กำลังโหลด...
กำลังโหลด...

นายประสิทธิ์ เงินถาวรกุล ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาสินทรัพย์ภาคตะวันออก พร้อมด้วยผู้บริหารและพนักงาน บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ BAM ร่วมมอบครุภัณฑ์ทางการแพทย์ รวมมูลค่า 300,000 บาท ให้กับโรงพยาบาลท่าตะเกียบ จังหวัดฉะเชิงเทรา โดยมี นายแพทย์เกริกภัทร ลิมปพยอม ผู้อำนวยการโรงพยาบาล เป็นผู้รับมอบ เพื่อสนับสนุนภารกิจของบุคลากรทางการแพทย์ด้านการรักษาพยาบาล และเสริมสร้างศักยภาพในการให้บริการประชาชนในพื้นที่ได้มากขึ้น BAM ตระหนักถึงความสำคัญของระบบสาธารณสุข โดยเฉพาะในพื้นที่ห่างไกลซึ่งยังคงขาดแคลนอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่มีมาตรฐานและทันสมัย โดยอุปกรณ์การแพทย์ที่ส่งมอบในครั้งนี้ สามารถเพิ่มประสิทธิภาพและความรวดเร็วในการให้บริการทางการแพทย์ รวมถึงยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ให้ดียิ่งขึ้น สะท้อนถึงธุรกิจของ BAM ที่ดำเนินการควบคู่ไปกับความรับผิดชอบต่อสังคมอย่างต่อเนื่อง


ประเทศไทยกำลังเข้าสู่ช่วงเวลาสำคัญต่อทิศทางเศรษฐกิจอีกครั้งในครึ่งหลังของปี พ.ศ. 2568 ท่ามกลางแรงกดดันอย่างต่อเนื่องจากเศรษฐกิจโลกที่ยังคงซบเซา ทั้งการส่งออกที่ชะลอตัวอย่างยาวนาน ภาคการท่องเที่ยวยังไม่กลับสู่ศักยภาพเต็มที่ และสัญญาณเงินฝืดที่จะเริ่มเด่นชัดมากขึ้นหลังไตรมาส 3 เป็นต้นไป ภายใต้สถานการณ์ปัจจุบัน ภาคธุรกิจ โดยเฉพาะวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) กำลังเผชิญผลกระทบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทั้งจากยอดขายที่ลดลง ความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่ถดถอย และการเข้าถึงแหล่งเงินทุนจากสถาบันการเงินที่ยากขึ้น ปัจจัยเหล่านี้ยิ่งซ้ำเติมความท้าทายที่ต้องรับมือ และในส่วนสถานการณ์ในบางพื้นที่ชายแดนแม้จะเริ่มผ่อนคลายลง แต่ความไม่แน่นอนยังคงมีอยู่ เนื่องจากผลกระทบต่อเอสเอ็มอี โดยเฉพาะในจังหวัดใกล้ชายแดน ที่ยังไม่สามารถประเมินได้อย่างชัดเจน ในเวลาเดียวกัน ผู้ประกอบการไทยยังต้องเผชิญการแข่งขันที่ทวีความรุนแรงจากสินค้านำเข้าต้นทุนต่ำ ซึ่งเป็นผลจากภาวะอุปทานล้นตลาดในระดับโลก การประกาศของสหรัฐอเมริกาในการเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากไทยในอัตรา 19% แม้จะช่วยลดความเสียเปรียบด้านราคาลง แต่ยังอาจไม่เพียงพอในการรักษาความสัมพันธ์กับลูกค้าบางกลุ่มที่เคยเลือกไทยเป็นซัพพลายเออร์ โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมสำคัญที่ก่อนหน้านี้ได้เปรียบด้านภาษีมากกว่า เช่น อิเล็กทรอนิกส์ (เดิม 0-2%) ยานยนต์และชิ้นส่วน (เดิม 2.5%) สินค้าเกษตร (เดิม 2-5%) และ สิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม (เดิม 8-12%) เนื่องจากหลายรายหันไปใช้เวียดนามและอินโดนีเซียที่ก่อนหน้านี้และได้รับมาตรการจูงใจด้านภาษีภายในประเทศเพื่อดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติให้ตั้งฐานการผลิตเพื่อส่งออก อีกทั้งการเปลี่ยนแปลงในซัพพลายเชนทั่วโลกครั้งนี้อาจทำให้การฟื้นตัวของส่วนแบ่งตลาดไทยในตลาดสหรัฐฯ ช้ากว่าที่คาด เนื่องจากต้องใช้เวลาในการกลับเข้าตลาดและสร้างความสัมพันธ์ใหม่กับลูกค้าเดิม ธนาคารโลกได้ปรับลดประมาณการอัตราการเติบโตของ GDP ของไทยลงเหลือเพียง 1.8% ในปี พ.ศ. [...]
