กำลังโหลด...
กำลังโหลด...
หมวดหมู่ preview พบทั้งหมด 14212 บทความ

27/5/2568 • โดย Homeday
สัมผัสมิติใหม่ของการอยู่อาศัยกับ “พาทิโอ กรุงเทพกรีฑา – วงแหวน” ครั้งแรกของพรีเมียมทาวน์โฮมหน้ากว้าง 10 เมตร ด้วยแรงบันดาลใจในการออกแบบภายใต้คอนเซปต์ Biophilic Architecture Design ที่โอบล้อมด้วยธรรมชาติ ถ่ายทอดผ่านแนวคิด The Perfect Synchrony บ้านที่เชื่อมต่อทุกความต้องการของการใช้ชีวิตเข้าไว้ด้วยกันอย่างกลมกลืน ผสานพื้นที่ใช้ชีวิตเชื่อมโยงกับธรรมชาติเพื่อรองรับทุกไลฟ์สไตล์ไว้ในหนึ่งเดียว สะดวกสบายในการเดินทาง พร้อมผนังพรีคาสท์สุดแกร่งเพื่อรองรับแผ่นดินไหว เปิดพรีเซล 30 – 31 พ.ค.นี้ เริ่มต้นเพียง 14 ล้านบาท นายพิเชษฐ วิจิตรชำนาญ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มธุรกิจ 2 บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า โครงการพาทิโอ กรุงเทพกรีฑา – วงแหวน ออกแบบภายใต้คอนเซปต์ Biophilic Architecture Design ที่เชื่อมโยงธรรมชาติเข้าไว้อย่างใกล้ชิดในพื้นที่ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นสวนหลังบ้านหรือสวนขนาดเล็กที่แทรกตัวอยู่ทั่วทุกมุม เพื่อช่วยเติมเต็มความสดชื่น ผ่อนคลาย พร้อมการออกแบบทิศทางลม แสง [...]

27/5/2568 • โดย Homeday
คุณกรกช เจริญปลั่ง รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายขาย, การตลาด และลูกค้าสัมพันธ์บริษัท วิมานสุริยา จำกัด บริษัท วิมานสุริยา จำกัด ผู้พัฒนา Dusit Central Park โครงการมิกซ์ยูสระดับโลก ภายใต้คอนเซ็ปต์ Here for Bangkok และผู้พัฒนา The Residences at Dusit Central Park โครงการที่อยู่อาศัยระดับอัลตร้าลักชัวรี่ที่ดีที่สุดใน Super Core CBD เปิดพื้นที่ “Pop-up Experience at Central Embassy” นำเสนอประสบการณ์การใช้ชีวิตที่รายล้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกให้กับไลฟ์สไตล์เหนือระดับได้อย่างลงตัว ผ่านที่อยู่อาศัยระดับอัลตร้าลักชัวรี่ อย่าง The Residences at Dusit Central Park พร้อมสร้างสรรค์กิจกรรมเอ็กซ์คลูซีฟ เพื่อมอบประสบการณ์ใหม่ๆ ให้ลูกค้าที่มีความสนใจโครงการฯ ผ่านการถ่ายทอดเรื่องราว สะท้อนคุณภาพชีวิตเหนือกาลเวลาที่เปี่ยมไปด้วยความงดงาม เสน่ห์อันเป็นเอกลักษณ์ และความสุขทั้งทางกายและทางจิตใจ โดยซีรีส์กิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟได้รับความร่วมมือจากผู้ที่มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน มาร่วมถ่ายทอดความรู้ เคล็ดลับ และสร้างสรรค์กิจกรรมเวิร์คช้อป [...]

27/5/2568 • โดย Homeday
ผศ.ดร.เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ (ดร.ยุ้ย) กรรมการผู้จัดการ บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จํากัด (มหาชน) ร่วมแถลงข่าวยกระดับความร่วมมือกับพันธมิตรญี่ปุ่น ฮันคิวฮันชิน พร็อพเพอร์ตี้ส์ (HHP) พร้อมลุยพัฒนาโครงการด้วยองค์ความรู้จากญี่ปุ่น ทั้งคุณภาพการก่อสร้างและการเตรียมความพร้อมรับมือกับภัยพิบัติ ผสานกับความใส่ใจสไตล์เสนา พร้อมดูแลอยู่เคียงข้างลูกค้าอย่างยั่งยืนในทุกช่วงชีวิต ด้วยความร่วมมือกว่า 9 ปี กับโครงการร่วมพัฒนา 66 แห่ง มูลค่ากว่า 83,000 ล้านบาท เสนาได้นำเอาความรู้ต่าง ๆ มาพัฒนาโดยตลอด อาทิ แนวคิด Geo Fit+ ซึ่งพัฒนาจากความเข้าใจเชิงลึกในพฤติกรรมผู้บริโภค มาประยุกต์ใช้ในการออกแบบและพัฒนาโครงการต่าง ๆ ทั้งกลุ่มคอนโดมิเนียม เช่น Niche Mono สุขุมวิท-แบริ่ง, Niche Pride เตาปูน, คอนโดภายใต้แบรนด์ Flexi ขยายต่อสู่กลุ่มบ้านแนวราบ และล่าสุด เสนาได้เริ่ม ยกระดับแนวทางการป้องกันภัยพิบัติ ควบคู่กับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ภายใต้แนวคิด Geo Fit+ inspired by [...]

27/5/2568 • โดย Homeday
ลิ้นมังกรหรือต้นดาบพระอินทร์ เป็นพืชประดับที่มีความสามารถพิเศษในการฟอกอากาศภายในบ้าน ด้วยความทนทานและดูแลง่าย ทำให้เป็นตัวเลือกยอดนิยมสำหรับคนที่ต้องการปรับปรุงคุณภาพอากาศในบ้านแบบธรรมชาติ นอกจากจะมีความสวยงามแล้ว ยังมีคุณสมบัติในการดูดซับสารพิษต่างๆ ที่อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพของเราและครอบครัว ลิ้นมังกรมีประโยชน์อย่างไรต่อคุณภาพอากาศในบ้าน ลิ้นมังกรมีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Dracaena trifasciata ซึ่งเดิมเรียกว่า Sansevieria trifasciata เป็นพืชที่มีต้นกำเนิดจากแอฟริกาตะวันตก โดยเฉพาะบริเวณไนจีเรียไปจนถึงคองโก พืชชนิดนี้ได้รับการศึกษาจากองการนาซ่าในปี 1989 ซึ่งพบว่าลิ้นมังกรสามารถกำจัดสารพิษต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ความสามารถพิเศษของลิ้นมังกรในการฟอกอากาศนั้นมาจากกระบวนการ Crassulacean Acid Metabolism (CAM) ซึ่งช่วยให้พืชสามารถแลกเปลี่ยนก๊าซออกซิเจนและคาร์บอนไดออกไซด์ได้ ที่น่าสนใจคือลิ้นมังกรจะเปิดรูขุมขนบนใบ (stomata) เฉพาะในเวลากลางคืนเพื่อป้องกันการสูญเสียน้ำ และจะปล่อยออกซิเจนออกมาในช่วงเวลานี้ สารพิษหลักที่ลิ้นมังกรสามารถดูดซับได้ ได้แก่ เบนซีน ฟอร์มาลดีไฮด์ ไตรคลอโรเอทิลีน ไซลีน และแอมโมเนีย สารเหล่านี้มักพบในบ้านจากผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด วัสดุก่อสร้าง และเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ การวางลิ้นมังกรในห้องนอนจะให้ประโยชน์สูงสุด เนื่องจากจะช่วยปรับปรุงคุณภาพอากาศขณะที่เรานอนหลับ ทำไมลิ้นมังกรจึงเป็นพืชที่เหมาะสำหรับมือใหม่ ลิ้นมังกรได้รับการยกย่องว่าเป็นพืชที่ “ฆ่ายาก” เนื่องจากมีความทนทานสูงต่อสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกัน พืชชนิดนี้สามารถปรับตัวเข้ากับสภาพแสงที่หลากหลาย ตั้งแต่แสงน้อยไปจนถึงแสงจ้า แม้ว่าจะชอบแสงสว่างทางอ้อมมากที่สุด ข้อดีหลักของการปลูกลิ้นมังกรสำหรับมือใหม่ คือ ความต้องการน้ำที่น้อย พืชนี้สามารถอยู่ได้โดยไม่ต้องรดน้ำเป็นสัปดาห์ ในช่วงฤดูใบไม้ผลิและฤดูร้อน ควรรดน้ำทุก [...]

27/5/2568 • โดย Homeday
พื้นที่หน้าบ้านถือเป็นจุดแรกที่แขกผู้มาเยือนจะเห็น และเป็นพื้นที่ที่เราต้องผ่านทุกวัน การมีสวนหน้าบ้านที่สวยงามจึงไม่เพียงแต่เพิ่มความสวยงามให้กับบ้าน แต่ยังช่วยสร้างบรรยากาศที่ผ่อนคลายและเพิ่มมูลค่าให้กับอสังหาริมทรพย์อีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นบ้านเดี่ยวหรือทาวน์เฮ้าส์ พื้นที่กว้างหรือแคบ ต่างก็สามารถจัดสวนให้สวยงามได้ตามสไตล์และงบประมาณที่มี ทำไมควรจัดสวนหน้าบ้าน? การจัดสวนหน้าบ้านมีประโยชน์มากกว่าที่คิด เพราะนอกจากจะช่วยเพิ่มความร่มรื่นและสร้างบรรยากาศที่น่าอยู่แล้ว ยังช่วยเพิ่มความเป็นส่วนตัวให้กับบ้าน โดยเฉพาะสำหรับบ้านทาวน์เฮ้าส์ที่มีระยะห่างจากบ้านข้างเคียงไม่มาก สวนหน้าบ้านยังช่วยลดอุณหภูมิโดยรอบบ้าน ปรับปรุงคุณภาพอากาศ และสร้างพื้นที่พักผ่อนที่สามารถใช้ประโยชน์ได้หลากหลาย การมีสวนหน้าบ้านยังเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า เนื่องจากช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับอสังหาริมทรัพย์ และสร้างความประทับใจแรกพบที่ดีให้กับผู้มาเยือน ไม่ว่าจะเป็นแขก เพื่อน หรือแม้แต่ตัวเราเองที่กลับบ้านทุกวัน ไอเดียจัดสวนหน้าบ้านสำหรับพื้นที่กว้าง สวนมุมจิบกาแฟแสนชิลหนึ่งในไอเดียที่ได้รับความนิยมสูงคือการจัดสวนหน้าบ้านให้เป็นมุมจิบกาแฟ โดยการแบ่งพื้นที่เป็นโซนต่างๆ มีทั้งกลุ่มต้นไม้ทนแดด ไม้พุ่ม และเฟิร์นต่างๆ ส่วนพื้นโรยด้วยหินกรวดและหินปูทางเดิน พร้อมก่ออิฐบล็อกไว้รอบๆ ตรงกลางปูพื้นกระเบื้องไว้สำหรับวางโต๊ะจิบกาแฟ และมีชิงช้าข้างๆ เอาไว้นั่งเล่น การจัดสวนแบบนี้เหมาะสำหรับคนที่ชอบนั่งพักผ่อนในสวน โดยเฉพาะยามเช้าที่อากาศยังเย็นสบาย สามารถจิบกาแฟเพลิดเพลินไปกับธรรมชาติได้อย่างเต็มที่ การเลือกต้นไม้ควรเน้นไม้ที่ให้ร่มเงาและมีกลิ่นหอม เช่น ดอกมะลิ กุหลาบ หรือมะลิลา เพื่อเพิ่มบรรยากาศที่ผ่อนคลาย สวนสไตล์อังกฤษในเมืองร้อน สำหรับคนที่หลงใหลในความคลาสสิกและความหรูหรา สวนสไตล์อังกฤษเป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจ โดยการใช้ต้นไม้เมืองร้อนที่เหมาะกับอากาศประเทศไทย แต่จัดวางในรูปแบบสวนอังกฤษ ทำให้ได้สวนที่ดูดี หรู และร่มรื่นไม่แพ้สวนในต่างประเทศ การจัดสวนสไตล์นี้เน้นการใช้ไม้ดอกหลากสี เช่น ดอกไม้สีชมพู สีฟ้า สีขาว หรือปลูกสวนกุหลาบ [...]

27/5/2568 • โดย Homeday
การติดตั้งระบบน้ำสปริงเกลอร์สำหรับสวนหย่อมเป็นโครงการที่หลายคนคิดว่าซับซ้อนและต้องอาศัยช่างผู้เชี่ยวชาญ แต่ความจริงแล้วระบบน้ำอัตโนมัติสำหรับสวนบ้านสามารถทำเองได้ด้วยงบประมาณที่ไม่สูงมาก โดยเฉพาะระบบ Pop-up sprinkler ที่นิยมใช้ในสวนหย่อมและสนามหญ้าขนาดเล็กถึงกลาง ซึ่งช่วยประหยัดเวลาในการรดน้ำ ทำให้หญ้าและต้นไม้ได้รับน้ำอย่างสม่ำเสมอ และยังเพิ่มความสวยงามให้กับพื้นที่ภายนอกบ้านอีกด้วย ระบบสปริงเกลอร์สวนหย่อมคืออะไรและทำงานอย่างไร ระบบสปริงเกลอร์สวนหย่อมเป็นระบบรดน้ำอัตโนมัติที่ใช้หลักการของแรงดันน้ำในการทำงาน โดยแบ่งออกเป็นสองประเภทหลัก คือ ระบบที่ใช้ในสวนหย่อมและสนามกอล์ฟซึ่งเน้นความสวยงาม และระบบที่ใช้ในงานเกษตรซึ่งเน้นประสิทธิภาพในการรดน้ำ ระบบ Pop-up sprinkler ที่นิยมใช้ในสวนหย่อมมีการออกแบบที่เรียบง่ายแต่มีประสิทธิภาพ เมื่อน้ำไหลผ่านเข้าสู่หัวสปริงเกลอร์ แรงดันของน้ำจะดันก้านหัวฉีดให้ยื่นขึ้นมาจากตัวเครื่อง น้ำจะพ่นออกมาในรูปแบบละอองฝอยกระจายไปยังพื้นที่โดยรอบ และเมื่อปิดน้ำ สปริงภายในจะดึงก้านหัวฉีดกลับลงไปซ่อนอยู่ในตัวเครื่องอีกครั้ง หัวสปริงเกลอร์มีหลายประเภทให้เลือกใช้ตามความต้องการ ได้แก่ แบบน้ำหยด แบบละอองหมอก แบบพ่นฝอย แบบมินิสปริงเกลอร์กระจายน้ำน้อย และแบบมินิสปริงเกลอร์กระจายน้ำมาก การเลือกประเภทที่เหมาะสมจะช่วยให้ระบบทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด งบประมาณและค่าใช้จ่ายในการติดตั้งระบบเป็นเท่าไหร่ ค่าใช้จ่ายในการติดตั้งระบบสปริงเกลอร์สวนหย่อมอยู่ในระดับที่สามารถเข้าถึงได้สำหรับครัวเรือนทั่วไป โดยระบบสปริงเกลอร์แบบ Pop-up มีต้นทุนประมาณ 100-120 บาทต่อตารางเมตร สำหรับพื้นที่ขนาด 100 ตารางเมตร จะใช้งบประมาณรวมประมาณ 10,000-12,000 บาท สำหรับผู้ที่มีพื้นที่เล็กหรือต้องการประหยัดงบประมาณ สามารถเลือกติดตั้งระบบสปริงเกลอร์แบบง่ายสำหรับแปลงผักขนาดเล็กได้ในงบประมาณไม่เกิน 500 บาท ซึ่งรวมค่าท่อ PE ข้อต่อ วาล์ว หัวฉีดสเปรย์ และอุปกรณ์ที่จำเป็น [...]

27/5/2568 • โดย Homeday
การจัดสวนหย่อมด้วยตัวเองไม่ใช่เรื่องยากอย่างที่คิด หากมีการวางแผนที่ดีและเทคนิคที่เหมาะสม แม้จะเป็นมือใหม่ก็สามารถสร้างสวนขนาดเล็กที่สวยงามได้ การจัดสวนหย่อมเป็นการเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้กับบ้าน ช่วยปรับอากาศให้เย็นสบาย และสร้างบรรยากาศที่ร่มรื่นน่าอยู่ ด้วยเทคนิคที่ถูกต้องและการเลือกพรรณไม้ที่เหมาะสม แม้พื้นที่จะมีขนาดเล็กก็สามารถสร้างสวนที่มีเสน่ห์และดูแลรักษาง่ายได้ วางแผนและเตรียมการจัดสวนหย่อมอย่างไร การวางแผนเป็นขั้นตอนแรกที่สำคัญที่สุดในการจัดสวนหย่อม ก่อนเริ่มต้นควรสำรวจพื้นที่ที่มีอยู่และกำหนดวัตถุประสงค์ให้ชัดเจน พื้นที่รอบบ้านโดยทั่วไปมักมีขนาดจำกัด ประมาณ 2-3 เมตร จึงต้องใช้พื้นที่อย่างคุ้มค่า การสำรวจแสงแดดที่ตกกระทบในแต่ละพื้นที่เป็นสิ่งสำคัญ เนื่องจากจะส่งผลต่อการเลือกพรรณไม้ที่เหมาะสม การกำหนดโจทย์และความต้องการเป็นสิ่งจำเป็น เช่น ต้องการสวนที่ดูแลง่าย มีมุมนั่งเล่น หรือต้องการพื้นที่สำหรับปลูกผักสวนครัว การวางแผนงบประมาณล่วงหน้าจะช่วยให้การจัดสวนเป็นไปอย่างราบรื่นและไม่เกินกำลัง สำหรับการจัดสวนหย่อมขนาดกลางทั่วไป งบประมาณอาจอยู่ที่ประมาณ 30,000-80,000 บาท ขึ้นอยู่กับขนาดพื้นที่และการออกแบบ การเลือกช่วงเวลาในการจัดสวนก็มีความสำคัญ ควรเลือกปลูกช่วงฤดูฝนเพราะต้นไม้จะได้รับน้ำฝนธรรมชาติ ช่วยลดภาระการรดน้ำและทำให้ต้นไม้เจริญเติบโตได้ดีกว่า เลือกต้นไม้และพรรณไม้ให้เหมาะกับพื้นที่อย่างไร การเลือกพรรณไม้ที่เหมาะสมเป็นกุญแจสำคัญของความสำเร็จในการจัดสวน สำหรับพื้นที่แคบควรเลือกต้นไม้ที่มีใบเล็กหรือใบเป็นเส้น ให้ผิวสัมผัสละเอียด เพื่อไม่ให้เกิดความรู้สึกอึดอัด การเลือกพรรณไม้ที่มีนิสัยใกล้เคียงกัน เช่น ชอบแดดหรือชอบร่ม จะทำให้ดูแลรักษาได้ง่ายขึ้น สำหรับพื้นที่หน้าบ้านที่มีขนาดประมาณ 3×7 เมตร ควรเลือกปลูกไม้พุ่มเตี้ยเป็นหลัก และใส่ต้นไม้ใหญ่เพียง 1 ต้นเป็นไม้ประธาน1 ไม้ใหญ่ที่นิยมใช้ เช่น ซิลเวอร์โอ๊ก หลิวลู่ลม ซึ่งช่วยกรองแสงแดดและเป็นจุดเด่นของสวน สำหรับพื้นที่ข้างบ้านที่แคบและได้รับแสงแค่ครึ่งวัน ควรเลือกพรรณไม้ที่ไม่ต้องการแสงมาก [...]

27/5/2568 • โดย Homeday
กระชายถือเป็นสมุนไพรพื้นบ้านที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจและการแพทย์แผนไทยอย่างมาก โดยเฉพาะในช่วงที่มีการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัส ราคากระชายได้เพิ่มสูงขึ้นจากหลักสิบเป็นหลักร้อยบาทต่อกิโลกรัม ซึ่งทำให้เกษตรกรหลายรายหันมาสนใจการปลูกกระชายเป็นพืชเศรษฐกิจทางเลือก การปลูกกระชายจากเหง้านั้นมีข้อดีหลายประการ ทั้งในด้านการลงทุนที่ไม่สูงมาก การดูแลที่ไม่ซับซ้อน และสามารถปลูกได้ทั้งในแปลงใหญ่และในกระถางสำหรับครัวเรือน นอกจากนี้กระชายยังมีสรรพคุณทางยาที่หลากหลาย ตั้งแต่การขับลม บำรุงร่างกาย ไปจนถึงการมีฤทธิ์ต้านเชื้อแบคทีเรียและไวรัสในหลอดทดลอง ลักษณะและคุณค่าของกระชายที่ควรรู้ กระชายหรือที่มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Boesenbergia rotunda เป็นพืชล้มลุกในวงศ์ขิงข่า มีลำต้นใต้ดินเป็นเหง้าสั้นค่อนข้างกลมเรียงต่อกัน เหง้าตรงกลางจะมีขนาดใหญ่กว่าเหง้าด้านข้าง เมื่อแก่จะมีสีน้ำตาล เนื้อด้านในสีเหลือง พืชชนิดนี้มีรากอวบยาวปลายแหลมออกเป็นกระจุก ผิวสีน้ำตาลอ่อน เหนือดินเป็นกาบใบสีแดงเรื่อยๆ 3-6 กาบ หุ้มซ้อนกันเป็นชั้น ความสูงต้นประมาณ 80 เซนติเมตร มีใบเดี่ยวเรียงสลับ โคนสอบปลายเรียวแหลม ออกดอกเป็นช่อ มีทั้งดอกสีขาวและสีขาวอมชมพูบริเวณยอด กระชายอุดมไปด้วยคุณค่าทางโภชนาการที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ ใน 100 กรัม ให้พลังงาน 54.04 แคลอรี่ ประกอบด้วยคาร์โบไฮเดรต 9.21 กรัม ไฟเบอร์ 2.4 กรัม น้ำ 84.95 กรัม และแร่ธาตุสำคัญอย่างแคลเซียม เหล็ก วิตามินเอและบี นอกจากนี้ยังพบสารในกลุ่มฟลาโวนอยด์และสารสำคัญในน้ำหอมระเหย เช่น [...]

27/5/2568 • โดย Homeday
การปลูกมะละกอเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับเกษตรกรไทย เนื่องจากเป็นผลไม้ที่มีความต้องการในตลาดสูงและสามารถให้ผลตอบแทนที่ดี โดยมะละกอสามารถนำมาบริโภคได้ทั้งผลดิบและผลสุก มีคุณค่าทางโภชนาการสูง และยังมีการใช้ประโยชน์จากทุกส่วนของต้น1 การเลือกพันธุ์ที่เหมาะสมและการดูแลอย่างถูกต้องจะส่งผลให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพดี โดยต้นมะละกอสามารถเริ่มเก็บเกี่ยวได้ภายใน 5-6 เดือนหลังจากปลูก1 และสามารถให้ผลผลิตต่อเนื่องได้ประมาณ 2 ปี หากมีการดูแลที่เหมาะสม สายพันธุ์มะละกอที่นิยมปลูกในประเทศไทยมีอะไรบ้าง การเลือกพันธุ์มะละกอที่เหมาะสมเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญของการปลูกที่ประสบความสำเร็จ ในประเทศไทยมีสายพันธุ์มะละกอที่นิยมปลูกหลายพันธุ์ ซึ่งแต่ละพันธุ์จะมีลักษณะเฉพาะและความเหมาะสมที่แตกต่างกันไป โดยพันธุ์ที่ได้รับความนิยมสูงสุดคือ แขกดำ ซึ่งมีจุดกำเนิดที่อำเภอดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี และได้แพร่กระจายไปยังภูมิภาคต่างๆ ทั่วประเทศ มะละกอแขกดำ ถือเป็นต้นแบบของสายพันธุ์มะละกอไทย มีลักษณะเด่นคือต้นเตี้ย แข็งแรง สูงประมาณ 2-4 เมตร มีใบหนากว่าพันธุ์อื่น ดอกติดเร็ว ให้ผลไว ผลมีน้ำหนักประมาณ 1.7 กิโลกรัม เมื่อสุกเนื้อจะมีสีแดงเข้มและมีรสหวาน ขณะที่ผลดิบจะมีเปลือกสีเขียวเข้ม เนื้อหนาประมาณ 2.5-3 เซนติเมตร เหมาะสำหรับการบริโภคทั้งแบบสุกและดิบ จากการพัฒนาและปรับปรุงพันธุ์แขกดำ ได้เกิดสายพันธุ์ย่อยที่มีคุณสมบัติเด่นในด้านต่างๆ เช่น แขกดำท่าพระ ที่เป็นผลผสมระหว่างแขกดำกับฟอริดา โทเลอแรนต์ มีความทนทานต่อโรคใบด่างจุดวงแหวนดี ติดผลเร็ว ผลหนักประมาณ 1.5 กิโลกรัม ผลดิบเนื้อกรอบ ผลสุกเนื้อสีเหลืองอมส้ม [...]