น และแบบเพิ่มความสูง ซึ่งแต่ละรุ่นก็มีเอกลักษณ์และจุดเด่นที่แตกต่างกันไป บางรุ่นโดดเด่นด้วยดีไซน์มินิมอลทันสมัย บางรุ่นเน้นการรองรับสรีระเท้าเพื่อสุขภาพ และบางรุ่นก็เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องยืนหรือเดินเป็นเวลานาน แบรนด์จากจีนที่ได้รับความนิยมนี้ไม่เพียงแต่มีพื้นรองเท้าที่นุ่มเป็นพิเศษเท่านั้น แต่ยังมีคุณสมบัติกันลื่นที่ดีเยี่ยม เหมาะกับการใช้งานได้ทั้งในฤดูร้อนและฤดูฝน แต่ท่ามกลางตัวเลือกที่หลากหลายนี้ หลายคนอาจสงสัยว่ารุ่นไหนของ POSEE ที่น่าสนใจและเหมาะกับการใช้งานของตนมากที่สุด วันนี้เราจะพาทุกท่านมาทำความรู้จักกับรองเท้าแตะ POSEE รุ่นยอดนิยมที่ได้รับการยอมรับว่าใส่สบายและนุ่มที่สุดในปี 2025 พร้อมรายละเอียดจุดเด่นของแต่ละรุ่น เพื่อช่วยให้คุณเลือกรองเท้าคู่ที่ใช่และตอบโจทย์การใช้งานได้อย่างลงตัว #รองเท้าแตะ #POSEE #รองเท้าแตะนุ่ม #รองเท้าพื้นนุ่ม #CloudSlippers #รองเท้าแตะสุขภาพ #รองเท้าใส่สบาย #รองเท้าแฟชั่น2025 #POSEEThailand

19/5/2568 • โดย Homeday Matoy
อโกลนีมา หรือที่หลายคนรู้จักในชื่อ “ราชาแห่งไม้ประดับ” เป็นไม้ใบที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย ด้วยความสวยงามของใบที่มีหลากหลายรูปแบบและสีสัน การดูแลที่ไม่ยุ่งยาก และที่สำคัญคือคุณประโยชน์ที่มากมาย ทั้งการช่วยฟอกอากาศและความเชื่อเรื่องความเป็นสิริมงคล ทำให้อโกลนีมาเป็นที่นิยมสำหรับผู้ที่ต้องการเพิ่มความสดชื่นและความเป็นมงคลให้กับที่อยู่อาศัย บทความนี้จะพาคุณไปทำความรู้จักกับสายพันธุ์อโกลนีมาที่น่าสนใจ ประโยชน์ วิธีปลูกและดูแล รวมถึงความเชื่อเกี่ยวกับไม้มงคลชนิดนี้ อโกลนีมาคืออะไร? ทำความรู้จักกับราชาแห่งไม้ประดับ อโกลนีมา (Aglaonema) มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Aglaonema commutatum เป็นไม้ประดับที่อยู่ในวงศ์ Araceae มีถิ่นกำเนิดในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตั้งแต่อินเดียไปจนถึงมาเลเซีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ ลาว เวียดนาม และจีนตอนใต้ เป็นไม้พุ่มขนาดเล็ก ไม้ล้มลุก มีอายุยืนหลายปี ปัจจุบันมีประมาณ 21-24 สายพันธุ์ และมีการพัฒนาสายพันธุ์ย่อยอีกมากมาย ลักษณะโดยทั่วไปของอโกลนีมาคือ มีความสูงประมาณ 30-90 เซนติเมตร แตกกอเป็นพุ่มกว้าง 30-90 เซนติเมตร มีใบรูปหอกหรือรูปไข่ ปลายใบแหลม มีสีสันและลวดลายแตกต่างกันไปตามสายพันธุ์ เช่น สีเขียว เงิน ขาว แดง ม่วง มีดอกสีขาว แต่มักออกดอกให้เห็นน้อยเมื่อปลูกในร่ม ลำต้นห่อหุ้มด้วยกาบใบ [...]

19/5/2568 • โดย Homeday Aum
เมื่อเข้าสู่ช่วงฤดูร้อนของประเทศไทยที่อุณหภูมิพุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ การมีเครื่องปรับอากาศคุณภาพดีกลายเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับที่พักอาศัย ไม่เพียงแค่ช่วยคลายความร้อน แต่ยังมีความสำคัญในการสร้างสภาพแวดล้อมที่สบายและส่งเสริมการพักผ่อนที่มีคุณภาพ แอร์ Daikin เป็นหนึ่งในแบรนด์ชั้นนำที่ได้รับความไว้วางใจมายาวนานในวงการเครื่องปรับอากาศ ด้วยนวัตกรรมล้ำสมัยที่พัฒนาอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นระบบฟอกอากาศ เทคโนโลยีประหยัดพลังงาน หรือฟีเจอร์อัจฉริยะที่ตอบโจทย์การใช้งานในยุคปัจจุบัน การเลือกแอร์ให้เหมาะกับความต้องการไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะแต่ละรุ่นมีจุดเด่นที่แตกต่างกัน บางรุ่นเน้นความเย็นเร็ว บางรุ่นเน้นฟังก์ชันฟอกอากาศ ขณะที่บางรุ่นโดดเด่นด้านการประหยัดไฟ นอกจากนี้ การเลือกขนาด BTU ให้เหมาะสมกับพื้นที่ห้องยังเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพและค่าไฟในระยะยาว หากเลือกแอร์ที่มี BTU น้อยเกินไป แอร์จะทำงานหนักและสิ้นเปลืองพลังงาน แต่ถ้าเลือก BTU มากเกินไป ก็จะสิ้นเปลืองทั้งค่าไฟและงบประมาณในการซื้อโดยไม่จำเป็น ในบทความนี้ เราจะพาคุณไปทำความรู้จักกับแอร์ Daikin รุ่นยอดนิยมในปี 2025 พร้อมวิเคราะห์จุดเด่น คุณสมบัติพิเศษ และช่วงราคา เพื่อให้คุณสามารถเลือกรุ่นที่เหมาะกับการใช้งานและงบประมาณของคุณได้อย่างคุ้มค่าที่สุด #แอร์ #เครื่องปรับอากาศ #Daikin #แอร์ไดกิ้น #ประหยัดไฟ #ฟอกอากาศ #PM2.5 #แอร์อินเวอร์เตอร์ #BTU #แอร์ติดผนัง #StreamerTechnology #IntelligentEye #WiFiControl

19/5/2568 • โดย Homeday Matoy
พุทธรักษาเป็นไม้ดอกที่มีความสวยงามโดดเด่นด้วยดอกหลากสีสัน ทั้งเหลือง แดง ส้ม ชมพู ขาว ที่บานสะพรั่งบนกิ่งก้านสูงเด่น เป็นไม้มงคลนามที่มีความหมายดีงาม นอกจากความสวยงามแล้ว พุทธรักษายังมีความหมายพิเศษในฐานะดอกไม้สัญลักษณ์วันพ่อแห่งชาติอีกด้วย การปลูกพุทธรักษาไม่เพียงแต่เพิ่มความสวยงามให้กับพื้นที่ แต่ยังสามารถสร้างบรรยากาศร่มรื่น และเป็นมงคลต่อผู้ปลูกด้วย มาทำความรู้จักกับพุทธรักษาให้มากขึ้น พร้อมเรียนรู้วิธีปลูกและดูแลอย่างถูกต้องเพื่อให้เจริญเติบโตสวยงาม พุทธรักษา คืออะไรและมีที่มาอย่างไร? พุทธรักษา มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Canna indica L. จัดอยู่ในวงศ์ Cannaceae มีชื่อเรียกภาษาอังกฤษว่า Indian Shot หรือ Canna Lily และยังมีชื่อเรียกอื่นๆ ในภาษาไทย เช่น พุทธศร บัวละวงศ์ เป็นไม้ล้มลุกเนื้ออ่อนอวบน้ำที่มีอายุหลายปี มีถิ่นกำเนิดในประเทศอินเดีย แอฟริกา และอเมริกาใต้ ตามบันทึกพบว่าถูกพบครั้งแรกในหมู่เกาะเวสอินดี้และแถบอเมริกาใต้ ก่อนที่จะถูกพัฒนาเป็นไม้ประดับและขยายพันธุ์โดยชาวยุโรป และแพร่กระจายมายังเอเชียรวมถึงประเทศไทย ลักษณะทั่วไปของพุทธรักษา คือ มีลำต้นสูงประมาณ 1-2 เมตร เจริญเติบโตแตกหน่อเป็นกอคล้ายกับต้นกล้วย มีเหง้าหรือไรโซมใต้ดินที่ทอดขนานไปใต้ดิน ทำให้สามารถแตกหน่อใหม่ขึ้นมาจากใต้ดินได้ ใบมีขนาดใหญ่สีเขียว บางสายพันธุ์มีใบด่างหรือใบสีม่วงอมแดง มีความกว้างประมาณ 10-15 เซนติเมตร [...]