กำลังโหลด...
กำลังโหลด...
ผลการค้นหาสำหรับ "ดับกลิ่น" พบทั้งหมด 37 บทความ

16/6/2568 • โดย Homeday Matoy
ในยุคที่ความเครียดกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน การค้นหาวิธีผ่อนคลายที่เป็นธรรมชาติจึงเป็นสิ่งที่หลายคนให้ความสนใจ หนึ่งในวิธีที่ได้รับความนิยมมากขึ้นคือการใช้ดอกไม้กลิ่นหอมในการบำบัดความเครียด แต่ดอกไม้กลิ่นหอมช่วยคลายความเครียดได้จริงหรือไม่ และมีพันธุ์ไหนบ้างที่เหมาะสมสำหรับการปลูกไว้ในบ้าน อะไรคือการบำบัดด้วยกลิ่นหอม การบำบัดด้วยกลิ่นหอม หรือที่เรียกว่า อโรมาเทอราปี (Aromatherapy) เป็นการนำดอกไม้ที่มีกลิ่นหอมสดชื่นต่างๆ มาสกัดเอากลิ่นแล้วนำไปใช้ประโยชน์ การสูดดมกลิ่นหอมจากดอกไม้หรือกลิ่นหอมของธรรมชาติจะช่วยให้จิตภายในของมนุษย์ผ่อนคลายสบายขึ้น อโรมาเทอราปีจะไปกระตุ้นประสาทการรับรู้กลิ่นผ่านทางต่อมรับกลิ่นภายในจมูก และส่งสัญญาณประสาทความรู้สึกเข้าสู่สมอง เมื่อสมองได้รับสัญญาณดังกล่าวจะแปลผลความรู้สึกนั้นออกมา แล้วส่งผลกลับไปให้ร่างกายทั้งหมดตอบสนองต่อกลิ่นนั้น กลิ่นหอมมีบทบาทสำคัญในการยกระดับสภาพอารมณ์ และช่วยกระตุ้นประสาทสัมผัสให้รับรู้ความละเมียดละไมของความรื่นรมย์ในชีวิต ประโยชน์ของกลิ่นหอมต่อสุขภาพจิต กลิ่นหอมของอโรมามีคุณสมบัติช่วยให้เกิดความสงบ ผ่อนคลายอารมณ์ ขับไล่ความอ่อนล้า ซึ่งส่งผลให้ลดความตึงเครียดทางจิตและกล้ามเนื้อ การใช้อโรมาเป็นที่นิยมในสถานบริการนวดและสปา เพื่อให้เกิดความสงบและใกล้ชิดกับธรรมชาติ และมีความคิดทางบวก ดอกไม้กับสุขภาพจิตถือเป็นสิ่งที่เป็นของคู่กัน ซึ่งดอกไม้คือสัญลักษณ์แห่งความงดงาม ความสดชื่น ความรัก ความเคารพ และความศรัทธา ดอกไม้ยังสามารถบำบัดจิตใจ บำบัดสุขภาพจิตของมนุษย์ได้หลากหลายมิติรอบด้าน ทั้งสีสันของดอกไม้ ลักษณะ เอกลักษณ์ และกลิ่นหอมของดอกไม้ จะช่วยเพิ่มระดับฮอร์โมนแห่งความสุข และลดระดับฮอร์โมนความเครียดได้ ดอกไม้กลิ่นหอมที่ช่วยผ่อนคลายความเครียด ลิลลี่ (Lily) ลิลลี่เป็นดอกไม้เมืองหนาวที่มีถิ่นกำเนิดอยู่ในประเทศจีนและตอนเหนือของประเทศญี่ปุ่น ลิลลี่เป็นดอกไม้ที่มีกลิ่นหอมอ่อนๆ ที่ทำให้รู้สึกสดชื่น มีสรรพคุณสร้างความรู้สึกที่ผ่อนคลาย สามารถลดความเครียดลงได้ แถมยังช่วยบำบัดโรคเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจได้อีกด้วย โรสแมรี่ (Rosemary) โรสแมรี่มีเอกลักษณ์โดยเฉพาะกลิ่นที่สามารถช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของโลหิต ช่วยในเรื่องของสมาธิ สามารถคลายความรู้สึกอ่อนล้า [...]

22/5/2568 • โดย Homeday Matoy
ยุงเป็นแมลงตัวร้ายที่มาพร้อมกับอากาศร้อนชื้นของประเทศไทย นอกจากจะน่ารำคาญแล้ว ยังเป็นพาหะนำโรคร้ายแรงหลายชนิด เช่น ไข้เลือดออก ไข้มาลาเรีย และโรคติดเชื้อไวรัสซิกา หลายคนจึงหันมาใช้สเปรย์หรือยากันยุงที่มีสารเคมี แต่การใช้สารเคมีเป็นประจำอาจก่อให้เกิดผลข้างเคียงต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม ทางเลือกที่ปลอดภัยกว่าคือการใช้สมุนไพรไล่ยุง ซึ่งมีประสิทธิภาพในการป้องกันยุงได้ดีไม่แพ้สารเคมี แถมยังปลอดภัยต่อผู้ใช้และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอีกด้วย มาดูกันว่ามีสมุนไพรชนิดใดบ้างที่สามารถนำมาใช้ไล่ยุงได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำไมควรเลือกใช้สมุนไพรไล่ยุงแทนสารเคมี? การใช้สมุนไพรไล่ยุงมีข้อดีหลายประการเมื่อเทียบกับผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของสารเคมี แม้ว่าระยะเวลาในการป้องกันยุงของสมุนไพรอาจจะสั้นกว่า โดยทั่วไปอยู่ที่ประมาณ 2-3 ชั่วโมง แต่ข้อดีคือคุณสามารถมั่นใจได้ว่าจะไม่มีผลข้างเคียงร้ายแรงต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ สมุนไพรหลายชนิดยังมีประโยชน์อื่นๆ เช่น ช่วยให้ผ่อนคลาย หายใจสะดวก ช่วยให้นอนหลับได้ง่ายขึ้น และบรรเทาอาการปวดและอักเสบจากการถูกยุงและแมลงกัดต่อย สมุนไพรที่ใช้ไล่ยุงส่วนใหญ่มีน้ำมันหอมระเหยเป็นสารสำคัญ ซึ่งมีกลิ่นเฉพาะตัวที่ยุงไม่ชอบ ทำให้สามารถไล่ยุงได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยไม่ต้องพึ่งพาสารเคมีอันตราย ที่สำคัญ สมุนไพรเหล่านี้หาได้ง่ายตามครัวเรือนทั่วไป ราคาไม่แพง และสามารถนำมาปลูกไว้รอบๆ บ้านเพื่อช่วยไล่ยุงได้อีกด้วย ตะไคร้หอม: สมุนไพรไล่ยุงอันดับหนึ่งที่ทั่วโลกยอมรับ ตะไคร้หอมเป็นสมุนไพรไล่ยุงที่ได้รับการยอมรับว่ามีประสิทธิภาพสูงที่สุดชนิดหนึ่ง มีลักษณะเป็นพืชตระกูลหญ้าที่มีกลิ่นเฉพาะตัว เหง้าอยู่ใต้ดิน ลำต้นแตกเป็นกอ ใบยาว สาก หนา และคม ในตะไคร้หอมมีน้ำมันหอมระเหยที่มีสารสำคัญหลายชนิด ได้แก่ Citronella, Citronellol และ Geraniol ซึ่งเป็นสารที่มีประสิทธิภาพในการไล่ยุงลายได้เป็นอย่างดี วิธีการใช้ตะไคร้หอมไล่ยุงทำได้หลายวิธี วิธีแรกคือการปลูกไว้รอบๆ บ้าน [...]

21/5/2568 • โดย Homeday Aum
การดูแลเสื้อผ้าให้มีกลิ่นหอมสดชื่นตลอดวัน เป็นสิ่งที่หลายคนให้ความสำคัญ โดยเฉพาะในสภาพอากาศร้อนชื้นของประเทศไทยที่ทำให้เสื้อผ้ามีกลิ่นอับได้ง่าย ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้าที่เก็บไว้ในตู้เป็นเวลานาน หรือเสื้อผ้าที่ใส่แล้วแต่ยังไม่ถึงเวลาซัก ปัญหาเหล่านี้สามารถแก้ได้ด้วยสเปรย์ฉีดผ้าหอม ผลิตภัณฑ์มหัศจรรย์ที่ช่วยกำจัดกลิ่นไม่พึงประสงค์ได้อย่างรวดเร็ว โดยที่คุณไม่จำเป็นต้องซักใหม่ สเปรย์ฉีดผ้าหอมในปัจจุบันมีหลากหลายรูปแบบและคุณสมบัติ บางยี่ห้อไม่เพียงแค่ให้กลิ่นหอม แต่ยังช่วยลดรอยยับ ฆ่าเชื้อแบคทีเรีย หรือมีส่วนผสมจากธรรมชาติที่อ่อนโยนต่อผิว นอกจากใช้กับเสื้อผ้าแล้ว ยังสามารถใช้กับผลิตภัณฑ์จากผ้าอื่นๆ ที่ทำความสะอาดยาก เช่น โซฟา ผ้าม่าน ที่นอน พรม หรือแม้แต่ภายในรถยนต์ วันนี้เราจะมาแนะนำสเปรย์ฉีดผ้าหอมคุณภาพดี 10 ยี่ห้อ ที่ไม่เพียงแค่ให้กลิ่นหอมติดทนนาน แต่ยังมีคุณสมบัติพิเศษที่ตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลาย ให้คุณเลือกใช้ตามความเหมาะสม #สเปรย์ฉีดผ้าหอม #ขจัดกลิ่นอับ #กลิ่นหอมติดทนนาน #สเปรย์ฉีดผ้าเรียบ #สเปรย์ฆ่าเชื้อแบคทีเรีย #สเปรย์น้ำหอม #สเปรย์ดับกลิ่น

29/4/2568 • โดย Homeday Matoy
โซฟาผ้าเป็นเฟอร์นิเจอร์ที่ทุกครอบครัวมักมีติดบ้าน เป็นทั้งพื้นที่พักผ่อน พูดคุย ดูหนัง หรือแม้แต่งีบหลับ แต่ด้วยการใช้งานที่บ่อยครั้งทำให้โซฟามักสกปรกและมีคราบเปื้อนสะสม ไม่ว่าจะเป็นคราบอาหาร เครื่องดื่ม ฝุ่นละออง หรือกลิ่นไม่พึงประสงค์ บทความนี้จะแนะนำวิธีทำความสะอาดโซฟาผ้าแบบง่ายๆ ที่คุณสามารถทำได้เองที่บ้าน เพื่อให้โซฟาของคุณกลับมาสะอาด ปราศจากคราบเปื้อนและกลิ่นอับ เหมือนโซฟาใหม่อีกครั้ง ทำไมต้องทำความสะอาดโซฟาผ้าอย่างสม่ำเสมอ? การทำความสะอาดโซฟาผ้าอย่างสม่ำเสมอไม่ได้ช่วยแค่เรื่องความสวยงามเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับสุขภาพของคนในบ้านด้วย เนื่องจากโซฟาเป็นแหล่งสะสมของฝุ่นละออง ไรฝุ่น และเชื้อแบคทีเรียที่อาจก่อให้เกิดอาการแพ้หรือปัญหาสุขภาพอื่นๆ ได้ ถ้าคุณมีสัตว์เลี้ยงหรือเด็กเล็กในบ้าน การทำความสะอาดโซฟาเป็นประจำยิ่งมีความสำคัญมากขึ้น นอกจากนี้ การดูแลรักษาอย่างสม่ำเสมอยังช่วยยืดอายุการใช้งานของโซฟา ลดการสะสมของคราบเปื้อนที่ฝังลึก และรักษาความสวยงามของเฟอร์นิเจอร์ชิ้นสำคัญนี้ให้ดูดีอยู่เสมอ โดยทั่วไปแล้ว ควรทำความสะอาดโซฟาผ้าเบื้องต้นทุกสัปดาห์ และทำความสะอาดลึกๆ ประมาณ 1-2 ครั้งต่อปี โซฟาผ้ามีประเภทใดบ้างที่ควรรู้ก่อนทำความสะอาด? ก่อนจะเริ่มทำความสะอาดโซฟา คุณจำเป็นต้องรู้ก่อนว่าโซฟาของคุณเป็นประเภทใด เพราะวิธีการทำความสะอาดอาจแตกต่างกันไปตามชนิดของโซฟา โดยพื้นฐานแล้ว โซฟาผ้าแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก คือ: 1. โซฟาผ้าแบบถอดปลอกได้ โซฟาประเภทนี้ออกแบบมาให้สามารถถอดปลอกหุ้มออกเพื่อซักทำความสะอาดได้ ซึ่งทำให้การดูแลรักษาง่ายกว่ามาก โดยมากปลอกโซฟาจะมีซิปให้ถอดออกได้สะดวก แต่ก่อนซัก ควรตรวจสอบฉลากหรือคู่มือการดูแลว่าผ้าชนิดนั้นสามารถซักด้วยเครื่องหรือต้องซักมือ รวมถึงอุณหภูมิน้ำที่เหมาะสมในการซัก 2. โซฟาผ้าแบบถอดปลอกไม่ได้ โซฟาแบบนี้จะทำความสะอาดยากกว่า เพราะไม่สามารถถอดปลอกออกมาซักได้ [...]

29/4/2568 • โดย Homeday Matoy
กลิ่นอับเป็นปัญหาที่หลายคนมักพบเจอในที่พักอาศัย บางครั้งกลิ่นเหม็นอับนี้ยังส่งผลกระทบต่อสุขภาพในระยะยาวได้อีกด้วย การที่เราเข้าไปในห้องแล้วต้องบีบจมูกทุกครั้งนั้นไม่ใช่เรื่องน่าอภิรมย์เลย แต่ปัญหานี้สามารถแก้ไขได้หากเราเข้าใจสาเหตุที่แท้จริงและมีวิธีจัดการที่ถูกต้อง บทความนี้จะพาคุณไปสำรวจถึงสาเหตุของห้องเหม็นอับและวิธีแก้ไขที่มีประสิทธิภาพ เพื่อให้ห้องของคุณกลับมาหอมสะอาดสดชื่นอีกครั้ง อะไรทำให้ห้องของคุณมีกลิ่นอับ? กลิ่นอับในห้องเกิดได้จากหลายสาเหตุ การทำความเข้าใจต้นตอปัญหาจะช่วยให้การแก้ไขเป็นไปอย่างตรงจุดและมีประสิทธิภาพ ลองมาดูกันว่ามีสาเหตุอะไรบ้างที่อาจเป็นต้นเหตุของห้องเหม็นอับ การทำความสะอาดห้องไม่สม่ำเสมอ การไม่ทำความสะอาดห้องเป็นประจำทำให้สิ่งสกปรกและขยะต่างๆ สะสมอยู่ภายในห้อง ทั้งฝุ่นละอองที่ตกค้าง คราบสกปรกตามมุมห้อง หรือเศษอาหารที่หกตามพื้น ล้วนเป็นแหล่งกำเนิดของกลิ่นอับที่ไม่พึงประสงค์ ยิ่งปล่อยทิ้งไว้นานเท่าไหร่ กลิ่นก็จะยิ่งสะสมและยากต่อการกำจัด ห้องทึบและการระบายอากาศไม่ดี ห้องที่ไม่มีหน้าต่างหรือช่องทางระบายอากาศที่เพียงพอ ทำให้กลิ่นต่างๆ ที่เกิดขึ้นภายในห้องไม่สามารถถ่ายเทออกไปได้ อากาศเก่าที่เต็มไปด้วยกลิ่นอับจะวนเวียนอยู่ภายในห้อง ส่งผลให้ห้องมีกลิ่นเหม็นอับสะสม โดยเฉพาะในห้องที่ใช้เครื่องปรับอากาศเป็นประจำ ความชื้นสูงและการเกิดเชื้อรา ภาพห้องอาบน้ำที่มีความชื้นสูงเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของพื้นที่ที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดกลิ่นอับ ความชื้นเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดเชื้อรา ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของกลิ่นเหม็นอับ นอกจากห้องน้ำแล้ว ห้องที่มีการใช้เครื่องปรับอากาศแต่ไม่มีการระบายอากาศที่ดีก็มีความเสี่ยงเช่นกัน เชื้อราสามารถเติบโตได้ดีบนวัสดุที่หลากหลาย โดยเฉพาะวัสดุที่มีรูพรุนและมาจากธรรมชาติ เช่น กระดาษแข็ง ผลิตภัณฑ์จากไม้ หรือแม้แต่วอลล์เปเปอร์และฉนวนต่างๆ การสัมผัสเชื้อราเป็นเวลานานอาจทำให้เกิดปัญหาสุขภาพมากมาย ตั้งแต่อาการแพ้ไปจนถึงปัญหาการนอนหลับ กลิ่นตกค้างจากเสื้อผ้าและเฟอร์นิเจอร์ เสื้อผ้าที่ซักแล้วตากไม่แห้งสนิท หรือเฟอร์นิเจอร์ที่ไม่ได้รับการทำความสะอาดเป็นประจำ จะกลายเป็นแหล่งสะสมของแบคทีเรียและเชื้อรา ซึ่งเป็นสาเหตุของกลิ่นเหม็นอับในห้อง โดยเฉพาะเฟอร์นิเจอร์ที่ทำจากผ้าหรือไม้ ซึ่งมีความพรุนและดูดซับความชื้นได้ดี กลิ่นจากสัตว์เลี้ยง สัตว์เลี้ยงมักมีกลิ่นเฉพาะตัวอยู่แล้ว ถ้าไม่ได้อาบน้ำเป็นประจำหรือไม่ได้ทำความสะอาดของใช้ของสัตว์เลี้ยงให้สะอาดอยู่เสมอ กลิ่นก็จะสะสมจนเกิดเป็นกลิ่นเหม็นอับทั่วห้อง นอกจากนี้ ยังมีขนที่ร่วงตามพื้น เศษอาหารตามของเล่น คราบน้ำลาย [...]

15/4/2568 • โดย Homeday Matoy
การมีห้องที่หอมสดชื่นเป็นสิ่งที่ทุกคนปรารถนา เพราะกลิ่นหอมไม่เพียงช่วยให้บรรยากาศในห้องน่าอยู่ แต่ยังช่วยเสริมสร้างความผ่อนคลายและส่งผลดีต่อสุขภาพกายและใจ หลายคนอาจกำลังสงสัยว่าจะทำอย่างไรให้ห้องมีกลิ่นหอมฟุ้งตลอดวัน โดยไม่ต้องพึ่งการฉีดสเปรย์ปรับอากาศทุกชั่วโมง บทความนี้จะแนะนำ 10 เทคนิคง่ายๆ ที่จะช่วยให้ห้องของคุณมีกลิ่นหอมน่าอยู่ยาวนาน พร้อมสร้างความประทับใจให้กับทุกคนที่มาเยือน หลักการสำคัญในการทำให้ห้องหอมยาวนาน ก่อนจะไปถึงเทคนิคต่างๆ เรามาทำความเข้าใจหลักการสำคัญ 3 ประการในการทำให้ห้องหอมกันก่อน: รักษาความสะอาดของพื้นที่และอากาศ – ห้องที่สะอาดคือพื้นฐานของการมีห้องที่หอม การทำความสะอาดอย่างสม่ำเสมอจะช่วยลดการสะสมของแบคทีเรียที่ก่อให้เกิดกลิ่นไม่พึงประสงค์ กำจัดกลิ่นอับหรือกลิ่นไม่พึงประสงค์ – การขจัดต้นตอของกลิ่นเหม็นเป็นสิ่งสำคัญ ก่อนเพิ่มกลิ่นหอมเราควรกำจัดกลิ่นไม่พึงประสงค์ออกไปก่อน เพิ่มกลิ่นหอมอย่างเหมาะสม – การเลือกวิธีเพิ่มกลิ่นหอมที่เหมาะกับพื้นที่และไลฟ์สไตล์ของคุณ จะช่วยให้ห้องหอมอย่างมีประสิทธิภาพและยาวนาน หากคุณทำตามหลักการพื้นฐานเหล่านี้ ร่วมกับการประยุกต์ใช้เทคนิคต่างๆ ต่อไปนี้ คุณจะได้ห้องที่มีกลิ่นหอมสดชื่นแบบยาวนาน 10 เทคนิคที่ช่วยให้ห้องหอมน่าอยู่ตลอดวัน 1. ดูแลความสะอาดภายในห้องอย่างสม่ำเสมอ การทำความสะอาดอย่างสม่ำเสมอเป็นวิธีพื้นฐานที่สุดในการทำให้ห้องหอม เพราะจะช่วยกำจัดแหล่งสะสมของกลิ่นไม่พึงประสงค์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในครอบครัวที่มีเด็กหรือสัตว์เลี้ยง กิจกรรมทำความสะอาดที่ควรทำเป็นประจำ ได้แก่: เช็ดถูข้าวของเครื่องใช้ให้ปราศจากฝุ่น กวาดและถูพื้นด้วยน้ำยาทำความสะอาดที่มีกลิ่นหอม ดูดฝุ่นพรมและเฟอร์นิเจอร์อย่างสม่ำเสมอ ทิ้งขยะทุกวัน อย่าปล่อยให้ขยะหมักหมม ซักผ้าปูที่นอน ปลอกหมอน และผ้าห่ม อย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง ล้างทำความสะอาดจานชามทันทีหลังรับประทานอาหาร ล้างห้องน้ำเป็นประจำ เพื่อป้องกันเชื้อราและกลิ่นอับชื้น การรักษาความสะอาดเป็นประจำจะช่วยลดการสะสมของเชื้อโรคและแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของกลิ่นไม่พึงประสงค์ และทำให้ห้องพร้อมสำหรับการเพิ่มกลิ่นหอม 2. [...]

31/3/2568 • โดย Homeday Aum
การอาศัยอยู่ในบ้านที่สะอาดไม่เพียงแต่ทำให้สภาพแวดล้อมน่าอยู่เท่านั้น แต่ยังส่งผลดีต่อสุขภาพกายและใจของผู้อาศัย การทำความสะอาดบ้านอย่างสม่ำเสมอเป็นสิ่งสำคัญ อย่างไรก็ตาม มีหลายจุดในบ้านที่มักถูกมองข้ามในการทำความสะอาดประจำสัปดาห์ ซึ่งเป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรค ฝุ่นละออง และสิ่งสกปรกที่อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพในระยะยาว บทความนี้จะพาทุกท่านไปรู้จักกับ 7 จุดในบ้านที่ควรทำความสะอาดทุกสัปดาห์ แต่คนส่วนใหญ่มักลืม พร้อมเทคนิคการทำความสะอาดที่มีประสิทธิภาพและง่ายต่อการปฏิบัติตาม 1. รีโมทคอนโทรลและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้บ่อย รีโมทคอนโทรลและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น โทรศัพท์มือถือ แท็บเล็ต คีย์บอร์ด และเมาส์ เป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรคที่ใหญ่ที่สุดในบ้าน จากการศึกษาพบว่า บนรีโมทคอนโทรลทีวีเพียงชิ้นเดียวอาจมีแบคทีเรียมากกว่า 70 ชนิด ซึ่งมากกว่าที่พบบนฝารองนั่งชักโครกถึง 3 เท่า! สาเหตุหลักมาจากการที่สมาชิกในบ้านทุกคนใช้อุปกรณ์เหล่านี้ร่วมกัน และมักใช้มือสัมผัสหลังจากทำกิจกรรมต่างๆ โดยไม่ได้ล้างมือก่อน การทำความสะอาดอุปกรณ์เหล่านี้ทำได้ง่ายๆ โดยใช้แอลกอฮอล์ความเข้มข้น 70% หรือน้ำยาฆ่าเชื้อสำหรับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์โดยเฉพาะ ชุบลงบนสำลีหรือผ้านุ่มที่ไม่เป็นขุย แล้วเช็ดทำความสะอาดให้ทั่ว โดยเฉพาะบริเวณปุ่มที่ใช้บ่อย ควรระวังไม่ให้ของเหลวเข้าไปในช่องต่างๆ ของอุปกรณ์ การทำความสะอาดสัปดาห์ละครั้งจะช่วยลดการแพร่กระจายของเชื้อโรคในบ้านได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ ยังช่วยยืดอายุการใช้งานของอุปกรณ์เหล่านี้ได้อีกด้วย เพราะคราบสกปรกและความชื้นที่สะสมอาจทำให้วงจรภายในเสื่อมสภาพเร็วกว่าปกติ 2. มือจับประตูและสวิตช์ไฟ มือจับประตูและสวิตช์ไฟเป็นจุดที่มีการสัมผัสบ่อยที่สุดในบ้าน แต่กลับเป็นจุดที่มักถูกลืมในการทำความสะอาดประจำสัปดาห์ จากการวิจัยพบว่า บนมือจับประตูบ้านโดยเฉลี่ยมีแบคทีเรียมากถึง 121 ตัวต่อตารางนิ้ว! เชื้อโรคที่พบบ่อยบนพื้นผิวเหล่านี้ได้แก่ แบคทีเรียอี. [...]

19/3/2568 • โดย Homeday Aum
เบกกิ้งโซดาเป็นผลิตภัณฑ์อเนกประสงค์ที่มีประสิทธิภาพในการทำความสะอาดบ้าน ด้วยคุณสมบัติการขจัดกลิ่น ฆ่าเชื้อ และกำจัดคราบสกปรก ทำให้เบกกิ้งโซดากลายเป็นเครื่องมือสำคัญสำหรับการทำความสะอาดบ้านอย่างธรรมชาติและปลอดภัย การทำความสะอาดพื้นผิวต่างๆ ด้วยเบกกิ้งโซดา 1. พื้นผิวห้องครัว เบกกิ้งโซดาสามารถขจัดคราบมัน คราบอาหาร และกลิ่นในห้องครัวได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพียงผสมเบกกิ้งโซดากับน้ำเล็กน้อยเพื่อสร้างเป็นเพสต์ แล้วใช้เช็ดทำความสะอาดพื้นผิวเตา ตู้เย็น และอุปกรณ์ครัวต่างๆ 2. กำจัดกลิ่นในตู้เย็น วางถ้วยเบกกิ้งโซดาไว้ในตู้เย็นเพื่อดูดซับกลิ่นไม่พึงประสงค์ โดยเปลี่ยนถ้วยใหม่ทุก 3 เดือน เพื่อประสิทธิภาพสูงสุดในการกำจัดกลิ่น 3. ทำความสะอาดเครื่องใช้ไฟฟ้า ใช้แปรงสีฟันเก่าชุบเบกกิ้งโซดาเพื่อทำความสะอาดช่องระบายอากาศ พัดลม และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ การกำจัดคราบและกลิ่น 4. ขจัดคราบในห้องน้ำ ผสมเบกกิ้งโซดากับน้ำสร้างเป็นเพสต์ แล้วใช้เช็ดทำความสะอาดอ่าง กระเบื้อง และสุขภัณฑ์ต่างๆ ช่วยกำจัดคราบสกปรกและคราบหินปูน 5. กำจัดกลิ่นในห้องน้ำ โรยเบกกิ่งโซดาลงในท่อน้ำทิ้งและชักโครก เพื่อกำจัดกลิ่นไม่พึงประสงค์และช่วยดับกลิ่นเหม็น 6. ดับกลิ่นพรม โรยเบกกิ้งโซดาลงบนพรมทิ้งไว้ข้ามคืน แล้วดูดออกด้วยเครื่องดูดฝุ่น ช่วยกำจัดกลิ่นอับและคราบสกปรก การทำความสะอาดเฟอร์นิเจอร์และของใช้ 7. ทำความสะอาดเบาะนั่ง โรยเบกกิ้งโซดาลงบนเบาะโซฟา เก้าอี้ และที่นอน ทิ้งไว้ 15 นาที แล้วดูดออกด้วยเครื่องดูดฝุ่น [...]

14/3/2568 • โดย Homeday
บ้านหอม สดชื่น ไร้กลิ่นกวนใจ สำหรับคนรักสัตว์เลี้ยง ด้วย Maison Berger Paris สำหรับเจ้าของบ้านที่เป็น Pet Lover นอกจากการดูแลสัตว์เลี้ยงให้มีสุขภาพแข็งแรงแล้ว การดูแลบ้านให้มีกลิ่นหอม สะอาด สดชื่น ไร้กลิ่นไม่พึงประสงค์ก็เป็นสิ่งสำคัญเช่นกัน เพราะบ้านที่มีกลิ่นหอม ไม่เพียงช่วยสร้างบรรยากาศที่ดี แต่ยังสะท้อนรสนิยมของเจ้าของบ้าน และช่วยให้การอยู่อาศัยร่วมกับสัตว์เลี้ยงเป็นเรื่องที่ลงตัวมากขึ้น กลิ่นในบ้านเป็นสิ่งที่มีผลต่ออารมณ์และความรู้สึกของผู้อยู่อาศัย รวมถึงแขกที่มาเยือน โดยเฉพาะบ้านที่มีสัตว์เลี้ยง มักจะต้องเจอกับปัญหากลิ่นเฉพาะตัวที่เกิดขึ้นจากสัตว์เลี้ยง ไม่ว่าจะเป็นกลิ่นขน กลิ่นอาหาร หรือกลิ่นอับที่สะสมอยู่ การเลือกใช้เครื่องหอมสำหรับบ้านที่มีคุณสมบัติในการกำจัดกลิ่นเหล่านี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงเป็นสิ่งที่คนรักสัตว์เลี้ยงควรคำนึงถึง Maison Berger Paris ทางเลือกที่สมบูรณ์แบบสำหรับบ้านที่มีสัตว์เลี้ยง Maison Berger Paris ผู้นำด้านเครื่องหอมสำหรับบ้านระดับพรีเมียมจากฝรั่งเศส นำเสนอ Diffuser สูตร Anti Odour ที่ได้รับการคิดค้นขึ้นเป็นพิเศษสำหรับบ้านที่มีสัตว์เลี้ยง โดยมีคุณสมบัติเด่น ช่วยกำจัดกลิ่นไม่พึงประสงค์ ด้วยโมเลกุลสูตรเฉพาะที่ได้รับการจดสิทธิบัตร ซึ่งสามารถกำจัดกลิ่นได้แบบเฉพาะเจาะจง ไม่ใช่เพียงแค่กลบกลิ่น แต่ช่วยดับกลิ่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ ปลอดภัยต่อสัตว์เลี้ยงและผู้อยู่อาศัย ด้วยการเลือกใช้วัตถุดิบคุณภาพสูง ผ่านการทดสอบแล้วว่าไม่เป็นอันตรายต่อสัตว์เลี้ยง ก้านหอมผลิตจากโพลีเมอร์คุณภาพสูง ซึมซับน้ำหอมได้ดี กระจายกลิ่นได้อย่างสม่ำเสมอ [...]