กำลังโหลด...
Homeday
บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ BAM ให้การสนับสนุนงบประมาณจำนวน 80,000 บาท แก่มูลนิธิสายเด็ก 1387 เพื่อดำเนิน โครงการให้คำปรึกษาด้านจิตวิทยาแก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานด้านการคุ้มครองเด็ก ภายใต้แนวคิดการเสริมสร้างความเข้มแข็งทั้งด้านจิตใจและศักยภาพในการทำงานของบุคลากร โครงการให้คำปรึกษาด้านจิตวิทยา โดย iSTRONG Mental Health เป็นกลไกการดูแลและฟื้นฟูสุขภาวะทางจิตใจของเจ้าหน้าที่ที่ทำงานใกล้ชิดกับเด็กและเยาวชนที่เผชิญปัญหาความรุนแรง การละเมิดสิทธิ และสถานการณ์เปราะบาง โดยเน้นการให้คำปรึกษาเชิงลึกจากนักจิตวิทยาผู้เชี่ยวชาญ การสร้างพื้นที่ปลอดภัยในการสะท้อนความรู้สึก (Safe Space) และการพัฒนาทักษะการดูแลตนเอง (Self-Care) ควบคู่กับการเสริมความเข้มแข็งทางอารมณ์ (Emotional Resilience) การสนับสนุนในครั้งนี้ช่วยให้เจ้าหน้าที่สามารถรับมือกับความเครียด ความกดดัน และภาวะเหนื่อยล้าทางอารมณ์จากการทำงานได้อย่างเหมาะสม ส่งผลให้การปฏิบัติงานด้านการคุ้มครองเด็กเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ มีความละเอียดอ่อน และยึดผลประโยชน์สูงสุดของเด็กเป็นศูนย์กลาง มูลนิธิสายเด็ก 1387 เชื่อมั่นว่า การดูแล “คนทำงาน” คือรากฐานสำคัญของการดูแลเด็ก และความร่วมมือกับ BAM ในครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นร่วมกันในการสร้างระบบคุ้มครองเด็กที่เข้มแข็ง ยั่งยืน และคำนึงถึงทั้งคุณภาพชีวิตของเด็กและผู้ปฏิบัติงานในทุกมิติ
ชอบบทความนี้ไหม? แชร์เลย!
-
จาก 5
ยังไม่มีรีวิว เป็นคนแรกที่รีวิวบทความนี้!
ดร.วุฒิพันธุ์ ตวันเที่ยง รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร และพนักงาน บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ BAM ร่วมมอบอุปกรณ์การแพทย์ จำนวนทั้งสิ้น 19 รายการ รวมมูลค่า 400,000 บาท ให้กับโรงพยาบาลแม่วาง จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อสนับสนุนภารกิจด้านการรักษาพยาบาลของบุคลากร ทางการแพทย์ และเสริมสร้างศักยภาพในการให้บริการประชาชนในพื้นที่ BAM ตระหนักถึงความสำคัญของระบบสาธารณสุข โดยเฉพาะในพื้นที่ห่างไกลซึ่งยังคงขาดแคลนอุปกรณ์ ทางการแพทย์ที่มีมาตรฐานและทันสมัย โดยอุปกรณ์การแพทย์ที่ส่งมอบในครั้งนี้ สามารถเพิ่มประสิทธิภาพและความรวดเร็วในการให้บริการทางการแพทย์ รวมถึงยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ให้ดียิ่งขึ้น สะท้อนถึงธุรกิจของ BAM ที่ดำเนินการควบคู่ไปกับความรับผิดชอบต่อสังคมอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ โครงการมอบอุปกรณ์การแพทย์ดังกล่าว เป็นหนึ่งในแผนงานด้านความรับผิดชอบต่อสังคมของ BAM ซึ่งได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 13 โดยมีเป้าหมายมอบอุปกรณ์การแพทย์ให้แก่โรงพยาบาลทั่วประเทศอย่างน้อย ปีละ 10 แห่ง รวมแล้วจำนวนทั้งสิ้น 147 แห่ง คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 43 ล้านบาท แสดงถึงความมุ่งมั่นขององค์กร ในการส่งเสริมให้ประชาชนไทยมีสุขภาพที่ดีอย่างยั่งยืน และมีโอกาสเข้าถึงบริการทางการแพทย์ที่มีคุณภาพอย่างเท่าเทียม
BAM เปิด “ศูนย์เยียวยาสมานฉันท์ BAM Remedy Center (BRC)” หวังขยายโอกาสให้ลูกค้า-ประชาชนทุกกลุ่มเข้าถึงการไกล่เกลี่ย การฟื้นฟู และช่วยแก้ไขปัญหาหนี้สินได้อย่างเท่าเทียมโดยไม่จำกัด มูลหนี้ เผยตลอดระยะเวลา 26 ปี BAM ให้โอกาสลูกหนี้กว่า 164,486 ราย รวมภาระหนี้ 508,790 ล้านบาท ได้เริ่มต้นชีวิตใหม่ เปิดโอกาสให้ลูกหนี้เจรจาปรับโครงสร้างหนี้อย่างเป็นธรรม ด้วยเงื่อนไขที่ผ่อนปรน นางทองอุไร ลิ้มปิติ ประธานกรรมการ บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ BAM เปิดเผยว่า ตลอดระยะเวลา 26 ปีที่ผ่านมา BAM ได้ทำหน้าที่เป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างหลักของระบบการเงินไทย ในบทบาท “แก้มลิง” ที่ช่วยรองรับและบริหารจัดการหนี้เสียให้สถาบันการเงินของประเทศ ด้วยการรับซื้อรับโอนหนี้อย่างมืออาชีพ ควบคู่กับการเปิดโอกาสให้ลูกหนี้ทุกกลุ่มเจรจาปรับโครงสร้างหนี้อย่างเป็นธรรม เพื่อให้สามารถนำทรัพย์สินซึ่งเป็น ที่อยู่อาศัย ที่ทำกิน หรือกิจการ กลับคืนไปด้วยเงื่อนไขที่ผ่อนปรน ทั้งนี้ การจัดตั้ง ศูนย์เยียวยาสมานฉันท์ BAM Remedy Center [...]
บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ BAM โดย นางวิภาศิริ แสงวัชระกุล ผู้ช่วยประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ESG กลุ่มกำกับดูแลกิจการและบริหารความเสี่ยง พร้อมคณะผู้บริหาร ร่วมมอบเงินสนับสนุนแก่ ดร.ธาริษา วัฒนเกส ประธานกรรมการมูลนิธิสายเด็ก 1387 จำนวน 115,000 บาท เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานของมูลนิธิ และช่องทางให้คำปรึกษาออนไลน์ ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการให้คำปรึกษา รับแจ้งเหตุ และให้ความช่วยเหลือแก่เด็ก และเยาวชนที่ประสบปัญหา รวมถึงการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้การดูแลและคุ้มครองเป็นไปอย่างเหมาะสมและทันท่วงที การสนับสนุนในครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ BAM ในการดำเนินธุรกิจควบคู่กับความรับผิดชอบต่อสังคม ภายใต้แนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยให้ความสำคัญกับการส่งเสริมคุณภาพชีวิต และความปลอดภัยของเด็กและเยาวชน ซึ่งถือเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาสังคมในระยะยาว BAM เชื่อว่าการร่วมมือกับภาคีเครือข่ายทางสังคมในการคุ้มครองเด็กและเยาวชน ไม่เพียงเป็นการช่วยเหลือผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือในปัจจุบัน แต่ยังเป็นการสร้าง “พื้นที่ปลอดภัย” และโอกาสในการเติบโตอย่างมีคุณภาพให้กับ คนรุ่นใหม่ อันจะนำไปสู่การพัฒนาสังคมไทยอย่างมั่นคงและยั่งยืนต่อไป